วันต่อมา…
“แกไหวป่ะเนี่ยยย อ่านหนังสือยันโต้รุ่งเลยเหรอ?”
เสียงแป้งโกะดังขึ้นขณะมองเพื่อนสาวที่ตอนนี้นอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะในโรงอาหาร หนังสือเล่มหนาถูกวางทับแขนไว้เหมือนหมอนชั่วคราว
ครีมมี่ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้น ดวงตาหลังกรอบแว่นดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
“อืม…เมื่อคืนเลิกงานช้าด้วย” เธอตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความเหนื่อยสะสม
แป้งโกะถอนหายใจเบา ๆ แล้วดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ
“พักบ้างสิแก เดี๋ยวร่างกายก็แย่เอาหรอก งานก็ต้องทำ หนังสือก็ต้องอ่าน แกคนนะไม่ใช่หุ่นยนต์”
“แล้วนี่กินข้าวหรือยัง ให้ฉันไปสั่งมาให้ไหม?” แป้งโกะเอ่ยถาม พลางก้มมองเพื่อนที่สภาพแทบจะหลอมละลายอยู่บนโต๊ะ
“อืม… เอาอะไรก็ได้” ครีมมี่ตอบเสียงเบา ดวงตาปรือเหมือนจะปิดลงได้ทุกเมื่อ
“โอเค งั้นรอแป๊บนะ เดี๋ยวมา” แป้งโกะพูดก่อนจะลุกเดินไป
ครีมมี่พยักหน้ารับเล็กน้อย จากนั้นก็ปล่อยตัวฟุบลงกับโต๊ะอีกครั้ง แขนหนุนศีรษะไว้หลวม ๆ ปล่อยให้ความง่วงลากสติของเธอให้จมดิ่งลงไปช้า ๆ ท่ามกลางเสียงจอแจในโรงอาหารที่ฟังดูห่างไกลออกไปทุกที
ทว่า…
เสียงหัวเราะดังครืนขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ พร้อมกับเสียงลากเก้าอี้ที่ถูกดึงออกอย่างไม่เกรงใจใคร ร่างของกลุ่มผู้ชายสามสี่คนเดินเข้ามานั่งลงโต๊ะติดกับเธอพอดี
“วันนี้คิดไงชวนมาแดกข้าวคณะนิเทศว่ะ” ชินเอ่ยขึ้นเสียงดัง ขณะวางถาดอาหารลงโต๊ะอย่างแรง
“มึงคิดว่าไงล่ะ” มังกรตอบกลับเรียบ ๆ แต่รอยยิ้มมุมปากกลับดูเจ้าเล่ห์
“เชี่ยยย…เริ่มแล้วหรอมึง งานไวฉิบหาย” ปอนด์หัวเราะแซว เสียงดังไม่เกรงใจคนรอบข้าง
เสียงพูดคุยที่ดังเกินพอดีทำให้ครีมมี่ที่ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะสะดุ้ง เธอขมวดคิ้วแน่น ความง่วง ความเหนื่อย และอารมณ์หงุดหงิดที่สะสมมาทั้งคืนปะทุขึ้นทันที
ครีมมี่เงยหน้าขึ้นอย่างแรง ก่อนจะตะโกนสวนไปแบบไม่คิด
“เฮ้ย! เบาๆหน่อยดิว่ะ!”
ทั้งโต๊ะข้าง ๆ เงียบลงชั่วขณะ สายตาหลายคู่หันมามองเธอพร้อมกัน
และในวินาทีนั้นเอง…
สายตาของมังกรก็สบเข้ากับดวงตาคมหลังกรอบแว่นของครีมมี่อย่างจัง
“อ้าว น้องเนิร์ตคนนั้นนี่หว่า ไอ้มังกร” ปอนด์เลิกคิ้วพูดพลางเหลือบมองไปยังโต๊ะข้าง ๆ
ไผ่หันไปมองหน้าเด็กสาวที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะเอ่ยเสียงสุภาพกว่าเพื่อน
“ขอโทษด้วยนะน้อง พวกพี่ไม่ได้ตั้งใจ เสียงดังไปหน่อย”
ยังไม่ทันที่บรรยากาศจะผ่อนคลาย เสียงมังกรก็ตัดขึ้นทันที น้ำเสียงติดหงุดหงิดไม่แพ้กัน
“มึงจะไปขอโทษแทนทำไมวะไอไผ่ นี่มันโรงอาหารนะ ไม่ใช่ห้องสมุด เสียงมันก็ดังเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าจะมานอนฟุบแบบนี้ ก็กลับไปนอนบ้านดิ”
ครีมมี่กำลังจะอ้าปากสวนกลับ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน
“ครีม! มีไรว่ะ อ่ะ ข้าว”
แป้งโกะวางถาดข้าวลงตรงหน้าเพื่อนอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว สีหน้าครีมมี่ตึงขึ้นทันที เธอมองถาดอาหารแค่แวบเดียวก่อนจะผลักมันออกห่างเล็กน้อย
“ไม่กินละ แกอยากกินก็กินไปเลย ฉันไม่มีอารมณ์”
เสียงนิ่ง แต่แฝงความหงุดหงิดชัดเจน ครีมมี่เก็บหนังสือใส่กระเป๋าผ้าอย่างลวก ๆ แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะทันที ตั้งใจจะเดินหนีออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด
ทว่า…
ฟึบ!
มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ก่อน แรงไม่ถึงกับเจ็บ แต่ก็แน่นพอจะทำให้ร่างบางชะงัก
“จะรีบไปไหน?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นใกล้ตัวกว่าที่คิด
“ไม่กินแล้วเหรอ”
ครีมมี่ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมามองเจ้าของมือด้วยสายตาแข็งกร้าว แววตาเรียบเฉย แต่เย็นเฉียบ
“ปล่อยค่ะ”
น้ำเสียงหนักแน่น ไม่มีอ่อน ไม่มีกลัว
“ฉันไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาจับตัว”
ทั้งโต๊ะเงียบลงชั่วขณะ เพื่อน ๆ ของมังกรต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสนใจ บางคนกลั้นยิ้ม บางคนเลิกคิ้วเหมือนดูละครสด
ก่อนที่ครีมมี่จะปัดมือของเขาออกอย่างแรง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
มังกรมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของครีมมี่ที่กำลังเดินหายไปจากสายตา อยู่ ๆ เขาก็ลุกพรวดออกจากเก้าอี้ เสียงขาเก้าอี้เสียดพื้นดังลั่นจนเพื่อน ๆ หันมามอง
ทว่าก่อนที่เขาจะก้าวพ้นโต๊ะ เสียงของไผ่ก็ดังขึ้นขัดไว้เสียก่อน
“ไอมังกร มึงจะไปไหนวะ…”
มังกรไม่หันกลับมา แค่ทิ้งคำตอบสั้น ๆ ไว้กลางอากาศ
“เดี๋ยวกูมา”
พูดจบ เขาก็ออกวิ่งทันที ฝ่าเสียงจอแจในโรงอาหาร มุ่งหน้าไล่ตามร่างบางที่หายลับออกไป
มังกรวิ่งตามออกมาทันที สายตามองเห็นแผ่นหลังเล็ก ๆ ของครีมมี่ที่กำลังเดินฉับ ๆ มุ่งหน้าไปทางห้องน้ำอย่างไม่คิดจะหันกลับมา
เขาเร่งฝีเท้าด้วยช่วงขายาว ไล่ตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ไปติด ๆ ก่อนจะยื่นมือคว้าแขนเธอไว้แน่น
“อ๊ะ!”
ครีมมี่สะดุ้งสุดตัว ร่างเล็กถูกแรงดึงให้หยุดกะทันหัน เธอหันกลับมาพร้อมสายตาไม่พอใจทันที
“เฮ้ย! ตามมาทำไมเนี่ย ปล่อยนะ!” เสียงเธอขึ้นสูงโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง
มังกรชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ ดวงตาคมมองเธออย่างจับผิด
“มีเรื่องจะถาม” เขาพูดเสียงต่ำ ชัดถ้อยชัดคำ
“อะไร?” ครีมมี่ถามสวนทันที น้ำเสียงแข็งกร้าว แววตาเต็มไปด้วยความระแวงและรำคาญ
เธอพยายามสะบัดแขนอีกครั้ง แต่แรงมือของเขายังแน่นพอจะทำให้หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความไม่พอใจมากกว่าความกลัว
“มีแฟนหรือยัง”
คำถามตรงเกินไปทำให้ครีมมี่ชะงัก เธอเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ
“ถามทำไมคะ”
“ก็แค่ถาม” มังกรตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับจ้องไม่วาง “ตอบยากขนาดนั้นเลยหรือไง”
ครีมมี่หัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะสะบัดสายตาหนี
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ล่ะคะ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพี่เลยสักนิด”
น้ำเสียงของเธอแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกำแพงที่ถูกยกขึ้นมาทันที
มังกรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เนิร์ตขนาดนี้…ไม่เคยมีใครกล้าจีบสินะ”
มังกรเอ่ยเสียงต่ำ แฝงรอยยิ้มยียวนที่มุมปาก
ครีมมี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนแววตานิ่งแต่แข็งกร้าว
“พี่จะมารู้ดีกว่าฉันได้ยังไง”
“แค่มองก็รู้แล้ว” เขาตอบสบาย ๆ ราวกับมั่นใจในคำพูดของตัวเอง
ริมฝีปากบางของครีมมี่กระตุกยิ้มเย็น ก่อนจะสวนกลับทันควัน
“แฟนไม่มี” เธอหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เชือดเฉือน
“เพราะปกติฉัน ซื้อกิน จบไหมคะ”
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ทิ้งให้มังกรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
รอยยิ้มกวน ๆ บนใบหน้าค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าชะงักงันอย่างที่เจ้าตัวไม่ค่อยได้รู้สึกบ่อยนัก
“ผู้หญิงอะไรวะ… ปากจัดฉิบหาย”
มังกรสบถพึมพำกับตัวเองเมื่อเริ่มดึงสติกลับมาได้ สายตาคมยังคงทอดมองไปทางเดิม ตรงที่แผ่นหลังเล็ก ๆ ของครีมมี่เดินอยู่
ก่อนที่มันจะหายลับไปจากสายตา เหลือไว้เพียงความหงุดหงิดปนบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่อยากยอมรับ