มังกรเดินกลับมาที่โรงอาหาร ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม สีหน้ายังติดอาการหงุดหงิดปนงงไม่หาย
“ไปไหนมาว่ะ” ชินหันมาถามด้วยสีหน้ากวน ๆ “ตามน้องเนิร์ตไปหรอ”
“เออดิ” มังกรตอบเสียงห้วน “กูตามไปถามว่ามีแฟนหรือยัง”
ปอนด์ที่กำลังคีบข้าวเข้าปากหยุดมือทันที “แล้วน้องเนิร์ตตอบว่าไงวะ”
“น้องมันบอกว่ายังไม่มี” มังกรเว้นจังหวะ ก่อนจะทำหน้าเหวอเหมือนย้อนนึกถึงคำพูดนั้นอีกครั้ง “แต่พวกมึงรู้ป่ะ…น้องมันสวนกูกลับมาว่า แฟนไม่มี ปกติซื้อกินเอา”
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบก็แตกกระจายทันที
“เหี้ยยย!” ปอนด์หัวเราะลั่นจนแทบวางช้อนไม่ลง
ไผ่หลุดหัวเราะตามอย่างกลั้นไม่อยู่ ส่วนชินที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่ถึงกับสำลัก ไอค่อกแค่กแรง ๆ
“กูบอกแล้ว เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา” ชินพูดทั้งยังหัวเราะ
“ผู้หญิงอะไร ปากจัดฉิบหาย” มังกรสบถ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มบาง ๆ อย่างไม่รู้ตัว
มังกรนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แขนพาดโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก ทั้งที่ในหัวดันวนเวียนแต่ภาพผู้หญิงปากจัดเมื่อครู่
ไผ่ที่มองออกว่ามังกรดูไม่เหมือนปกติ เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มบาง ๆ
“ไม่แน่นะเว้ย…”
ทุกสายตาหันมามองเขา
“น้องเนิร์ตคนนั้น อาจจะทำให้มึงหลงหัวปักหัวปำก็ได้ จากตอนแรกที่มึงจะเข้าหาน้องเขาเพราะเกมบ้า ๆ ที่พวกมึงตั้งกันไว้”
มังกรหัวเราะหึในลำคอทันที ราวกับได้ยินเรื่องตลก
“ไม่มีทาง” เขาพูดเสียงหนักแน่น “ยายนั่นไม่ใช่สเปกกูเลย ปากดีขนาดนั้น กูไม่เอามาทำพันธแน่นอน”
ปอนด์ยักคิ้วอย่างไม่เชื่อ
“พูดแบบนี้แหละ กูเห็นเป็นหมาทุกคน”
ไผ่เพียงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะวางช้อน
“กูจะรอดู… ว่าสุดท้ายใครจะเป็นคนแพ้เกมนี้”
——
ตัดไปอีกฝั่งของครีมมี่…
ครีมมี่เดินฉับ ๆ หนีออกมาจากโรงอาหาร หัวใจยังเต้นแรงด้วยความหงุดหงิดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ภาพหน้าของพี่มังกรหัวขวดคนนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด
“บ้าชะมัด…”
ยังไม่ทันที่เธอจะเดินพ้นตึก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังตามมาด้านหลัง
“ครีม! ไอครีมมม รอด้วยสิแก!”
แป้งโกะวิ่งตามมาจนทัน ก่อนจะตบไหล่เพื่อนเบา ๆ แล้วเอามือยันเข่า หอบหายใจถี่เหมือนคนเพิ่งวิ่งแข่งมา
“โทษทีแก… พอดีอารมณ์เสีย” ครีมมี่พูดเสียงแข็ง ยังไม่หายหงุดหงิด
“เดินเร็วชะมัด เกือบตามไม่ทันแล้วเนี่ย” แป้งโกะบ่น ก่อนจะชะงักไปนิดหนึ่ง “แล้วเมื่อกี้…แกรู้จักพวกพี่วิศวะกลุ่มนั้นด้วยเหรอ”
“ไม่อ่ะ” ครีมมี่ตอบทันควัน “แล้วก็ไม่อยากรู้จักด้วย”
“อ้าว แล้วทำไมพี่มังกรเขาตามแกออกมาอ่ะ”
“แกก็รู้จักเขาด้วยเหรอ”
“รู้จักดิ” แป้งโกะทำหน้าเหมือนเรื่องนี้ใคร ๆ ก็ต้องรู้ “นั่นพี่มังกรเลยนะ ฮอตมากในวิศวะโยธา ใคร ๆ ก็รู้จัก”
ครีมมี่ชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาเอือมระอา
“หน้าตาแบบนั้นน่ะเหรอ เรียกฮอต?” เธอสบถเบา ๆ “หมาใต้คอนโดฉันยังดูฮอตกว่าอีก”
แป้งโกะหลุดหัวเราะออกมาทันที
“โอ๊ยย ครีม แกนี่นะ ปากแซ่บไม่เปลี่ยนเลย”
“แล้วนี่จะไปไหนต่อ?” แป้งโกะถาม พลางจัดลมหายใจให้เข้าที่ หลังจากวิ่งตามมาแทบไม่ทัน
ครีมมี่ชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ แต่ยังแฝงความหงุดหงิดไม่หาย
“ห้องสมุด อีกตั้งสองชั่วโมงกว่าจะเข้าเรียน ขอไปนั่งสงบสติอารมณ์หน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวเผลอไปกัดใครเข้า”
แป้งโกะหัวเราะเบา ๆ กับคำพูดของเพื่อน ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เออ ดีเหมือนกัน ไปด้วยละกัน ฉันก็ยังไม่อยากเข้าไปรอในห้องคนเดียว”
ทั้งสองคนเดินเคียงกันไปตามทางเดินยาวของคณะ เสียงจอแจจากโรงอาหารค่อย ๆ เบาลง แทนที่ด้วยความเงียบสงบของอาคารห้องสมุด
ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก กลิ่นหนังสือเก่าและบรรยากาศเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศทำให้หัวใจที่ตึงเครียดของครีมมี่ค่อย ๆ คลายลงทีละนิด
ครีมมี่พาแป้งโกะเดินลึกเข้ามาด้านในของห้องสมุด ก่อนจะเลี้ยวไปยังมุมหนึ่งที่ถูกจัดไว้เป็นโซนอ่านหนังสือแบบเงียบสงบ
โต๊ะไม้ยาวตั้งชิดผนัง มีฉากกั้นเตี้ย ๆ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างบานสูงส่องกระทบพื้นเป็นลำ เงียบจนได้ยินเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษเบา ๆ
เธอวางกระเป๋าผ้าลงบนเก้าอี้ ดึงหนังสือออกมาจัดเรียงทีละเล่ม ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง ถอนหายใจยาวเหมือนปล่อยความอึดอัดทั้งหมดออกไปพร้อมลมหายใจนั้น
แป้งโกะนั่งลงข้าง ๆ มองเพื่อนสาวที่ยังคิ้วขมวดเล็กน้อย
“ตรงนี้ดีเนอะ เงียบดี ไม่มีใครมารบกวน”
ครีมมี่พยักหน้า มือเลื่อนแว่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงมองตัวหนังสืออีกครั้ง
พยายามดึงสมาธิกลับมาอยู่กับตัวอักษรตรงหน้า ทิ้งเรื่องน่าหงุดหงิดทั้งหมดไว้ข้างนอกประตูห้องสมุด
“แกนั่งรออยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปหาหนังสือก่อน” ครีมมี่บอกเพื่อนเสียงเบา
“อืม” แป้งโกะพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาไถเล่นฆ่าเวลา
ครีมมี่ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินลึกเข้าไปตามซอยหนังสือ แสงไฟสีขาวสลัวส่องลงมาตามชั้นสูงเรียงราย
เธอไล่สายตาอ่านชื่อหมวดหมู่ไปเรื่อย ๆ อย่างคุ้นเคย นิ้วเรียวลากไปตามสันหนังสือทีละเล่ม จนกระทั่งสายตาหยุดอยู่ที่ชื่อเล่มที่กำลังตามหา
ทว่า…
หนังสือเล่มนั้นกลับวางอยู่บนชั้นบนสุด สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง
ครีมมี่เขย่งปลายเท้าขึ้นสองสามครั้ง ยืดแขนจนสุด แต่ปลายนิ้วยังห่างจากสันหนังสืออยู่ดี เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันมองไปรอบตัว ห้องสมุดเงียบสงบ ไม่มีใครเดินผ่านแถวนั้นเลย
สายตาของเธอสะดุดเข้ากับบันไดเหล็กพับที่วางพิงอยู่ข้างชั้นหนังสือไม่ไกลนัก
“คงต้องพึ่งนี่แล้วล่ะ…” เธอพึมพำกับตัวเอง
ครีมมี่เดินเข้าไปลากบันไดออกมาอย่างระมัดระวัง เสียงโลหะเสียดสีกับพื้นดังเบา ๆ เธอจัดตำแหน่งให้มั่นคง ก่อนจะก้าวขึ้นไปทีละขั้นอย่างใจเย็น
สายตาจับจ้องไปที่หนังสือเล่มเป้าหมาย พร้อมจะคว้ามันลงมาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ทว่า…
จู่ ๆ ก็มีอะไรบางอย่างเย็นวาบไถลลงมากระทบหลังมือของครีมมี่
“เชี่ย—!”
เสียงสบถหลุดออกมาพร้อมกับแรงสะดุ้งสุดตัว ร่างบางเสียหลักทันที เท้าหลุดจากพื้น บันไดที่กำลังจะก้าวขึ้นถูกเตะกระเด็นไปด้านหลัง
“อ๊ะ!”
ร่างของเธอเอนหงายหลังอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก
พรึ่บ!
แต่ก่อนที่แผ่นหลังจะกระแทกพื้นอย่างแรง กลับมีวงแขนแข็งแรงของใครบางคนคว้าเธอไว้ได้ทัน
แรงดึงกระชากเข้าหาลำตัวนั้นทำให้ทั้งสองคนเสียสมดุล ล้มลงไปพร้อมกันเสียงดังตุ้บ
ครีมมี่รู้สึกถึงพื้นเย็นเฉียบด้านหลัง…
และแรงรองรับที่ไม่ใช่พื้น
ร่างบางนอนคว่ำทับใครบางคนอยู่เต็มตัว ลมหายใจติดขัดชั่ววินาที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่กรอบแว่นหนาจะกระเด็นหลุดออกจากใบหน้า กลิ้งไปหยุดอยู่ไม่ไกล
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ถี่และหนักของคนสองคนซ้อนทับกัน
ครีมมี่ชะงักนิ่ง สมองว่างเปล่า ก่อนจะค่อย ๆ รับรู้ได้ว่า คนที่อยู่ใต้ร่างของเธอ…ไม่ใช่แป้งโกะแน่นอน