ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลี่หลินกับมังกรต่างนิ่งเงียบ ไม่พูดคุยกันแม้แต่คำเดียว ต่างฝ่ายต่างทนกับความอึดอัด ไม่มีใครยอมลดทิฐิในตัว หรือหากจำเป็นจะต้องพูดคุยกันจริง ๆ ก็จะส่งสารผ่านลูกน้องคนสนิท หรือไม่ก็แม่บ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นแทน
แต่สุดท้าย พวกเขาก็ไม่อาจเลี่ยงการพูดคุยกันได้ตลอดชีวิต เพราะถึงเวลาที่พ่อกับแม่มังกรบินกลับมาที่ไทย พวกเขาก็ต้องร่วมวงดื่มน้ำชา และถามสารทุกข์สุกดิบกันตามที่ควรจะเป็น
“กับข้าวไม่ถูกปากเหรอลี่หลิน ผอมลงเชียว”
คำทักทายของผู้เป็นแม่ ทำให้ทั้งลี่หลินและมังกรหันมาสบตากันโดยอัตโนมัติ
“ถูกปากค่ะ แต่เผ็ดไปหน่อย”
เธอยิ้มบาง ๆ ตอบไปตามจริง เพราะมังกรไม่ยอมเปลี่ยนอาหารให้เธอเลย เธอจึงต้องยอมกินไปทั้งที่เผ็ดแบบนั้น อาศัยว่ากินข้าวเยอะ ๆ จะได้ไม่เผ็ดมาก
“สา ต่อไปไม่ต้องทำกับข้าวเผ็ดแล้วนะ”
เมื่อรู้ถึงสาเหตุ ผู้หญิงตรงหน้าก็รีบเอี้ยวตัวไปบอกแม่บ้านทันที
“ไม่เป็นไรค่ะ หลินขอแค่ไข่เจียวทุกวันก็พอ”
ยอมรับตามตรงว่าเธอไม่อยากมีปัญหากับมังกร เพราะถ้าอาหารถูกเปลี่ยนเป็นรสจืดหมด เขาต้องหาทางกลั่นแกล้งเธออีกแน่ อย่างที่เขาบอกไว้ ว่าเขาจะไม่ขอหย่า แต่จะบังคับให้เธอหายออกไปจากชีวิตของเขาเอง
“กินแค่ไข่เจียว สารอาหารมันจะไปพออะไรกัน”
“หลินเขาชอบน่ะม้า เห็นบอกว่าอยู่บ้านก็กินไข่เจียวทุกวัน เขาแพ้อาหารหลายอย่าง กินไปมั่วซั่วเดี๋ยวเสี่ยงตายเปล่า ๆ”
“...”
ลี่หลินได้ยินก็ถึงกับขมวดคิ้ว เธอไปแพ้อาหารอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เขาตั้งใจกุเรื่องให้เธอได้กินแค่ไข่เจียวนี่!
คนตัวเล็กนึกโมโหในใจ
“ตายจริง แบบนี้ต้องระวังนะ กำชับแม่บ้านเราให้หมดทุกคน ให้ระวังเรื่องเตรียมอาหาร แล้วก็ของว่างด้วย”
แม่ของมังกรแสดงอาการตกใจขึ้นมาทันที พร้อมกับหันไปกำชับแม่บ้านอีกรอบ ถึงไม่ทันได้เห็นว่าตอนนี้สองสามีภรรยากำลังจ้องมองกันตาเขียวปั๊ด
“ดูแลตัวเองให้ดีนะลี่หลิน ช่วงนี้กินยาบำรุงเยอะ ๆ เตี่ยก็แก่มากแล้ว อยากอุ้มหลานเต็มที”
พอได้ยินคำว่าอุ้มหลาน เธอก็ยิ้มเจื่อนออกมาทันที อย่าว่าแต่อุ้มหลานเลย เขากับมังกรไม่แตะเนื้อต้องตัวกันด้วยซ้ำ ขนาดนอนเธอยังแยกไปนอนที่โซฟา แต่กระนั้นก็สบายใจกว่าจะขึ้นไปนอนบนเตียงขนาดใหญ่ร่วมกับคนที่เธอเกลียดขี้หน้า
“คงไม่มีทางหรอกเตี่ย”
คนข้างกันโพล่งออกมาอย่างลืมตัว ทำเอาทุกสายตาหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว
“เอ่อ... ลี่หลินเขาเป็นหมันน่ะ”
“ฮะ”
ยอมรับว่าเขาเลือกทางออกได้หลักแหลม แต่ใครจะยอมเป็นคนไร้น้ำยาตามคำกล่าวอ้างของเขากันล่ะ
“เฮียไปฟังมาจากไหนเนี่ย ฉันไม่ได้เป็นหมันสักหน่อย”
เธอถามยิ้ม ๆ พร้อมกับวางมือแตะต้นแขนอีกฝ่ายเบา ๆ ทว่าสายตากลับแข็งกร้าว จ้องดูเขาเขม็ง
“ก็เธอเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอ หรือว่าลืม”
เขายิ้มตอบพลางยกแขนขึ้นโอบไหล่ แสดงออกเหมือนรักกันแทบจะกลืนกิน
“อ๋ออ หมายถึงถิงถิงหรือเปล่า ฉันเล่าให้ฟังว่าถิงถิงเพิ่งไปทำหมันมาเอง แต่ฉันน่ะไม่เป็นหมันแน่นอน เพราะตรวจสุขภาพทุกปี หมอยังบอกเลยว่ามดลูกแข็งแรง พร้อมมีลูกได้ แต่น่าแปลกนะม้า แต่งงานมาจะเข้าเดือนที่สองแล้ว ยังไม่มีแววว่าจะท้องเลย สงสัย...”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย พลันเลื่อนสายตาไปจ้องที่มังกรอย่างล้อ ๆ
“เฮียต้องหาเวลาไปตรวจดูบ้างแล้วละ ว่าเป็นหมันหรือเปล่า”
“ไอหยา แบบนี้ไม่ดี พรุ่งนี้ไม่ต้องขึ้นไปดูงานบนดอยแล้วมังกร ไปให้หมอตรวจเลย ว่าเป็นหมันจริงไหม”
“...”
มังกรนิ่งอึ้งไปทันที ไม่คิดว่าจะโดนแก้เกมคืนแบบนี้ เขาค่อย ๆ คลายแขนออกจากการกอดไหล่ของลี่หลิน แล้วตอบออกไปเสียงอ้อมแอ้ม
“ไม่เป็นอะไรแบบนั้นหรอกน่า ช่วงนี้งานมันเยอะ เลยเครียด ๆ หน่อยน่ะเตี่ย”
“ถ้างั้นก็พักงานก่อน ลูกติดเมื่อไหร่ค่อยกลับไปทำงาน”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นแหละ ภายในหนึ่งปี แกต้องมีหลานให้ฉันอุ้ม ไม่เช่นนั้นธุรกิจที่อยู่ต่างประเทศทั้งหมด ฉันไม่ยกให้”
“ฮะ! ได้ไงกันล่ะ ผมลูกเตี่ยนะ ยังไงก็ต้องให้ผม”
เขาโวยวายสีหน้าจริงจัง
“อยากได้ก็เอาหลานมาแลก แต่ถ้าไม่ได้ ฉันจะยกให้มูลนิธิทั้งหมด”
“โธ่...”
พูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้เลยจริง ๆ เขาทำได้แค่สบถอย่างหัวเสียพลางเอนหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้ ในใจก็ได้แต่กล่าวโทษลี่หลินที่เข้ามาในชีวิต ทำเอาทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด เห็นทีเขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วละ
หลังจากพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ ทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับเข้าห้องนอน และทันทีที่ประตูปิดลง มังกรก็หันมาหาเรื่องลี่หลินอย่างรวดเร็ว
“ร้ายเหมือนกันนะ ที่จะเอาลูกมาจับฉัน”
“สำคัญตัวมากไปปะ ฉันไม่ได้อยากมีลูกกับเฮียสักหน่อย”
เธอเงยหน้าขึ้นตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าอีกฝ่ายจะขยับเข้ามาจนชิดแล้วก็ตาม
“เหอะ โกหกไม่เนียน มองตาก็รู้แล้ว ว่าเธออยากได้ฉันเป็นผัวจนตัวสั่น”
เกิดมายังไม่เคยเห็นใครหลงตัวเองได้เท่าผู้ชายคนนี้ ลี่หลินขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีก ก่อนจะผลักหน้าอกเขาออกห่างเมื่อรู้สึกว่าเขาขยับเข้ามาใกล้เธอมากเกินไป
“ถ้าฉันอยากได้เฮียเป็นผัวจริง ๆ ฉันจะแยกไปนอนโซฟาทำไมฮะ”
“เธอแกล้งเล่นตัวให้ฉันพิศวาสไง แต่โทษทีนะ ฉันไม่หลงกลเธอหรอก”
คนตัวเล็กได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เธอไม่อยากต่อปากต่อคำ เลยตั้งใจจะเดินหนี ทว่ากลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น จึงรีบหันขวับกลับมาจ้องหน้ามังกร
“ไปที่นอน”
เขาออกคำสั่งเสียงกระซิบ เพราะกลัวคนหน้าประตูได้ยิน ลี่หลินจึงรีบกระโจนขึ้นโซฟาทันที แต่กลับถูกเขาปรามสีหน้าเคร่งเครียด
“บ้าหรือไงฮะ! ขึ้นไปบนเตียงสิ”
“จริงด้วย”
ลี่หลินเพิ่งฉุกคิดขึ้นได้ จึงกระโจนลงจากโซฟาขึ้นไปคลุมผ้าบนเตียง ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกด้วยมือของมังกร
“อ้าวม้า นึกว่าเข้านอนไปแล้ว”
มังกรยิ้มแห้งถาม ก่อนจะเริ่มแสดงสีหน้าเลิ่กลั่กเพราะอีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้อง แล้วตรงไปหาลี่หลิน
“กำลังจะนอนแล้วแหละ แต่นึกขึ้นได้ว่ามีของสำคัญมาให้ลี่หลินน่ะ เปิดดูซิ ชอบไหม ม้ากับเตี่ยเลือกให้ตั้งนานแน่ะ”
“ของหนูเหรอคะ”
คนตัวเล็กที่กำลังซ่อนความเหนื่อยหอบเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ก่อนจะก้มมองกล่องไม้ขนาดพอดีมือลวดลายหรูหรา
“ใช่ ลองใส่ดูนะ ถ้าไม่ชอบ ม้าจะซื้อแบบใหม่มาให้”
“ชอบค่ะ”
เธอตอบออกไปทั้งที่ยังไม่เปิดกล่องด้วยซ้ำ
“เปิดก่อนสิ หึ ๆ”
หญิงวัยกลางคนยิ้มขำด้วยท่าทางเอ็นดู เพราะมองเห็นความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ในแววตา นั่นเป็นเพราะลี่หลินไม่เคยได้รับของขวัญจากใครมาก่อน นอกจากแม่ของเธอ แต่มันก็หลายปีมาแล้ว ตั้งแต่แม่ยังไม่ป่วยติดเตียง
มือเล็กที่เย็นเฉียบรับกล่องไม้มาถือ ก่อนจะค่อย ๆ คลี่เปิดออกอย่างระมัดระวัง ปรากฏให้เห็นกำไลแขนสีน้ำเงิน ที่สวยวาววับอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“สวยจัง...”
เธอพึมพำออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏ ก่อนจะหยิบกำไลแขนกลม ๆ ขึ้นมาสวมใส่
“ชอบมากเลยค่ะ”
“ค่อยโล่งใจหน่อย นึกว่ารสนิยมม้าจะแก่ไปซะแล้ว”
มือที่อบอุ่นลูบสัมผัสที่ผมของลี่หลินอย่างเอ็นดู ทำเอาเธอน้ำตาคลอขึ้นมา เพราะผู้หญิงคนนี้ใจดีมาก แม่ของเธอถึงอยากให้เธอเข้ามาเป็นสะใภ้ของบ้านนี้
ทว่าซึ้งใจได้ไม่ทันไร รอยยิ้มก็เหือดหายไปฉับพลัน เพราะจู่ ๆ ก็ได้ยินคำทักท้วงของม้าดังขึ้นมา
“นั่นที่นอนใคร?”
“...”
ทั้งลี่หลินและมังกรนิ่งงันไปราวกับถูกไฟชอร์ต ก่อนจะลนลานกันอย่างมีพิรุธ
“คะ คือว่าตอนกลางวันผมกลับมาเหนื่อย ๆ น่ะ เลยมานอนโซฟาก่อน เหงื่อท่วมตัว ไม่อยากขึ้นไปนอนบนเตียง”
“แล้วทำไมมีโคมไฟด้วย?”
แม่ยังคงถามต่อด้วยความสงสัยไม่คลาย
“อ๋ออ! พอดีโคมไฟมันเสียน่ะม้า เลยลองย้ายมาเสียบปลั๊กไฟตรงนี้ว่ามันติดไหม แล้วไม่ได้เอากลับไปไว้ที่เดิม”
คนได้ฟังคำแก้ตัวไม่ได้ตอบอะไร แต่นิ่งไปครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง
“แบบนี้ไม่ได้นะ หลังจากแต่งงานต้องห้ามมีโซฟาในห้องนอน ประเพณีเขาถือ เดี๋ยวพรุ่งนี้ม้าให้คนมายกออกไปไว้ที่อื่น”
“...”
แม้จะอยากขัดขวาง แต่ลี่หลินก็ไม่กล้า เลยต้องยอมเออออไปก่อน ไว้ค่อยมานึกอีกทีว่าถ้าไม่มีโซฟาแล้ว เธอจะนอนในห้องนี้ยังไงดี