แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนทะเลภูเก็ตที่ใสราวคริสตัล คุณเปรมในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมสองเม็ด ยืนรออันดาที่ท่าเรือส่วนตัวของโรงแรม อันดาเดินออกมาจากรถลีมูซีนในเดรสสีขาวลายดอกไม้ หมวกปีกกว้างและแว่นกันแดดขนาดใหญ่ทำให้เธอดูเหมือนนางเอกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด
“พร้อมดำน้ำหรือยังครับคุณดารา” คุณเปรมแซวเบา ๆ มือยื่นออกไปพยุงเธอขึ้นเรือยอร์ชหรู
อันดายิ้มเขิน “พร้อมสิ ไม่มีฉลามใช่ไหม”
ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน เสียงดังก้องบนผิวน้ำ เรือแล่นออกจากฝั่งช้า ๆ มุ่งหน้าสู่เกาะเล็ก ๆ ที่มีแนวปะการังสวยงาม คุณเปรมช่วยอันดาสวมชุดดำน้ำ มือเขาแตะไหล่เธอเบา ๆ แต่ในใจกลับว่างเปล่า เขาทำตามสัญญาที่ให้เจ้าขาเมื่อคืนนี้
ใต้ท้องทะเล อันดาจับมือคุณเปรมแน่น ขณะที่ทั้งคู่ดำลงไปในน้ำใส ฝูงปลานีโมแหวกว่ายผ่าน แสงแดดหักเหกระทบปะการังสีสันสดใส อันดาชี้ไปที่ปลาหมึกตัวเล็กที่กำลังเปลี่ยนสี คุณเปรมพยักหน้า แต่สายตากลับมองไปไกลกว่า เขานึกถึงครั้งแรกที่พาเด็กสาวมาดำน้ำที่นี่ เธอตื่นเต้นจนลืมกลัว ตอนนี้...เธออยู่ไหน
หลังจากดำน้ำเสร็จ ทั้งคู่ขึ้นมานั่งที่ดาดฟ้าเรือ อันดาถอดหน้ากาก ถอนผมเปียกที่ติดหน้าผาก “สนุกมากเลย ฉันไม่เคยมาที่แบบนี้กับใครมาก่อน”
คุณเปรมยิ้มบาง “ดีใจที่เธอชอบ”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อ โทรศัพท์ของอันดาสั่นขึ้น ข้อความจากผู้จัดการ “ดา!!! มีคนถ่ายรูปได้ตอนเธอกับคุณเปรมขึ้นเรือ ตอนนี้กำลัง viral อยู่เลย #อันดากับหนุ่มลึกลับ”
อันดาหน้าเสีย “โอ๊ย ไม่นะ...”
คุณเปรมขมวดคิ้ว “ข่าว?”
“ใช่...ฉันเป็นดารานะ พออยู่กับผู้ชายคนไหนก็จะตกเป็นข่าวตลอด” เธอเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย รูปที่ทั้งคู่ยิ้มให้กันตอนขึ้นเรือถูกแชร์ไปนับหมื่นครั้ง แคปชั่นต่าง ๆ “หนุ่มลึกลับคือใคร?”
คุณเปรมถอนหายใจ “ไม่เป็นไรหรอก” เขาตอบปัดอย่างไม่คิดมากเรื่องนี้
ในเวลาเดียวกัน ที่หาดกมลา ของขวัญในชุดบิกินี่สีฟ้าอ่อนยืนอยู่บนเซิร์ฟสเก็ตบอร์ด ธีรัชยืนข้าง ๆ มือประสานหลัง มองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “ลองถีบดูสิ ขวัญ เราจับให้”
ของขวัญหัวเราะ “ขวัญกลัวล้มอะธีร์!”
“ไม่ล้มหรอก เราอยู่ตรงนี้” ธีรัชยิ้ม มือแตะเอวเธอเบา ๆ พยุงให้เธอทรงตัว
ทั้งคู่เล่นเซิร์ฟสเก็ตกันอยู่นาน ของขวัญหัวเราะจนตัวโยก ธีรัชคอยประคองทุกครั้งที่เธอจะล้ม หลังจากนั้นทั้งคู่เช่าเจ็ตสกี ขี่ตัดคลื่นด้วยกัน ของขวัญนั่งซ้อนท้าย กอดเอวธีรัชแน่น ลมทะเลพัดผมเธอปลิวสะบัด
“สนุกไหม?” ธีรัชตะโกนถาม ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์
“สนุกมาก!”ation!” ของขวัญตะโกนตอบ รอยยิ้มจริงใจครั้งแรกในรอบหลายวัน
ทั้งคู่กลับขึ้นฝั่งตอนบ่ายสาม ตัวเปียกปอนแต่หัวใจเบิกบาน ธีรัชซื้อน้ำมะพร้าวให้เธอ “วันนี้เป็นไงบ้าง?”
ของขวัญจิบน้ำมะพร้าว “ดีมากเลย ขอบคุณที่ชวนมา”
ธีรัชมองเธอนิ่ง ๆ “เราดีใจที่ขวัญยิ้มได้อีกครั้ง”
ของขวัญหลบตา ความรู้สึกผิดบาปก่อตัวขึ้นในอก เธอรู้ว่าธีรัชรักเธอมากกว่าเพื่อน แต่สำหรับเธอ เขายังคงเป็น “ธีร์” คนเดิมที่แสนดี อบอุ่น และเข้าใจเธอทุกอย่าง แต่ใจเธอกลับไม่เต้นแรง ไม่รู้สึกหวานซึ้งแบบที่ควรจะเป็น
“ถ้าขวัญยังไม่ชินเวลาเราอยู่ตามลำพัง งั้นมื้อเย็นวันนี้เราชวนเอยมาทานด้วยดีไหม” ธีรัชพูดขึ้นขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินแยกกันกลับห้อง
ของขวัญหันมาตอบทันที “เอาสิ ก็ดีเหมือนกัน” พูดจบเธอหันหลังเดินกลับเข้าห้องโดยไม่รอคำตอบ ธีรัชมองตามหลัง รอยยิ้มบาง ๆ แต่แฝงความเศร้า
ในห้องพัก ของขวัญเปิดโทรศัพท์ทันทีที่อาบน้ำเสร็จ ข่าวหน้าหลักของทุกแอปพลิเคชันคือ “อันดากับหนุ่มลึกลับ! ดำน้ำด้วยกันที่ภูเก็ต เป็นแฟนใหม่เธอหรือเปล่า?” รูปคุณเปรมในชุดดำน้ำยิ้มให้อันดาเด่นชัดเจน ของขวัญนั่งลงบนขอบเตียง มือสั่นเล็กน้อย เธอเลื่อนดูคอมเมนต์ มีแต่คนชมว่าทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก
“เหมาะสม...” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาคลอแต่กลั้นไว้ ความเจ็บปวดไม่ใช่เพราะเสียเขา แต่เพราะรู้ตัวว่าตัวเองคิดไปเองมาตลอด ว่าเขาสนใจเธอ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เธอแค่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา ไม่ใช่ทั้งหมด
ร้านอาหารริมทะเลเปิดโล่ง ลมพัดเย็น ๆ พัดพากลิ่นเกลือเค็มปนกลิ่นย่างกระทะ เสียงคลื่นซัดฝั่งเป็นจังหวะเบา ๆ ใต้แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟไม้ไผ่ โต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มวางเรียงอาหารทะเลสด ๆ ปูผัดผงกะหรี่ กุ้งเผา หอยเชลล์อบเนยกระเทียม ควันลอยกรุ่นเชิญชวน
เจ้าเอยนั่งตรงกลาง ตัวเล็กในเดรสสีเหลืองสดใส ผมมัดหางม้าสูง ใบหน้าแดงระเรื่อจากแดดบ่าย เธอเป็นคนแรกที่ตะโกนเรียกบริกรเสียงดังฟังชัด
“พี่! ขอเบียร์สิงห์เย็น ๆ สามขวด แล้วก็น้ำมะนาวโซดาเพิ่มอีกแก้วนะคะ ขวัญชอบเปรี้ยว!”
เธอหันมาหยิบตะเกียบตีจานเบา ๆ ทำจังหวะเพลง “ตึกตัก ตึกตัก” แล้วหัวเราะลั่น “มา ๆ วันนี้กินให้หมดโต๊ะ! ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว!”
ของขวัญยิ้มเขิน “เอย ใจเย็น ๆ สิ กุ้งยังไม่มาเลย”
“มาแล้ว ๆ!” เจ้าเอยตบมือดังฉาด รับจานกุ้งเผาจากบริกรทันที เธอหยิบกุ้งตัวโตสุดแกะเปลือกให้ธีรัชก่อนโดยไม่ต้องคิด “ธีร์ กินตัวนี้ ใหญ่สุด เนื้อแน่น!”
ธีรัชยกคิ้ว ยิ้มกว้างแบบเด็ก ๆ “ขอบใจโว้ยยัยตัวแสบ” เขารับกุ้งมาด้วยมือเปล่า กัดคำใหญ่ แล้วยกนิ้วโป้งให้ “อร่อย!”
เจ้าเอยหัวเราะครึก “เห็นไหม! ฉันเลือกเก่ง!” เธอหันไปแกะกุ้งให้ของขวัญต่อ “ขวัญ กินด้วย ตัวนี้หวานมาก”
ของขวัญยิ้มรับ “ขอบคุณนะ”
ธีรัชหันไปมองของขวัญทันทีที่เธอพูด สายตาเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเป็นประกาย มุมปากยกขึ้นแบบไม่รู้ตัว เขาเอื้อมมือไปปาดน้ำจิ้มซีฟู้ดใส่จานเธอเบา ๆ “อันนี้เผ็ดน้อย ขวัญชอบใช่ไหม”
ของขวัญพยักหน้า “ใช่”
แล้วเขาหันกลับมาหาเจ้าเอย สีหน้าเปลี่ยนทันที เป็นรอยยิ้มกว้างแบบเพื่อนซี้ ไม่มีความอ่อนโยนพิเศษใด ๆ เขายกขวดเบียร์ขึ้นชนกับขวดของเธอแรง ๆ “ชนแก้ว! ยัยตัวดี วันนี้แกไม่มาเล่นเจ็ตสกีด้วย กลัวแพ้ฉันใช่ไหม?”
เจ้าเอยหัวเราะลั่น “ไม่ใช่! ฉันแค่ขี้เกียจตื่น!” เธอตบไหล่เขาแรง ๆ แบบที่ทำกับเพื่อนผู้ชาย “อีกอย่าง พวกแกสองคนอยากอยู่ด้วยกันสองคนใช่ไหมล่ะ ฉันรู้ทัน!”
ธีรัชหัวเราะ “รู้ทันอะไรของแก” เขาตบหลังเธอกลับ “ครั้งหน้าไม่ให้แกนอนแล้ว ลากขึ้นเจ็ตสกีให้รู้แล้วรู้รอด!”
เจ้าเอยยักไหล่ ทำหน้าตาเหมือนไม่สน แต่สายตาที่มองเขาตอนเขาหัวเราะกับของขวัญนั้น หยุดนิ่งนานเกินไป นิ้วเรียวเกาะขอบแก้วเบียร์แน่นขึ้นนิด ๆ โดยไม่รู้ตัว
เธอรีบกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะดัง “เออ ๆ ครั้งหน้าฉันไป! แต่ถ้าฉันล้ม ธีร์แกต้องอุ้มฉันเหมือนตอนเด็ก ๆ นะ!”
“อุ้มสิ! อุ้มแบบโยนลงทะเลเลย!” ธีรัชแซวกลับทันควัน
ของขวัญมองทั้งสองคน ความอบอุ่นของมิตรภาพที่เติบโตมาตั้งแต่เด็กทำให้ใจเธอสงบ แต่ในใจลึก ๆ เธอรู้สึกผิด ผิดที่ไม่สามารถรักธีรัชได้แบบที่เขาต้องการ
เจ้าเอยยกแก้วขึ้นอีกครั้ง “เอาล่ะ! ชนแก้วอีกรอบ! เพื่อมิตรภาพตั้งแต่เกิดจนตาย!” เธอตะโกนเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ในดวงตา...มีเงาเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเห็น
ธีรัชชนแก้วกับเธอแรง ๆ “ชน เพื่อยัยตัวแสบที่ขาดไม่ได้!” เขาพูดแบบไม่คิดอะไร
แล้วหันไปมองของขวัญอีกครั้ง “และเพื่อขวัญ คุณคู่หมั้นคนสวยของเรา วันนี้สนุกที่สุด” เขาพูดเสียงนุ่มลงทันที สายตาอบอุ่นจนของขวัญหลบตา
เจ้าเอยยกแก้วขึ้นจิบเบียร์ช้า ๆ กลบรอยยิ้มที่ฝืนลงด้วยฟองขาว ๆ ที่เกาะริมฝีปาก
ในใจเธอ...มีเพียงคำพูดที่ไม่มีวันพูดออกมา “เพื่อธีร์...ที่ฉันรักมาตลอด แต่ไม่มีวันได้ครอบครอง”
เสียงคลื่นซัดฝั่งค่อย ๆ ดังแผ่วลงเมื่ออาหารหมดโต๊ะ แสงไฟจากโคมไม้ไผ่สะท้อนบนแก้วเบียร์ที่ว่างเปล่า เจ้าเอยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ทำท่าจะเต้น แต่สุดท้ายแค่ยกมือขึ้นโบกโบกเหมือนเด็ก
“คืนนี้จบด้วยดาวเต็มฟ้า!” เธอตะโกน แล้วหัวเราะจนตัวงอ ก่อนกระโดดลงพื้น เกาะไหล่ธีรัชกับของขวัญคนละข้าง “เดินกลับโรงแรมด้วยกันนะ ฉันไม่อยากเดินคนเดียว”
ธีรัชหัวเราะ “กลัวผีอีกแล้วเหรอ”
“ไม่ใช่! กลัวแกสองคนหายไป!” เธอแซวกลับ แต่สายตาที่มองของขวัญแฝงความจริงใจ
ทั้งสามเดินออกจากร้าน ฝ่าแสงไฟสลัวไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวสู่ทะเล เสียงคลื่นกลายเป็นเพลงเบา ๆ เจ้าเอยเดินนำหน้า กระโดดข้ามก้อนหินเล็ก ๆ ทำท่าจะเต้นระบำ แต่หันกลับมาหยิบมือของขวัญลากให้เดินเร็วขึ้น
“เร็วสิขวัญ! เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้ กับธีร์ด้วย!”
ของขวัญหัวเราะ “ถ่ายอะไรอีก”
“รูปคู่ไง! แบบที่ไม่มีฉัน ทุกรูปตั้งแต่เด็กแล้ว มีแต่ภาพเราสามคนตลอดเลย มาฉันถ่ายภาพพวกเธอสองคนบ้าง” เธอตะโกน แล้วหันไปยกกล้องโทรศัพท์ขึ้นถ่ายธีรัชกับของขวัญที่ยืนเคียงข้างกันโดยไม่ตั้งใจ
ภาพที่ได้ ธีรัชมองของขวัญด้วยสายตาอบอุ่น ของขวัญยิ้มเขิน ๆ ลมพัดผมเธอปลิว
เจ้าเอยมองภาพนั้นในหน้าจอ นิ้วหยุดนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มกว้าง “สวยมาก!” เธอส่งโทรศัพท์ให้ของขวัญดู แล้วหันไปวิ่งนำหน้าต่อ กระโดดลงหาดทราย ปล่อยให้ทั้งสองเดินตามหลัง
ของขวัญมองภาพนั้น หัวใจหน่วง แต่ไม่เจ็บเหมือนก่อน เธอรู้แล้วว่า ความรักที่เธอเคยฝันถึงคุณเปรมนั้น ไม่เคยมีอยู่จริง มีแต่ภาพลวงตาที่เธอสร้างขึ้นเอง
ธีรัชมองของขวัญ เขายิ้มบาง ๆ มือล้วงกระเป๋า “ชอบรูปนี้ไหม”
ของขวัญพยักหน้า “ชอบ”
เจ้าเอยวิ่งกลับมา กระโดดเกาะหลังธีรัช “อุ้มฉันหน่อยสิ! เหนื่อยเดินต่อแล้ว!”
ธีรัชหัวเราะ อุ้มเธอโยนขึ้นหลังแบบเด็ก ๆ “ยัยตัวแสบ!”
ทั้งสามหัวเราะพร้อมกัน เสียงดังก้องท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงบ เจ้าเอยซบไหล่ธีรัช ดวงตาปิดลงชั่วขณะ ปล่อยให้หัวใจเต้นแรงโดยไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งคนที่เธอกำลังเอาอกซบหลังแกร่งเขาอยู่ก็ตาม