ครีมมี่พยายามชันตัวลุกขึ้นจากร่างของคนที่รองรับเธออยู่ มือเล็กควานหาพื้นเพื่อพยุงตัว ขณะที่สายตาพร่ามัวจนแทบมองอะไรไม่ชัด แว่นตาที่เคยเกาะอยู่บนสันจมูกหายไปไหนก็ไม่รู้
“ขอโทษนะคะ” เธอเอ่ยออกไปตามมารยาท เสียงยังสั่นอยู่เล็กน้อยจากความตกใจเมื่อครู่
ทว่า…
เสียงตอบกลับที่ดังขึ้นใกล้เกินไป ทำให้ร่างของเธอชะงักค้างไปทั้งอย่างนั้น
“ก็พูดเพราะได้นี่นา”
ครีมมี่ถึงกับแข็งทื่อไปชั่ววินาที หัวใจที่เพิ่งเริ่มเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับกระตุกวูบลงอีกครั้ง
เสียงนี้…
คุ้นเกินไป
เธอขมวดคิ้วแน่น พยายามเพ่งสายตาที่พร่าเลือนให้ชัดขึ้น แม้จะเห็นเพียงเค้าโครงใบหน้าผู้ชายตรงหน้าไม่ชัดนัก แต่แค่น้ำเสียงกวนประสาทแบบนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องเดาให้เสียเวลา
“พี่อีกแล้วเหรอ…”
น้ำเสียงหงุดหงิดหลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ร่างบางรีบขยับจะลุกหนีทันที ราวกับแค่ได้อยู่ใกล้ก็ทำให้อากาศรอบตัวร้อนขึ้นอย่างประหลาด
มังกรที่นอนอยู่ด้านล่างยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาคมมองคนบนตัวอย่างไม่คิดปิดบัง
“โลกกลมดีนะ” เขาพูดเสียงต่ำ
ครีมมี่ไม่ตอบโต้ เธอถอนหายใจเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวพยายามลุกขึ้น ทั้งมือก็คลำไปตามพื้นเพื่อหาแว่นตาที่หลุดกระเด็นออกไป
สายตาที่พร่ามัวทำให้ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นเงาลาง ๆ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจเริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง
“หานี่อยู่เหรอ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้หู พร้อมกับเงาหนึ่งที่ขยับเข้ามาใกล้ ครีมมี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตามเสียงนั้นโดยอัตโนมัติ
และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง…
มังกรถึงกับนิ่งค้าง
ใบหน้าของเธอที่เคยถูกกรอบแว่นหนาบดบัง บัดนี้เผยออกมาเต็มตา ผิวขาวเนียนใส ดวงตากลมโตที่แม้จะพร่าเล็กน้อยแต่กลับดูใสซื่ออย่างประหลาด จมูกเรียวรับกับริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นเพราะความหงุดหงิด
ไม่มีแว่น…
ไม่มีเกราะป้องกันใด ๆ
หัวใจของมังกรกระตุกแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว
นี่เป็นครั้งแรก…
ครั้งแรกจริง ๆ ที่เขาได้เห็นหน้าเธอชัด ๆ แบบนี้
ใกล้ขนาดนี้
ชัดขนาดนี้
“…”
เขายื่นแว่นตาให้เธอช้า ๆ สายตายังไม่ละไปไหน
ส่วนครีมมี่…
ยังไม่ทันรู้ตัวเลยว่า ในวินาทีนั้น เธอเพิ่งทำให้ใครบางคน “เสียจังหวะ” ไปทั้งหัวใจ
ครีมมี่คว้าแว่นตาคืนมา ก่อนจะสวมกลับเข้าที่เหมือนเดิม
“ขอบคุณ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ แข็งนิด ๆ ตามนิสัย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
มังกรเองก็ขยับตัวจะลุกตาม ทว่า…
พรึ่บ!
ร่างสูงกลับทรุดลงไปอีกครั้ง หลังที่เพิ่งกระแทกพื้นแรงเมื่อครู่เหมือนจะรับน้ำหนักไม่ไหว ใบหน้าคมขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ครีมมี่ชะงักไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะรีบย่อตัวลงไปใกล้
“พี่… เป็นอะไรหรือเปล่า”
น้ำเสียงที่หลุดออกมาโดยไม่รู้ตัวนั้น เต็มไปด้วยความกังวล แม้เจ้าตัวจะพยายามซ่อนมันไว้ก็ตาม
“ไม่เป็นอะไร” มังกรตอบเสียงต่ำ พลางพยายามชันตัวลุกขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เขาสามารถยืนขึ้นได้ แต่ทว่าท่าทางกลับไม่สู้ดีนัก ร่างสูงเอนเล็กน้อย สีหน้าที่เคยกวนกลับซีดลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนึ่งยกขึ้นกดแผ่นหลังเหมือนพยายามกลั้นความเจ็บ
ครีมมี่ที่เห็นแบบนั้นก็ชะงักไปชั่วครู่ ความหงุดหงิดเมื่อครู่เลือนหาย กลายเป็นความกังวลโดยไม่รู้ตัว
เธอขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนจะเงยหน้ามองเขา
“ฉันว่าไปห้องพยาบาลดีกว่านะ” เธอพูดเสียงเบาลง “เผื่อหลังจะกระแทกแรง…ไม่งั้นถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะยุ่งเอา”
มังกรเหลือบมองเธอเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่พยายามยกขึ้นมาดูฝืนอย่างเห็นได้ชัด
“ถึงขั้นหลังหัก… เธอก็ไปลดน้ำหนักบ้างนะ”
คำพูดแซวติดกวนยังไม่ทันจบ
ปัก!
ฝ่ามือเล็กแต่แรงทุบเข้าไปที่แผ่นหลังของเขาอย่างไม่ปรานี
“โอ๊ยยย! ยัยบ้า เจ็บนะเว้ย!” มังกรร้องเสียงหลง หน้าบิดด้วยความเจ็บจริงไม่ใช่แกล้ง
ครีมมี่ชักมือกลับ สีหน้าไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
“เออ โทษที” เธอพูดเสียงเรียบ “ใครบอกให้พี่มาว่าฉันก่อนล่ะ”
มังกรได้แต่มองหน้าเธออึ้ง ๆ ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ ในลำคอ ผู้หญิงอะไร… ทั้งปากจัด ทั้งมือหนัก แถมยังไม่รู้ตัวเลยว่า ยิ่งเถียง ยิ่งทำให้เขาเริ่มสนใจเข้าไปทุกที
“แล้วสรุปจะไปไหม ห้องพยาบาลน่ะ จะได้ช่วยพาไป” ครีมมี่พูดพลางกอดอก มองเขาด้วยสายตาไม่ไว้ใจนัก
มังกรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ไปดิ”
“อ้าว เห็นปากดีนัก นึกว่าหายแล้วซะอีก”
เธอว่าเสียงเรียบ แต่แฝงความประชดนิด ๆ
แต่ด้วยความที่ครีมมี่หายไปนานผิดปกติ แป้งโกะที่นั่งรออยู่ก็เริ่มรู้สึกแปลกใจ เธอชะเง้อมองไปตามชั้นหนังสืออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเดินตามมา
ทว่า…
ภาพที่เห็นกลับทำให้คิ้วของแป้งโกะขมวดเข้าหากันทันที ครีมมี่กำลังยืนอยู่ข้างผู้ชายคนหนึ่ง และผู้ชายคนนั้นก็คือ พี่มังกร
“ครีมมี่… เกิดอะไรขึ้นวะ?” แป้งโกะเอ่ยถามอย่างงง ๆ สายตาสลับมองเพื่อนสาวกับรุ่นพี่ตัวโตตรงหน้า
“เมื่อกี้ฉันเกือบล้ม พี่เขาเข้ามาช่วยไว้” ครีมมี่อธิบายสั้น ๆ ก่อนจะหันไปมองมังกร “แกมาพอดีเลย ช่วยพยุงพี่เขาไปห้องพยาบาลคณะเราหน่อยดิ เหมือนหลังจะเจ็บ”
แป้งโกะชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับทันที
“เออ ๆ ได้ดิ”
จากนั้นทั้งสองสาวก็ช่วยกันพยุงร่างสูงใหญ่ที่พยายามฝืนยืนตัวตรง แม้สีหน้าของมังกรจะยังดูนิ่ง ๆ แต่ความตึงที่แฝงอยู่ก็ปิดไม่มิด
———
ห้องพยาบาบคณะ…
กลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในห้องเล็ก ๆ
มังกรนั่งพิงเตียงตรวจ สันหลังเปลือยครึ่งหนึ่ง ขณะที่พยาบาลกำลังกดคลำเบา ๆ เพื่อตรวจอาการ
ครีมมี่ยืนอยู่ข้างเตียง แขนกอดอก สีหน้ายังดูเป็นกังวล แม้จะพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจก็ตาม
“จากที่ประเมินแล้วนะคะ” พยาบาลเงยหน้าขึ้นพูด “กล้ามเนื้อหลังฟกช้ำค่ะ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นกระดูกหรือเส้นประสาท”
ครีมมี่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว ส่วนมังกรยกยิ้มมุมปากเหมือนไม่ซีเรียส
“แต่ช่วงนี้อาจจะปวดมากขึ้นนะคะ โดยเฉพาะคืนนี้หรือพรุ่งนี้เช้า”
พยาบาลพูดต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย ขณะหยิบเจลเย็นมาทาบริเวณแผ่นหลังของเขา
“ช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก แนะนำให้ประคบเย็น ลดการอักเสบก่อนนะคะ หลังจากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นประคบร้อน แล้วก็งดกิจกรรมหนัก ๆ พักหลังให้มากที่สุด”
คำแนะนำถูกพูดออกมาทีละข้ออย่างชัดเจน ขณะที่ครีมมี่พยักหน้ารับฟังเงียบ ๆ สายตามองไปที่แผ่นหลังของมังกรแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบละสายตาออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว
หลังจากนั้นพี่พยาบาลก็จัดยาให้เรียบร้อย ก่อนจะกำชับอาการซ้ำอีกครั้ง แล้วเดินออกจากห้องไป เหลือเพียงความเงียบที่ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่
แป้งโกะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน
“เออ ครีม ใกล้จะเข้าเรียนแล้วอ่ะ เดี๋ยวเราไปเก็บของที่ห้องสมุดให้เองนะ”
“อืม ฝากด้วย” ครีมมี่พยักหน้าตอบสั้น ๆ
แป้งโกะยิ้มให้เพื่อน ก่อนจะเปิดประตูออกไป ทิ้งไว้เพียงครีมมี่กับมังกรในห้องพยาบาลที่เงียบสงบ เสียงแอร์เบา ๆ ดังคลอคลึง ชวนให้บรรยากาศตึง ๆ ระหว่างทั้งคู่ชัดเจนขึ้นกว่าตอนมีคนอื่นอยู่เสียอีก