“ใส่เครื่องเพชรนี้สิหลิน จะได้เข้ากับชุด”
“เอ่อ... มันจะไม่จัดเต็มไปหน่อยเหรอคะ จริง ๆ ใส่แค่กำไลแขนที่ม้าเคยให้ก็สวยแล้ว”
ลี่หลินตอบกลับแม่สามีอย่างเกรงใจ ขณะที่เธอกำลังเลือกเครื่องประดับให้เข้าเซตกับชุดที่เธอสวมใส่อยู่
วันนี้คือวันพิเศษ เป็นวันเกิดของเฮียเหรียญ ซึ่งตระกูลเฟิงก็ได้รับคำเชิญไปด้วย เธอไม่อยากไปสู้รบตบมือกับสองแม่ลูกนั้นอีก แต่ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้จริง ๆ เพราะเป็นคำสั่งจากพ่อสามี ว่างานนี้ต้องมีภรรยาคู่บุญของราชามังกรไปด้วย
“น้อยไปน่ะสิ งานนี้เขาใส่ไปอวดกันทั้งนั้น มาเป็นสะใภ้ตระกูลหลงแล้ว อย่าให้น้อยหน้าใครเชียวนะ”
หญิงในชุดจีนสีน้ำเงินหรูหรา ประดับเครื่องเพชรวาววับทั้งตัวพูดยิ้ม ๆ
ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ เพราะทุกปีเธอก็ติดสอยห้อยตามพ่อไปงานเลี้ยงประจำ เว้นเสียแต่ช่วงที่แม่ของเธอป่วย เธอต้องอยู่ดูแลไม่ห่าง ซึ่งพ่อของเธอก็ไม่ได้ขัด เพราะบอกว่าการที่เธอไปมีแต่จะขายหน้า และทำให้เสียเงินค่าซื้อชุดและเครื่องประดับเปล่า ๆ ต่างจากเสี่ยวฟาง... ที่เอาไปงานไหนก็มีเรื่องให้ได้โอ้อวดที่นั่น
“เป็นอะไร ทำไมจู่ ๆ ทำหน้าเศร้า”
“ปะ เปล่าค่ะ”
ลี่หลินรีบปิดบังความเจ็บปวดในใจด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่มังกรจะเดินเข้ามาในห้องโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
“เสร็จยัง สายแล้ว”
ทั้งลี่หลินและแม่ต่างหันมองที่ผู้มาใหม่พร้อมกัน วันนี้เขาอยู่ในชุดประจำตระกูล มองดูแล้วช่างดูดีไร้ตำหนิ ทำเอาลี่หลินเผลอจ้องอย่างลืมตัวไปชั่วขณะ
“เสร็จแล้ว มังกรว่าใส่เครื่องเพชรชุดไหนดี”
“ชุดไหนก็เหมือนกันแหละม้า ใส่ ๆ ไปเถอะ”
เขาตอบปัด ๆ พลางลอบมองดูลี่หลิน ปฏิเสธไม่ลงเหมือนกันว่าเธออยู่ในชุดนี้แล้วสวยจนแทบจำไม่ได้ แต่กระนั้นความร้ายกาจของเธอก็ไม่อาจทำให้เขาลุ่มหลงเธอได้ลง
“งั้นชุดนี้แล้วกันเนอะ หลินใส่แล้วก็เก็บไว้เลยนะ ม้าให้”
“ฮะ”
คนตัวเล็กนิ่งชะงักไปทันที ก่อนจะรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรค่ะ มันเยอะเกินไป ถ้าจะให้ หลินขอแค่ต่างหูก็พอ”
“ได้ยังไง ม้าตั้งใจให้อยู่แล้ว เก็บไว้เถอะ มังกรก็เหมือนกัน ว่าง ๆ ก็พาน้องไปเลือกซื้อของใช้เครื่องประดับมาติดตู้บ้าง”
“ลงไปรอที่รถนะ”
เขาไม่ใส่ใจคำพูดของแม่ด้วยซ้ำ เพียงแค่ทำหน้าเหมือนจะตายแล้วเดินหายออกไปจากห้องทันที
“ไอ้ลูกคนนี้นี่! มันดื้อได้ใคร”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ แค่ที่ม้าให้มาหลินก็ทดแทนบุญคุณไม่ไหวแล้ว”
“จะมาทดแทนอะไรกันล่ะ ม้าบอกแล้วไง แต่งเข้าตระกูลม้าแล้ว คิดซะว่าเป็นลูกม้าอีกคน”
มือที่อบอุ่นลูบหัวลี่หลินอย่างแผ่วเบา ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจ อย่างน้อยการแต่งงานในครั้งนี้ก็ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ ๆ ทั้งหมด เธอจะพยายามมองข้ามแล้วอยู่กับมันให้ได้ จนกว่าจะถึงวันที่เธอพร้อมออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง หรือจนกว่าจะครบสามปี ถึงจะมีสิทธิ์หย่าร้างได้ตามทำเนียมของตระกูลหลง
“หน้าบานมาเชียวนะ ขูดสมบัติแม่ฉันได้เยอะเลยสิท่า”
รอยยิ้มที่ประดับใบหน้าของลี่หลินเหือดหายไปทันที เมื่อผู้เป็นสามีกล่าวเหน็บแนมในจังหวะที่ประตูรถเคลื่อนปิดสนิทแน่น
“ใช่ ได้เยอะเลยละ ทั้งสร้อยคอ แหวน กำไลแขน ต่างหู นี่ยังคิดเลยนะว่าพรุ่งนี้จะไปขูดอีก เผื่อได้เพิ่มอีกสักชุดสองชุด”
“ลี่หลิน!”
คนข้างกันขึ้นเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด เพราะเห็นได้ชัดว่าเธอจงใจพูดยั่วโมโห
“ทำไม ก็เฮียอยากให้ฉันพูดแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ก็พูดแล้วนี่ไง”
“เธอนี่มัน...”
นิ้วชี้ถูกยกขึ้นมาคาดโทษ แต่สุดท้ายเขาก็ลดมือลงพร้อมกับเบนหน้าหนี ราวกับหมดคำจะพูดกับผู้หญิงคนนี้ เช่นกันกับลี่หลินที่กอดอกไขว่ห้างพลางเบนหน้ามองไปนอกหน้าต่าง เป็นภาพต่างฝ่ายต่างเบือนหน้าหนีไปจากกัน ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วคันรถจนซารับรู้ได้ แต่ทำได้เพียงลอบมองดูเจ้านายทั้งสองอย่างท้อใจ
หลังจากรถสีดำคันยาวเรียบหรูวิ่งมาจอดที่หน้าพรมแดง ทั้งคู่ก็เดินเกาะแขนกันเข้ามาในงานด้วยใบหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับ จนกระทั่งเห็นญาติผู้ใหญ่ ถึงได้ยกมือไหว้แล้วพูดคุยกันอย่างสนิทสนม
“สวัสดีครับท่านพญา สบายดีนะครับ”
“สบายมากไปหน่อย นี่เริ่มอยากหาอะไรทำอีกแล้วเนี่ย”
ผู้ชายร่างใหญ่หน้าคมเข้มหันมามองที่ลี่หลิน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ส่งให้เธอ
“ได้เมียสวยนี่ เสียดายที่วันแต่งไม่ได้ไปร่วมงาน”
มังกรไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ปรายตามองลี่หลินเล็กน้อยแล้วชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องอื่น แถมยังชวนเขาไปนั่งโต๊ะ ทิ้งให้ลี่หลินยืนอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน เธอไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จัก จะมีก็แต่...
“อ้าว มากับเขาด้วยเหรอ?”
เสียงทักทายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกเสียจากน้องสาวต่างแม่ ที่ตั้งใจเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่เสแสร้ง
“แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้”
ลี่หลินหันไปจ้องคนที่ตัวเล็กกว่า พลันยกแขนขึ้นกอดอกแล้วมองเสี่ยวฟางอย่างไม่เป็นมิตร
“ว้าวว วันนี้แต่งตัวสวยจังเลยนะคะ สวยจนจำไม่ได้แน่ะ”
มือเล็กเอื้อมไปแตะที่สร้อยคอ แต่ลี่หลินก็ปัดออกอย่างรวดเร็ว ทำเอาเสี่ยวฟางหน้าหงอยทันที
“ทำอะไร!”
ที่แท้เสี่ยวฟางก็มองเห็นมาตลอด ว่ามังกรกำลังจับตาดูพวกเธออยู่ ถึงได้แสดงท่าทางใสซื่อ แล้วปล่อยให้ลี่หลินแผลงฤทธิ์ออกมา
“ถ้าตาไม่บอด เฮียคงเห็นว่าฉันยังไม่ทันได้ทำอะไร”
ลี่หลินเอ่ยอย่างลอยหน้าลอยตา
“ก็ดี เพราะถ้าเธอทำ ฉันจะประจานการกระทำต่ำช้าของเธอต่อหน้าทุกคน”
เขาพูดขู่เสียงแข็ง แล้วหันไปเอ่ยกับเสี่ยวฟางด้วยน้ำเสียงที่ต่างกันลิบลับ
“เตี่ยกับม้าล่ะเสี่ยวฟาง”
“อยู่ทางนั้นค่ะ เฮียไปไหม เดี๋ยวฟางพาไปหา”
รอยยิ้มที่สดใสฉีกออกมาอย่างไม่เกรงใจลี่หลินที่กำลังมองทั้งคู่พูดคุยกันอย่างสนิทสนม
“ไปสิ แต่ขอเอาของก่อน แป๊บหนึ่ง”
ว่าแล้วก็ชะเง้อไปด้านหลัง ก่อนจะเห็นว่าซากำลังเดินเข้ามาพร้อมกับตลับทรงสี่เหลี่ยมแบน ๆ สีแดงกำมะหยี่ในมือ
“อะไรเหรอคะ”
เสี่ยวฟางอดตื่นเต้นไม่ได้ ทันทีที่กล่องสีแดงถึงมือ เธอก็เอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับแสดงอาการตื่นเต้น
“อะ เปิดดู”
“ของฟางเหรอคะ”
คนตัวเล็กยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ต่างจากลี่หลินที่เอาแต่ขมวดคิ้วอยู่ซ้ำ ๆ ผู้ชายคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่
“โห สวยจัง”
สร้อยเพชรวาววับถูกยกขึ้นมาถือ มันสวยเสียจนลี่หลินเองก็นิ่งงัน เพราะเดาว่าราคาคงสูงใช้ได้ แต่... เขาซื้อให้เสี่ยวฟางเหรอ ซื้อให้ทำไม
“เฮียเลือกตั้งนานแน่ะ ดีใจที่เราชอบนะ”
“เฮีย... ตั้งใจซื้อให้ฟางเหรอคะ”
ทั้งที่พูดกับอีกฝ่าย แต่กลับปรายตามองลี่หลินอย่างเยาะเย้ย นั่นยิ่งทำให้ไฟโกรธในตัวลี่หลินลุกท่วมขึ้นมา เธอไม่ได้รู้สึกอิจฉาเลยสักนิด เพียงแค่โมโหที่เขาหยามหน้าเธอแบบนี้
“ใช่ ใส่เลยแล้วกันนะ”
เขาว่าก่อนจะขยับเข้าไปปลดสร้อยเส้นเดิมออกให้เสี่ยวฟาง ลี่หลินเองก็ไม่รู้ว่าควรอยู่ตรงนี้ทำไม จึงเตรียมที่จะเดินหนี
“เดี๋ยวสิคะพี่หลิน”
เธอชะงักเท้า แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงแค่ยืนฟังว่าเสี่ยวฟางจะพูดอะไรต่อจากนี้
“ไม่ไปหาเตี่ยกับม้าด้วยกันเหรอคะ”
“นั่นสิ จะรีบไปไหนกัน”
มังกรยิ้มเจ้าเล่ห์ ราวกับรู้สึกชนะที่ทำให้ลี่หลินหงุดหงิดใจได้ แต่ลี่หลินก็ไม่ได้ตอบ เพราะเธอรู้ตัวว่ากำลังโมโห จึงเลือกเดินออกมาจากจุดนั้นให้เร็วที่สุด โดยไม่หันไปมองว่าทั้งสองกำลังสะใจมากแค่ไหน ที่เห็นเธอโดนหักหน้าเข้าอย่างจังแบบนี้