ชินเอนหลังพิงโซฟาหนัง มือหนึ่งหมุนแก้วเหล้าเบา ๆ สายตามองขึ้นไปบนเวที ก่อนจะเอ่ยขึ้นเหมือนนึกอะไรสนุกได้
“มึงว่าเด็กเนิร์ตแบบน้องเขา…ยังซิงอยู่ป่ะวะ”
ปอนด์หัวเราะหึในลำคอ ยกแก้วขึ้นจิบเหมือนไม่ต้องคิดนาน
“ก็ต้องซิงอยู่แล้วป่ะ ดูจากสภาพอะ เนิร์ตขนาดนั้น”
“แต่ถ้าน้องเขาไม่ซิงล่ะ” ชินยิ้มมุมปาก น้ำเสียงเหมือนจงใจยั่ว “แบบเงียบ ๆ แต่ฟาดเรียบอะ”
ไผ่ขมวดคิ้ว หันไปมองเพื่อนด้วยสายตาไม่เห็นด้วย
“แล้วมึงจะอยากรู้ทำไมวะ ว่าเขาซิงหรือไม่ซิง”
ชินยักไหล่ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง กึก
“งั้นพนันกันไหมล่ะ ถ้าไม่ซิง…กูให้หนึ่งแสน”
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงชั่วครู่ ก่อนที่มังกรซึ่งนั่งนิ่งมาตลอดจะเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบ แต่แววตากลับวาววับ
“แล้วถ้าซิง?”
ชินยิ้มกว้างเหมือนรอคำถามนี้อยู่แล้ว
“มึงก็ได้เปิดซิงน้องเนิร์ตไง”
ไผ่รีบโบกมือทันที
“เหี้ย พวกมึงแม่งบ้า…ใครจะไปเล่นกับมึง กูไม่เอาด้วยหรอก สงสารน้องมัน”
ปอนด์กำลังจะพูดเสริม แต่เสียงของมังกรกลับดังขึ้นแทรกมาก่อน เขายกแก้วขึ้นจิบอึกสุดท้าย ก่อนจะวางลงช้า ๆ
“กูเล่นเอง”
คำพูดของมังกรทำให้บรรยากาศบนโซฟา VIP เงียบงันลงในพริบตา
แก้วเหล้าในมือของแต่ละคนหยุดค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยินคำตอบนั้นออกมาจากปากเขา
แม้เสียงดนตรีจากชั้นล่างจะยังคงกระแทกโสตประสาทอย่างไม่ปรานี แสงไฟสีม่วงสลับแดงยังวูบวาบตามจังหวะเพลง แต่ตรงมุมนี้กลับเย็นเฉียบอย่างประหลาด
ไผ่หันขวับไปมองมังกรทันที สีหน้าฉายความไม่เชื่อ
“มึงเอาจริง?”
มังกรเอนหลังพิงโซฟาหนังอย่างสบายอารมณ์ มือหนึ่งหมุนแก้วเหล้าเบา ๆ อีกมือพาดพนักอย่างไม่ใส่ใจ
ริมฝีปากยกยิ้มมุมเดียว ดวงตาคมทอดมองลงไปยังเวทีด้านล่าง ร่างของดีเจซันเดย์ที่กำลังโยกตัวตามจังหวะเพลงอย่างเร่าร้อนสะท้อนอยู่ในแววตานั้นชัดเจน
“เออ…เอาจริง” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะพูดต่ออย่างไม่รีบร้อน
“แต่กูมีข้อแม้”
ทุกสายตาหันกลับมาที่เขาอีกครั้ง
“ถ้ายายนั่นยังซิง แล้วกูเป็นคนแรก” มังกรหยุดนิดหนึ่ง คล้ายจงใจปล่อยให้คำพูดตกกระทบความเงียบ “กูเอาทั้งเงิน แล้วก็รถ”
ชินหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะยกแก้วขึ้นกระแทกกับโต๊ะเบา ๆ
“ดีล” เขาพูดทันที “กูให้เวลามึงหนึ่งเดือน มึงต้องได้ฟันน้องเขา แล้วเอาหลักฐานมาให้กูดู อย่าโกง กูแค่อยากรู้ว่าซิง…หรือไม่ซิง”
“กูขอสามเดือน”
คำพูดนั้นทำให้ชินเลิกคิ้ว
“อะไรของมึงวะ”
มังกรถอนหายใจเบา ๆ คล้ายขำ
“มึงให้เวลากูเข้าหาหน่อยดิ เนิร์ตนะเว้ย ไม่ใช่ผู้หญิงที่เจอคืนเดียวแล้วขึ้นเตียง กว่าจะยอมเปิดใจ มันต้องใช้เวลา”
ชินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
“เออ…สามเดือนก็สามเดือน”
มังกรยกแก้วเหล้าขึ้นจิบอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มเย็น ดวงตาคมยังคงจับจ้องไปที่เวทีไม่วาง
“หึ…กูจะแก้แค้นให้สาสมเลย” น้ำเสียงต่ำลงอย่างมีนัย “ที่ยายนั่นกล้าด่ากู”
“มึงสองคนเล่นด้วยป่ะ” ชินหันไปถามเสียงเรียบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความคึกคะนองเหมือนคนรอความสนุก
ปอนด์หัวเราะในลำคอ พลางเอนตัวพิงพนักโซฟา แก้วเหล้าในมือแกว่งเบา ๆ
“กูลงเล่นขำ ๆ ละกัน หนึ่งแสน” เขาว่าพลางมองมังกร “ถ้าน้องมันยังซิง มึงก็เอาเงินกูไป แต่ถ้าไม่ซิง…มึงคืนกูสามแสน โอเคป่ะ”
มังกรเหลือบมองปอนด์ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกับอีกฝ่าย เสียงแก้วกระทบกันดังแกร่งท่ามกลางเสียงเพลง
“เค…ตามนั้น” น้ำเสียงเขานิ่ง แต่แววตาคมกลับฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
ชินหันไปมองไผ่ที่นั่งเงียบมานาน
“แล้วมึงล่ะ สนใจลงเล่นไหม”
ไผ่ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบอึกหนึ่ง สายตามองลงไปยังดีเจซันเดย์ที่กำลังโยกตัวตามจังหวะเพลงอย่างมั่นใจ
“ไม่ว่ะ กูขอเป็นคนดูดีกว่า” เขายิ้มมุมปาก “รอดูคนโบ้ น่าจะสนุกกว่าเยอะ”
“เค ตามนั้น ครบสามเดือนกูเอาคำตอบ” ชินพูดก่อนจะยกแก้วขึ้นสูง
แสงไฟจากโคมเหนือโต๊ะสะท้อนของเหลวสีอำพันในแก้วจนเป็นประกาย
“อ้าว ชน!”
เสียงแก้วกระทบกันดังใส ท่ามกลางเสียงหัวเราะและดนตรีที่ยังคงกระหึ่มจากด้านล่าง
มังกรยกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ สายตายังทองแก๊งเพื่อนตัวเอง
ไม่นานนัก…
เด็กดริ๊งก์ที่พวกเขาเรียกก็เดินเข้ามา เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังแข่งกับจังหวะดนตรี แสงไฟนีออนสะท้อนเรือนร่างของสาว ๆ ที่แต่งตัวจัดจ้านจนแทบกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว
“อ้าว มาสักที พี่รอตั้งนาน”
ปอนด์พูดขึ้นทันที ก่อนจะอ้าแขนรับร่างสาวที่เดินเข้ามาหาอย่างคุ้นเคย เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูเขา ขณะที่แขนแข็งแรงรั้งเอวบางเข้ามาแนบชิดโดยไม่อายสายตาใคร
ฝั่งมังกรเองก็ไม่ต่างกันนัก
หญิงสาวรูปร่างเพรียวในชุดรัดรูปนั่งเบียดลงข้างกาย กลิ่นน้ำหอมหวานปนแอลกอฮอล์ลอยคลุ้ง มือเรียวแตะลงบนต้นแขนเขาอย่างเป็นกันเอง ราวกับรู้หน้าที่ของตัวเองดี
“พี่มังกร… วันนี้ให้ข้าวดูแลพี่น้า~” เด็กดริ๊งประจำร้านเอ่ยเสียงออดอ้อน พร้อมยกมือลูบไล้หน้าอกเขาเบาๆ ทันที
“ดูแลพี่ทั้งคืนเลยหรือเปล่า” มังกรยิ้มกริ่ม พลางโอบเอวแล้วยกตัวเธอขึ้นมานั่งคร่อมบนตักอย่างง่ายดาย
ตอนนี้ทุกคนในแก๊งเพื่อนของมังกรต่างมีสาวสวยเคียงกายกันหมด แม้แต่ไผ่ที่ดูเหมือนจะเป็นคนดีที่สุดในกลุ่ม แต่จริงๆ แล้วมันร้ายลึกไม่แพ้ใคร
“แล้วพี่มังกรอยากให้ข้าวดูแลพี่ท่าไหนล่ะคะ~” เธอเอ่ยเสียงหวาน พร้อมขยับตัวใกล้เข้าไปอีกนิด
พูดจบ มังกรก็ไม่รอช้า โน้มตัวลงจูบเธออย่างดุเดือดทันที ลิ้นรุกเข้าไปพันเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน มือใหญ่บีบเคล้นสะโพกเธอแน่นจนเด็กดริ๊งครางเบาๆ ในลำคอ
ส่วนคู่อื่นๆ ในแก๊งก็ไม่ยอมน้อยหน้า ต่างคนต่างจูบ จับเนื้อต้องตัวสาวเคียงข้างอย่างเมามัน บรรยากาศในห้องส่วนตัวของร้านเริ่มร้อนระอุขึ้นทุกขณะ
ไผ่ที่นั่งมุมห้อง ยิ้มมุมปากขณะที่สาวของเขาค่อยๆ คุกเข่าลงตรงหน้า ก้มลงเลียไล้อย่างชำนาญ
เสียงคราง เสียงหอบ ปะปนกับลมหายใจหนักหน่วงดังคลอไปกับจังหวะดนตรีที่ทะลุเข้ามาจากด้านนอก
ห้อง VIP เต็มไปด้วยบรรยากาศร้อนรุ่ม แสงไฟสลัวสะท้อนแก้วเหล้าในมือ และเงาร่างที่เบียดชิดกันแนบแน่น กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยอวล
ความต้องการบางอย่างค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ท่ามกลางค่ำคืนที่ไม่มีใครคิดจะยั้งใจ