17 ตระกูลสุคนธเวียง

1677 คำ
เวลาหกโมงเย็น ณ ร้าน Maison d’Ancha สาขาหลัก พนักงานกำลังวุ่นวายกับการเก็บกวาดร้านและสรุปยอดขายประจำวัน เสียงเพลงเบา ๆ ถูกกลบด้วยเสียงจานชามกระทบกัน “พี่รุ้ง พี่รุ้ง ดูสิ มาอีกแล้ว!” บัว พนักงานคนหนึ่งกระซิบเสียงตื่นเต้น พร้อมชี้ไปทางหน้าต่าง “นั่นสิพี่ แล้วจะมาทุกวันที่ 20 ของเดือนด้วยนะ” แพรว เด็กสาวอีกคนเสริม “ฉันทำงานมา 2 ปี เห็นตลอดเลย สรุปสองคนนี้เป็นอะไรกับคุณขวัญพี่” บัวถาม รุ้ง ผู้จัดการร้านอย่างสงสัย รุ้งถอนหายใจเบา ๆ พับผ้าเช็ดโต๊ะอย่างใจเย็นก่อนจะตอบ “พวกเธอสองคนจะไปรู้อะไร จากที่ฉันสังเกตมาตลอด 5 ปีที่ทำงานที่นี่ และไม่นานมานี้ฉันได้รู้แล้วว่าคนพวกนี้เป็นคนของใคร” “คนของใครพี่? ของคุณเปรมรึเปล่า” บัวถามขึ้น รุ้งส่ายหน้า “ไม่ใช่คนของคุณเปรม แต่สัญลักษณ์เข็มกลัดที่หน้าอกของพวกเขา ก่อนหน้านี้ฉันเห็นผ่านสื่อ ตอนที่คุณหญิงภรณี ภรรยานายพลเทวพันธ์ หรือว่าพ่อกับแม่ของนักร้องสาวชื่อดังก่อนหน้านี้น่ะ ที่ชื่อ เขมจิรา” “คุณเขมที่แต่งงานกับคุณปราบไปก่อนหน้านี้อะนะพี่” บัวอุทาน “เห็นว่าหลังคลอดก็ทิ้งลูกทิ้งสามีหนีไปอยู่ต่างประเทศนี่นา” แพรวทำหน้างง “แล้วมันเกี่ยวอะไรกันนี่พี่” รุ้งเขกหัวแพรวเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ “ก็คุณหญิงภรณี แม่คุณเขมจิรา กับคุณสารณี แม่คุณขวัญ เป็นพี่น้องกันน่ะสิยะ!” บัวกับแพรวตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “จริงเหรอพี่! อันนี้หนูไม่รู้เลย ความจริงก็แทบไม่รู้เรื่องของเจ้านายเลย แต่ก่อนคุณขวัญกับคุณเปรมตัวติดกันบ่อย ๆ แต่จู่ ๆ คุณเปรมก็ไปควงดาราสาวชื่อดังของเชียงใหม่อย่างคุณอันดา ที่เป็นความภาคภูมิใจของเราชาวเชียงใหม่ในตอนนี้ซะงั้น” บัวพูดถึงความสับสนในปัจจุบัน รุ้งส่ายหน้าเหมือนเหนื่อยหน่าย “พวกเธอสองคนรู้อะไรบ้างเนี่ย เรื่องมันซับซ้อนกว่าเด็กอย่างพวกเธอจะรู้ เพราะฉะนั้นทำงานต่อ อย่าไปยุ่งเรื่องเจ้านายเลย” บัวกับแพรวรบเร้า “เล่าเถอะพี่รุ้ง ไม่งั้นหนูนอนไม่หลับแน่ ๆ คืนนี้” รุ้งจึงจำใจต้องเล่า “คืออย่างงี้นะ เมื่อสักต้นปีฉันเห็นคุณหญิงภรณีออกงานกับท่านนายพลและลูกชายตามสื่อ แล้วฉันก็บังเอิญสะดุดตากับบอดี้การ์ดที่ดูแลคุณหญิง ฉันแคปรูปมาเทียบกับของคนที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ เลยได้คำตอบว่าเหมือนกัน เลยเดาว่าน่าจะมาจากกลุ่มหรือแก๊งเดียวกัน พอฉันไปค้นหาดูเรื่องชุดเครื่องแบบ ตราสัญลักษณ์พวกนี้ เลยได้รู้ว่าเข็มกลัดนั้นเป็นตราสัญลักษณ์ของ ตระกูลสุคนธเวียง” “สุคนธเวียง ชื่อเหมือนพิพิธภัณฑ์ตรงถนนช้างม่อยเลย!” แพรวพูดขึ้น รุ้งพยักหน้า “ใช่ ตระกูลสุคนธเวียง เป็นตระกูลฝั่งแม่ของคุณขวัญ เพราะคุณหญิงจรัญ แม่ของคุณสารณีหรือยายของคุณขวัญ มีแต่ลูกสาว พอลูกสาวสองคนแต่งงานออกไปก็ใช้นามสกุลสามี นามสกุลเก่าแก่อย่าง สุคนธเวียง เลยไม่มีสายหลักคนไหนได้ใช้” “เห็นว่าก่อนคุณหญิงจรัญเสีย เลยให้ลูกสาวคนโตอย่างคุณหญิงภรณี เอาบ้านของตระกูลเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เพราะยังไงตระกูลนี้ก็อยู่คู่เชียงใหม่มานาน แต่ตระกูลนี้ร่ำรวยมากนะ ยังไงก็เป็นผู้ดีเก่าแก่ มีที่ดินมากมาย แถมที่ดินไม่ใช่บนเขาบนดอย แต่เป็นที่ดินทำมาหากินในตัวจังหวัดด้วยนะ เห็นว่ามีธุรกิจกินค่าเช่าตึกเท่านั้น ย่านนั้นด้วย” ต้น เด็กเสิร์ฟหนุ่มเดินเข้ามาร่วมวง “นี่แต่ที่แม่ผมเล่าให้ฟังเด็ดกว่านี้อีก” “รู้อะไรก็เล่ามาสิยะ!” แพรวว่า ต้นไม่รอช้า “ก็แม่ผมอะนะ เล่าว่า คุณแม่ของคุณขวัญเนี่ยรักพ่อคุณขวัญมาก ท่านทั้งสองเป็นเหมือนรักวัยเด็ก แต่ด้วยความที่สองตระกูลไม่ถูกกัน เลยร่วมมือกีดกันลูกของตัวเองไม่ให้แต่งงานกับลูกของอีกคน โดยให้คุณหญิงจรัญ (ยาย) ส่งคุณสารณีกับคุณภรณีไปเรียนที่กรุงเทพ ยุคสมัยนั้นทุกคนก็รู้ดีว่าการสัญจรการติดต่อมันยากแค่ไหน” “และไม่นาน คุณหญิงอนงค์ (ย่า) ก็เลยจับคุณอนุวัช (พ่อ) แต่งงานกับคุณอรวี พอแต่งงานอยู่กินกันไปจนได้ลูกสองคน คือ คุณอชิระกับคุณอันดา จู่ ๆ หลังวันเกิด 5 ขวบของลูกคนที่สอง คุณอันดานี่แหละ แม่ของคุณขวัญก็เรียนจบกลับมาที่เชียงใหม่ จะมาเป็นครูแต่ก็ต้องแตกสลายที่คนรักแต่งงานไปก่อน” “แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ดันทำคุณสารณีท้อง คุณอนุวัชพ่อคุณขวัญเลยขอหย่ากับคุณอรวีภรรยาที่ตนไม่ได้รัก เพื่อมาแต่งงานกับคุณแม่ของคุณขวัญ” บัวกับแพรวตาลุกวาวแทบจะร้องไห้ให้กับเจ้านายสาวของตัวเอง “โธ่คุณขวัญ เป็นหงส์ฟ้าปีกหักนี่เอง” พราวพูดขึ้น ต้นพูดเสริม “ตอนนั้นเองคุณหญิงจรัญไม่พอใจเลยประกาศตัดแม่ตัดลูกกับแม่คุณขวัญ เห็นบอกว่าถ้าไม่เลิกกับพ่อคุณขวัญก็ไม่อยากให้กลับเข้าตระกูล ทางฝั่งพ่อคุณขวัญ คุณหญิงอนงค์ก็ยืนคำขาดไม่ต้อนรับแม่คุณขวัญเข้าตระกูล และประกาศว่าจะให้คุณอรวีอยู่ในตระกูลต่อในฐานะแม่ของหลานชายหลานสาวของท่าน คุณแม่คุณพ่อของคุณขวัญเลยได้มาอยู่บ้านที่อาศัยอยู่ปัจจุบัน ความจริงจะบอกว่าบ้านไม้สักเก่าแก่ก็ไม่ถูก ถ้าเทียบจริง ๆ ก็เป็นบ้านหลังใหญ่พอควร แต่ถ้าเทียบกับคฤหาสน์ของแต่ละตระกูลแล้ว บ้านหลังนั้นเลยกลายเป็นบ้านธรรมดาไปในทันตา” ต้นสรุป “แม่ฉันยังบอกนะว่า หลังจากคุณขวัญ 5 ขวบ พ่อของเธอก็จากไป แล้วจากนั้นคุณหญิงจรัญทนเห็นสภาพลูกสาวไม่ไหว เลยให้คุณขวัญเข้าไปอยู่ในตระกูลวิรงคพิทักษ์ ให้คุณหญิงวรรณาคอยอบรมสั่งสอนร่วมกับหลาน ๆ และเด็กสาวจากตระกูลอื่น” ต้นพูดเสริม บัวกับแพรวคิ้วชนกัน “แล้วยังไงวะ หรือแกจะบอกว่าที่คุณขวัญไปมาหาสู่กับคุณเปรมก็เพราะโตมาด้วยกัน แต่ไหงคุณเปรมไปควงพี่สาวต่างแม่ของคุณขวัญได้ โอ๊ย! ความสัมพันธ์อะไรวะเนี่ย คนรวยเข้าใจยากจัง” แพรวบ่นด้วยความหงุดหงิด รุ้งจึงสรุปถึงความคาดหวังในอดีต “นั่นสิ ฉันก็คิดว่าคุณขวัญกับคุณเปรมจะได้คู่กันซะอีก ใคร ๆ ก็คิดงั้น ไม่งั้นคุณหญิงวรรณาจะส่งคุณขวัญไปเรียนที่ฝรั่งเศสเป็นเพื่อนคุณเปรมทำไม ถ้าไม่คิดจะจับคู่สองคนนี้” “จริงพี่! ดูคุณหญิงวรรณาเวลามาที่ร้าน มาคุยกับคุณขวัญก็ดูเอ็นดูคุณขวัญมาก ผมก็คิดว่ายังไงคุณขวัญกับคุณเปรมแน่ ๆ” ต้นเห็นด้วย “ได้ยินว่าบางคนบอกคุณขวัญไม่เหมาะสมน่ะสิ” บัวพูด รุ้งพยักหน้า “ถ้าจากมุมมองเราที่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ คุณขวัญก็ต้องดูสูงส่งกว่าเราทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ถ้าเทียบกับคนอย่างคุณอันดาที่ฐานะทางบ้านทั้งฝั่งพ่อและแม่ก็ใหญ่โต ถึงคุณขวัญจะมาจากตระกูลฝั่งพ่อเดียวกัน แต่ตระกูลฝั่งแม่ (สุคนธเวียง) คุณหญิงจรัญก็ไม่ยกอะไรให้ลูกสาวคนเล็กอย่างคุณสารณีเลย ทุกอย่างตกเป็นของคุณภรณี (แม่คุณเขมจิรา) ลูกสาวคนโตหมด เพราะแบบนี้คุณขวัญถึงได้โดนดูถูกมาตลอดเวลาที่อยู่กับคนเหล่านั้น” บัวสรุปอย่างปลงตก “คนรวยเข้าใจยากจริง ๆ เพราะแบบนี้ถึงได้เป็นคนกลุ่มน้อยของประเทศ” รุ้ง ผู้นำวงสนทนา มองไปยังชายชุดสูทดำที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูร้าน ซึ่งตอนนี้กำลังเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเจ้านายสาว “เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน” รุ้งพูดตัดบทอย่างจริงจัง “ตอนนี้ทุกคนคงได้คำตอบแล้วนะ ว่าทำไมเรื่องของคุณขวัญถึงดูซับซ้อน” บัวรีบถามต่อ “แล้วสองคนนี้ล่ะพี่ สรุปคิดว่าเขามาทำไม” รุ้งพยักหน้า “ก็อย่างที่บอก สองคนนี้เป็นคนของ ตระกูลสุคนธเวียง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคนจากตระกูลฝั่งแม่ของคุณขวัญ และมาทำไมอันนี้ก็ไม่รู้ อาจจะมาคุยเรื่องพิพิธภัณฑ์ หรืออาจจะมาดูแลคุณขวัญตามคำสั่งของคุณหญิงภรณี (พี่สาวแม่) ก็ได้ แต่ที่แน่ ๆ นี่คือ ตระกูลที่ร่ำรวยแต่ไม่เคยยื่นมือมาช่วย” ต้นกวาดสายตามองเพื่อน ๆ แล้วสรุปถึงเรื่องที่ทุกคนสนใจที่สุด “นี่มาสนใจเรื่องนี้ดีกว่า ว่าคุณขวัญเจ้านายของเราจะได้แต่งงานกับใครในตระกูลดังอย่างวิรงคพิทักษ์” แพรวตอบ “ตอนนี้เหลือแค่ คุณเปรม คุณปลื้ม คุณธีรัช ก็คงเป็นใครในสามคนนี้แหละ” บัวรีบเสริม “ตัดคุณเปรมออกไปเหอะ เพราะยังไงตอนนี้เขาก็เหมือนจะคบหากับคุณอันดาเห็นบทสัมภาษณ์ล่าสุดบอกศึกษาดูใจกันอยู่ ส่วนคุณปลื้มก็อ่านยากสุด เวลาออกงานก็ดูขี้เล่น เจ้าชู้ ตกสาวเล็กสาวใหญ่ได้เป็นแถว คงเหลือแค่ คุณธีรัช ที่ดูเป็นไปได้หน่อย” รุ้งมองกล่องเบเกอรี่ที่ถูกแพ็คเรียบร้อยแล้ว “พอเถอะ ทำงานต่อได้แล้ว พวกเราทำได้แค่หวังว่า เจ้านายของเราจะได้พบความสุขจริง ๆ สักที ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม