10 เจ้าเอย

1879 คำ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนทะเลภูเก็ตที่ใสราวคริสตัล คุณเปรมในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมสองเม็ด ยืนรออันดาที่ท่าเรือส่วนตัวของโรงแรม อันดาเดินออกมาจากรถลีมูซีนในเดรสสีขาวลายดอกไม้ หมวกปีกกว้างและแว่นกันแดดขนาดใหญ่ทำให้เธอดูเหมือนนางเอกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด “พร้อมดำน้ำหรือยังครับคุณดารา” คุณเปรมแซวเบา ๆ มือยื่นออกไปพยุงเธอขึ้นเรือยอร์ชหรู อันดายิ้มเขิน “พร้อมสิ ไม่มีฉลามใช่ไหม” ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน เสียงดังก้องบนผิวน้ำ เรือแล่นออกจากฝั่งช้า ๆ มุ่งหน้าสู่เกาะเล็ก ๆ ที่มีแนวปะการังสวยงาม คุณเปรมช่วยอันดาสวมชุดดำน้ำ มือเขาแตะไหล่เธอเบา ๆ แต่ในใจกลับว่างเปล่า เขาทำตามสัญญาที่ให้เจ้าขาเมื่อคืนนี้ ใต้ท้องทะเล อันดาจับมือคุณเปรมแน่น ขณะที่ทั้งคู่ดำลงไปในน้ำใส ฝูงปลานีโมแหวกว่ายผ่าน แสงแดดหักเหกระทบปะการังสีสันสดใส อันดาชี้ไปที่ปลาหมึกตัวเล็กที่กำลังเปลี่ยนสี คุณเปรมพยักหน้า แต่สายตากลับมองไปไกลกว่า เขานึกถึงครั้งแรกที่พาเด็กสาวมาดำน้ำที่นี่ เธอตื่นเต้นจนลืมกลัว ตอนนี้...เธออยู่ไหน หลังจากดำน้ำเสร็จ ทั้งคู่ขึ้นมานั่งที่ดาดฟ้าเรือ อันดาถอดหน้ากาก ถอนผมเปียกที่ติดหน้าผาก “สนุกมากเลย ฉันไม่เคยมาที่แบบนี้กับใครมาก่อน” คุณเปรมยิ้มบาง “ดีใจที่เธอชอบ” แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อ โทรศัพท์ของอันดาสั่นขึ้น ข้อความจากผู้จัดการ “ดา!!! มีคนถ่ายรูปได้ตอนเธอกับคุณเปรมขึ้นเรือ ตอนนี้กำลัง viral อยู่เลย #อันดากับหนุ่มลึกลับ” อันดาหน้าเสีย “โอ๊ย ไม่นะ...” คุณเปรมขมวดคิ้ว “ข่าว?” “ใช่...ฉันเป็นดารานะ พออยู่กับผู้ชายคนไหนก็จะตกเป็นข่าวตลอด” เธอเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย รูปที่ทั้งคู่ยิ้มให้กันตอนขึ้นเรือถูกแชร์ไปนับหมื่นครั้ง แคปชั่นต่าง ๆ “หนุ่มลึกลับคือใคร?” คุณเปรมถอนหายใจ “ไม่เป็นไรหรอก” เขาตอบปัดอย่างไม่คิดมากเรื่องนี้ ในเวลาเดียวกัน ที่หาดกมลา ของขวัญในชุดบิกินี่สีฟ้าอ่อนยืนอยู่บนเซิร์ฟสเก็ตบอร์ด ธีรัชยืนข้าง ๆ มือประสานหลัง มองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “ลองถีบดูสิ ขวัญ เราจับให้” ของขวัญหัวเราะ “ขวัญกลัวล้มอะธีร์!” “ไม่ล้มหรอก เราอยู่ตรงนี้” ธีรัชยิ้ม มือแตะเอวเธอเบา ๆ พยุงให้เธอทรงตัว ทั้งคู่เล่นเซิร์ฟสเก็ตกันอยู่นาน ของขวัญหัวเราะจนตัวโยก ธีรัชคอยประคองทุกครั้งที่เธอจะล้ม หลังจากนั้นทั้งคู่เช่าเจ็ตสกี ขี่ตัดคลื่นด้วยกัน ของขวัญนั่งซ้อนท้าย กอดเอวธีรัชแน่น ลมทะเลพัดผมเธอปลิวสะบัด “สนุกไหม?” ธีรัชตะโกนถาม ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ “สนุกมาก!”ation!” ของขวัญตะโกนตอบ รอยยิ้มจริงใจครั้งแรกในรอบหลายวัน ทั้งคู่กลับขึ้นฝั่งตอนบ่ายสาม ตัวเปียกปอนแต่หัวใจเบิกบาน ธีรัชซื้อน้ำมะพร้าวให้เธอ “วันนี้เป็นไงบ้าง?” ของขวัญจิบน้ำมะพร้าว “ดีมากเลย ขอบคุณที่ชวนมา” ธีรัชมองเธอนิ่ง ๆ “เราดีใจที่ขวัญยิ้มได้อีกครั้ง” ของขวัญหลบตา ความรู้สึกผิดบาปก่อตัวขึ้นในอก เธอรู้ว่าธีรัชรักเธอมากกว่าเพื่อน แต่สำหรับเธอ เขายังคงเป็น “ธีร์” คนเดิมที่แสนดี อบอุ่น และเข้าใจเธอทุกอย่าง แต่ใจเธอกลับไม่เต้นแรง ไม่รู้สึกหวานซึ้งแบบที่ควรจะเป็น “ถ้าขวัญยังไม่ชินเวลาเราอยู่ตามลำพัง งั้นมื้อเย็นวันนี้เราชวนเอยมาทานด้วยดีไหม” ธีรัชพูดขึ้นขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินแยกกันกลับห้อง ของขวัญหันมาตอบทันที “เอาสิ ก็ดีเหมือนกัน” พูดจบเธอหันหลังเดินกลับเข้าห้องโดยไม่รอคำตอบ ธีรัชมองตามหลัง รอยยิ้มบาง ๆ แต่แฝงความเศร้า ในห้องพัก ของขวัญเปิดโทรศัพท์ทันทีที่อาบน้ำเสร็จ ข่าวหน้าหลักของทุกแอปพลิเคชันคือ “อันดากับหนุ่มลึกลับ! ดำน้ำด้วยกันที่ภูเก็ต เป็นแฟนใหม่เธอหรือเปล่า?” รูปคุณเปรมในชุดดำน้ำยิ้มให้อันดาเด่นชัดเจน ของขวัญนั่งลงบนขอบเตียง มือสั่นเล็กน้อย เธอเลื่อนดูคอมเมนต์ มีแต่คนชมว่าทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก “เหมาะสม...” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาคลอแต่กลั้นไว้ ความเจ็บปวดไม่ใช่เพราะเสียเขา แต่เพราะรู้ตัวว่าตัวเองคิดไปเองมาตลอด ว่าเขาสนใจเธอ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เธอแค่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา ไม่ใช่ทั้งหมด ร้านอาหารริมทะเลเปิดโล่ง ลมพัดเย็น ๆ พัดพากลิ่นเกลือเค็มปนกลิ่นย่างกระทะ เสียงคลื่นซัดฝั่งเป็นจังหวะเบา ๆ ใต้แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟไม้ไผ่ โต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มวางเรียงอาหารทะเลสด ๆ ปูผัดผงกะหรี่ กุ้งเผา หอยเชลล์อบเนยกระเทียม ควันลอยกรุ่นเชิญชวน เจ้าเอยนั่งตรงกลาง ตัวเล็กในเดรสสีเหลืองสดใส ผมมัดหางม้าสูง ใบหน้าแดงระเรื่อจากแดดบ่าย เธอเป็นคนแรกที่ตะโกนเรียกบริกรเสียงดังฟังชัด “พี่! ขอเบียร์สิงห์เย็น ๆ สามขวด แล้วก็น้ำมะนาวโซดาเพิ่มอีกแก้วนะคะ ขวัญชอบเปรี้ยว!” เธอหันมาหยิบตะเกียบตีจานเบา ๆ ทำจังหวะเพลง “ตึกตัก ตึกตัก” แล้วหัวเราะลั่น “มา ๆ วันนี้กินให้หมดโต๊ะ! ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว!” ของขวัญยิ้มเขิน “เอย ใจเย็น ๆ สิ กุ้งยังไม่มาเลย” “มาแล้ว ๆ!” เจ้าเอยตบมือดังฉาด รับจานกุ้งเผาจากบริกรทันที เธอหยิบกุ้งตัวโตสุดแกะเปลือกให้ธีรัชก่อนโดยไม่ต้องคิด “ธีร์ กินตัวนี้ ใหญ่สุด เนื้อแน่น!” ธีรัชยกคิ้ว ยิ้มกว้างแบบเด็ก ๆ “ขอบใจโว้ยยัยตัวแสบ” เขารับกุ้งมาด้วยมือเปล่า กัดคำใหญ่ แล้วยกนิ้วโป้งให้ “อร่อย!” เจ้าเอยหัวเราะครึก “เห็นไหม! ฉันเลือกเก่ง!” เธอหันไปแกะกุ้งให้ของขวัญต่อ “ขวัญ กินด้วย ตัวนี้หวานมาก” ของขวัญยิ้มรับ “ขอบคุณนะ” ธีรัชหันไปมองของขวัญทันทีที่เธอพูด สายตาเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเป็นประกาย มุมปากยกขึ้นแบบไม่รู้ตัว เขาเอื้อมมือไปปาดน้ำจิ้มซีฟู้ดใส่จานเธอเบา ๆ “อันนี้เผ็ดน้อย ขวัญชอบใช่ไหม” ของขวัญพยักหน้า “ใช่” แล้วเขาหันกลับมาหาเจ้าเอย สีหน้าเปลี่ยนทันที เป็นรอยยิ้มกว้างแบบเพื่อนซี้ ไม่มีความอ่อนโยนพิเศษใด ๆ เขายกขวดเบียร์ขึ้นชนกับขวดของเธอแรง ๆ “ชนแก้ว! ยัยตัวดี วันนี้แกไม่มาเล่นเจ็ตสกีด้วย กลัวแพ้ฉันใช่ไหม?” เจ้าเอยหัวเราะลั่น “ไม่ใช่! ฉันแค่ขี้เกียจตื่น!” เธอตบไหล่เขาแรง ๆ แบบที่ทำกับเพื่อนผู้ชาย “อีกอย่าง พวกแกสองคนอยากอยู่ด้วยกันสองคนใช่ไหมล่ะ ฉันรู้ทัน!” ธีรัชหัวเราะ “รู้ทันอะไรของแก” เขาตบหลังเธอกลับ “ครั้งหน้าไม่ให้แกนอนแล้ว ลากขึ้นเจ็ตสกีให้รู้แล้วรู้รอด!” เจ้าเอยยักไหล่ ทำหน้าตาเหมือนไม่สน แต่สายตาที่มองเขาตอนเขาหัวเราะกับของขวัญนั้น หยุดนิ่งนานเกินไป นิ้วเรียวเกาะขอบแก้วเบียร์แน่นขึ้นนิด ๆ โดยไม่รู้ตัว เธอรีบกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะดัง “เออ ๆ ครั้งหน้าฉันไป! แต่ถ้าฉันล้ม ธีร์แกต้องอุ้มฉันเหมือนตอนเด็ก ๆ นะ!” “อุ้มสิ! อุ้มแบบโยนลงทะเลเลย!” ธีรัชแซวกลับทันควัน ของขวัญมองทั้งสองคน ความอบอุ่นของมิตรภาพที่เติบโตมาตั้งแต่เด็กทำให้ใจเธอสงบ แต่ในใจลึก ๆ เธอรู้สึกผิด ผิดที่ไม่สามารถรักธีรัชได้แบบที่เขาต้องการ เจ้าเอยยกแก้วขึ้นอีกครั้ง “เอาล่ะ! ชนแก้วอีกรอบ! เพื่อมิตรภาพตั้งแต่เกิดจนตาย!” เธอตะโกนเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ในดวงตา...มีเงาเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเห็น ธีรัชชนแก้วกับเธอแรง ๆ “ชน เพื่อยัยตัวแสบที่ขาดไม่ได้!” เขาพูดแบบไม่คิดอะไร แล้วหันไปมองของขวัญอีกครั้ง “และเพื่อขวัญ คุณคู่หมั้นคนสวยของเรา วันนี้สนุกที่สุด” เขาพูดเสียงนุ่มลงทันที สายตาอบอุ่นจนของขวัญหลบตา เจ้าเอยยกแก้วขึ้นจิบเบียร์ช้า ๆ กลบรอยยิ้มที่ฝืนลงด้วยฟองขาว ๆ ที่เกาะริมฝีปาก ในใจเธอ...มีเพียงคำพูดที่ไม่มีวันพูดออกมา “เพื่อธีร์...ที่ฉันรักมาตลอด แต่ไม่มีวันได้ครอบครอง” เสียงคลื่นซัดฝั่งค่อย ๆ ดังแผ่วลงเมื่ออาหารหมดโต๊ะ แสงไฟจากโคมไม้ไผ่สะท้อนบนแก้วเบียร์ที่ว่างเปล่า เจ้าเอยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ทำท่าจะเต้น แต่สุดท้ายแค่ยกมือขึ้นโบกโบกเหมือนเด็ก “คืนนี้จบด้วยดาวเต็มฟ้า!” เธอตะโกน แล้วหัวเราะจนตัวงอ ก่อนกระโดดลงพื้น เกาะไหล่ธีรัชกับของขวัญคนละข้าง “เดินกลับโรงแรมด้วยกันนะ ฉันไม่อยากเดินคนเดียว” ธีรัชหัวเราะ “กลัวผีอีกแล้วเหรอ” “ไม่ใช่! กลัวแกสองคนหายไป!” เธอแซวกลับ แต่สายตาที่มองของขวัญแฝงความจริงใจ ทั้งสามเดินออกจากร้าน ฝ่าแสงไฟสลัวไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวสู่ทะเล เสียงคลื่นกลายเป็นเพลงเบา ๆ เจ้าเอยเดินนำหน้า กระโดดข้ามก้อนหินเล็ก ๆ ทำท่าจะเต้นระบำ แต่หันกลับมาหยิบมือของขวัญลากให้เดินเร็วขึ้น “เร็วสิขวัญ! เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้ กับธีร์ด้วย!” ของขวัญหัวเราะ “ถ่ายอะไรอีก” “รูปคู่ไง! แบบที่ไม่มีฉัน ทุกรูปตั้งแต่เด็กแล้ว มีแต่ภาพเราสามคนตลอดเลย มาฉันถ่ายภาพพวกเธอสองคนบ้าง” เธอตะโกน แล้วหันไปยกกล้องโทรศัพท์ขึ้นถ่ายธีรัชกับของขวัญที่ยืนเคียงข้างกันโดยไม่ตั้งใจ ภาพที่ได้ ธีรัชมองของขวัญด้วยสายตาอบอุ่น ของขวัญยิ้มเขิน ๆ ลมพัดผมเธอปลิว เจ้าเอยมองภาพนั้นในหน้าจอ นิ้วหยุดนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มกว้าง “สวยมาก!” เธอส่งโทรศัพท์ให้ของขวัญดู แล้วหันไปวิ่งนำหน้าต่อ กระโดดลงหาดทราย ปล่อยให้ทั้งสองเดินตามหลัง ของขวัญมองภาพนั้น หัวใจหน่วง แต่ไม่เจ็บเหมือนก่อน เธอรู้แล้วว่า ความรักที่เธอเคยฝันถึงคุณเปรมนั้น ไม่เคยมีอยู่จริง มีแต่ภาพลวงตาที่เธอสร้างขึ้นเอง ธีรัชมองของขวัญ เขายิ้มบาง ๆ มือล้วงกระเป๋า “ชอบรูปนี้ไหม” ของขวัญพยักหน้า “ชอบ” เจ้าเอยวิ่งกลับมา กระโดดเกาะหลังธีรัช “อุ้มฉันหน่อยสิ! เหนื่อยเดินต่อแล้ว!” ธีรัชหัวเราะ อุ้มเธอโยนขึ้นหลังแบบเด็ก ๆ “ยัยตัวแสบ!” ทั้งสามหัวเราะพร้อมกัน เสียงดังก้องท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงบ เจ้าเอยซบไหล่ธีรัช ดวงตาปิดลงชั่วขณะ ปล่อยให้หัวใจเต้นแรงโดยไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งคนที่เธอกำลังเอาอกซบหลังแกร่งเขาอยู่ก็ตาม
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม