เช้าวันใหม่ยังคงเริ่มต้นขึ้นในบ้านหลังเดิม และวันนี้พ่อกับแม่ของมังกรก็ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเขามักมา ๆ ไป ๆ แบบนี้บ่อยครั้ง เห็นว่ารอบนี้ก็ไปนานหลายอาทิตย์เลยละ กว่าจะกลับมาอีก
“ยกออกไปจริง ๆ เหรอเนี่ย”
ลี่หลินที่เพิ่งเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำเพ่งมองไปยังโซฟาตัวใหญ่ ที่ตอนนี้อันตรธานหายไปแล้ว น่าจะเพราะคำสั่งของคุณผู้หญิงของบ้าน
“ไม่มีโซฟา แล้วจะนอนยังไงล่ะทีนี้”
คนตัวเล็กหน้ายุ่งขึ้นมาทันที พลางเดินมาหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่เพื่อเลือกใส่เสื้อผ้า
เมื่อแต่งตัวเสร็จ เธอก็หันกลับมาที่หน้าตู้กระจก เตรียมจะหยิบกำไลแขนที่ถอดเอาไว้ก่อนอาบน้ำขึ้นมาสวม แต่ก็ต้องขมวดเรียวคิ้วอย่างหนัก เมื่อบนโต๊ะไม้ที่เคยมีกำไลแขนสีน้ำเงินวางอยู่ บัดนี้มันไม่มีให้เห็นแล้ว
“หายได้ไงเนี่ย”
ใจของเธอหล่นวูบด้วยความกังวล รีบย่อตัวลงสอดส่องมองหา เผื่อว่ามันจะตกอยู่แถวนี้ แต่รื้อหายังไงก็ไม่มีวี่แววว่าจะเห็น เธอถึงได้เริ่มครุ่นคิดอย่างหนัก
“ยังไงก็วางไว้ตรงนี้แน่นอน ฉันจำได้”
ใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างหนัก มันจะหายไปได้ยังไงกัน ในห้องนี้ก็มีแต่เธอ...
จริงสิ! มีคนขึ้นมายกโซฟาลงไปนี่ ต้องมีใครสักคนหยิบติดมือออกไป แบบนี้ตั้งใจขโมยชัด ๆ
“ไม่ได้การละ”
ลี่หลินรีบบึ่งตรงออกมาจากห้อง ทั้งที่ผมยังไม่ทันแห้ง หน้าก็ไม่ทันได้เติมแต่งด้วยซ้ำ ความร้อนใจทำให้เธอตรงดิ่งมาหามังกรที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอยู่ในมุมประจำ พอเดินมาถึงตัวเขา เธอก็ไม่รีรอ รีบเอ่ยเปิดประเด็นทันที
“เมื่อกี้ใครขึ้นไปยกโซฟา”
คนร่างใหญ่ปรายตามองลี่หลินเล็กน้อย แต่กลับเรียบเฉยราวกับคนไร้ความรู้สึก แถมยังวางตัวสบาย ๆ ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรทั้งสิ้น ต่างจากลี่หลินที่ลนลานปานเปลวไฟท่วมอก
“ไม่ได้ยินหรือไง ฉันถามว่าใครขึ้นไปยกโซฟาออกจากห้อง”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจเมินคำถาม เธอก็รีบคว้าแก้วกาแฟออกจากมือเขาแล้ววางมันลงที่โต๊ะเสียงดังลั่น
“เฮ้ออ เธอนี่มันวุ่นวายจริง ๆ”
เขาพรูลมหายใจเสียงดัง แววตาเริ่มหม่นความหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าตรู่ ที่มีแสงแดดทอดผ่านบานกระจกเข้ามา
“ฉันถอดกำไลแขนเอาไว้ แล้วพอกลับมาอีกทีมันก็หายไปแล้ว”
“จะกล่าวหาว่าคนของฉันเป็นขโมยงั้นเหรอ?”
เขาหรี่ตาถามด้วยท่าทางไม่พอใจ แต่จะให้ปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะถ้าคนของเขาไม่ขโมย มันก็ไม่มีทางหายไปแน่นอน
“ก็ใช่ไง ถ้าไม่มีใครหยิบไป มันไม่หายอยู่แล้ว”
“อย่าเอานิสัยแบบนี้มาใช้ที่บ้านฉัน”
เขาออกคำสั่งเสียงหนัก พร้อมแสดงสีหน้าจริงจัง ทว่าลี่หลินกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเลยแม้แต่นิด
“นิสัยแบบไหน”
“ก็ไอ้นิสัยชอบโยนความผิดให้คนอื่น เธอคงทำบ่อยจนเป็นสันดาน”
“...”
คำพูดเหน็บแนมเจ็บราวกับเหล็กแหลมทิ่มแทงอก ทำเอาลี่หลินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เขาจะไม่เข้าข้างเธอ เธอไม่ว่า แต่ช่วยสืบหาความจริงหน่อยไม่ดีกว่าหรือ ยังไงก็เป็นถึงผู้นำตระกูลหลงอยู่แล้ว
“เพิ่งรู้ว่าผู้นำตระกูลหลงเขาตัดสินว่าถูกหรือผิดจากทัศนคติตัวเอง เสียดายที่เคยเชิดชูนะ ถ้าจะตัดสินแค่นี้ ใคร ๆ ขึ้นมาเป็นก็ได้มั้ง ไอ้ตำแหน่งกระจอก ๆ แบบนี้น่ะ”
“เธอว่าไงนะ”
ร่างหนาลุกพรวดจากเก้าอี้พร้อมกับจ้องเขม็งที่ลี่หลินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ในขณะที่เธอก็ไม่ได้เกรงกลัวต่ออีกฝ่าย รีบเชิดหน้าจ้องมองเขาตาเขียวไม่แพ้กัน
“แล้วที่ฉันพูดมันผิดตรงไหนล่ะ”
“ผิด! ผิดตั้งแต่เธอกล่าวหาว่าคนของฉันเป็นขโมยแล้ว บ้านหลังนี้ไม่เคยมีเรื่องพรรค์นั้น”
“ไม่เคยมี ก็ได้มีแล้วนี่ไง”
ลี่หลินเถียงกลับทันควัน ท่ามกลางสายตาอึดอัดของเหล่าลูกน้องที่เอาแต่ก้มหน้ากุมมือของตัวเองเอาไว้ด้วยความขลาดกลัว
“เมื่อกี้ใครขึ้นไปยกโซฟาบ้าง”
มังกรขบฟันแน่นด้วยความโกรธ ก่อนจะเอ่ยถามลูกน้องเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง ทั้งที่ยังจ้องหน้าภรรยาของตัวเองไม่วางตา
คนในชุดสูทสีเข้มค่อย ๆ ยกมือขึ้นอย่างประดักประเดิด แต่กลับไม่มีใครกล้าสู้สายตาลี่หลินเลยสักคน
“อาซา ไปค้นตัว”
“ครับคุณหลิน”
“เธอไม่มีสิทธิ์สั่งลูกน้องฉัน”
ขณะที่ลูกน้องคนสนิทของมังกรกำลังเดินเข้าไปค้นตัวลูกน้องที่ยืนหน้าซีดกันอยู่ อยู่ ๆ เขาก็ต้องชะงักขาเพราะคำสั่งจากผู้เป็นนายใหญ่
“ก็ถ้าไม่ค้นตัว จะเห็นได้ไงว่ากำไลฉันอยู่กับพวกเขาหรือเปล่า”
“หึ เธออยากรู้ก็ไปค้นเองสิ”
เขาท้าทาย พร้อมกับยิ้มเย้ยหยัน นั่นไม่ได้ทำให้ลี่หลินหวั่นวิตกเลยแม้แต่นิด
“ได้ ถ้าเจอที่ใคร ก็หวังว่าเฮียจะจัดการให้อย่างเป็นธรรม”
คนตัวเล็กแสดงแววตาเด็ดเดี่ยว ก่อนจะเดินเข้าไปค้นตัวลูกน้องที่เอาแต่ยืนเกร็งกันถ้วนหน้า
“ยกแขน ดึงชายเสื้อออกมาด้วย”
ลูกน้องที่ยืนต่อหน้าทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย จนกระทั่งค้นตัวไปถึงคนสุดท้าย ที่คาดหวังว่าจะต้องเจอ แต่สุดท้าย... ก็ไม่มีใครพกกำไลแขนติดตัวเลย
“เหอะ ไหนล่ะ กำไลแขนเธอน่ะ”
เขาแค่นหัวเราะพลางยกกาแฟขึ้นดื่มจนหมด แววตาฉายความรู้สึกพึงพอใจที่ลี่หลินหน้าเสียไปแบบนี้
“ฉันต้องการตรวจกล้องวงจรปิดทั้งหมด”
“อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยน่า”
“ก็ตอนนี้มันคือเรื่องใหญ่ไง เฮียก็เห็นว่ากำไลแขนนั่นม้าให้ฉันมา”
เธอโวยวายสีหน้าเครียดขึ้นกว่าเดิม ทำเอาเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ จนปวดหนึบไปทั่วบริเวณ
“มันจะหายไปไหนได้ ยังไงก็ต้องอยู่ในห้องนั่นแหละ เธอเอาเวลากล่าวหาคนอื่นไปค้นหาในห้องดีกว่านะ อย่าทำตัวเป็นกระต่ายตื่นต้นตูมหน่อยเลย”
“กระต่ายตื่นตูมเฉย ๆ ครับคุณมังกร ไม่มีต้น”
“ฉันรู้แล้วน่า! แค่เพิ่มคำให้มันฟังรื่นหู”
คนร่างใหญ่หันไปมองค้อนใส่อาซา ก่อนจะหันกลับมาจ้องที่ลี่หลินอีกรอบ
“แต่ถ้าไม่เห็น ก็หาคำแก้ตัวกับม้าดี ๆ ล่ะ เขายิ่งเกลียดคนไม่รักษาของอยู่ด้วย”
เขาไหวไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระ ก่อนจะเบนสายตามองเข้าไปในกรงเสือที่มีเพียงกระจกใส ๆ กั้นเอาไว้ เผยให้เห็นเสือโคร่งตัวใหญ่กำลังนอนรับแดดที่ใต้ต้นไม้ และทันทีที่ลี่หลินมองตามสายตาของเขาออกไป เธอก็ต้องนิ่งค้างไป เพราะแสงแดดที่สาดลงมา มันกระทบเข้ากับกำไลแขนของเธอจนเล่นแสงวาววับ
“นะ นั่นมัน...”
คนตัวเล็กวิ่งพรวดไปเกาะที่กระจกเพื่อเพ่งมองให้ชัดขึ้น ถึงได้มั่นใจว่าเป็นกำไลแขนของเธอจริง ๆ และตอนนี้มันก็ถูกวางอยู่บนตอไม้ ห่างจากเจ้าหลงออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
“อ้าววว นั่นกำไลแขนของเธอนี่ ไปอยู่ในนั้นได้ไงเนี่ย”
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้กระตือรือร้น ซ้ำน้ำเสียงของเขายังมีเสียงหัวเราะเคล้าอยู่ด้วย
“ฝีมือเฮียใช่ไหม!”
ลี่หลินหันมองมาที่ร่างหนาสายตาโกรธแค้น ต้องเป็นคนนิสัยเสียแค่ไหน ถึงจะทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ได้
“อย่าปรักปรำกันสิ ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไมกันล่ะ”
เขาเพียงแค่ไหวไหล่เล็กน้อย แถมยังยิ้มเย้ยหยันเธออย่างท้าทายอีกด้วย
“อาซา เปิดกรงเสือ”
ลี่หลินไม่ได้วางสายตาที่ดุดันไปจากใบหน้าหล่อคม ในขณะที่เขาเอ่ยคำสั่งกับลูกน้องคนสนิทของมังกร
“ตะ แต่ว่า...”
“คุณผู้หญิงสั่งให้เปิดก็เปิดสิซา ขัดคำสั่งเจ้านายมันไม่ดีนะรู้เปล่า”
มังกรไม่ได้ห้ามแม้แต่นิด เขายังยุยงส่งเสริมอีกด้วย ในใจก็อยากจะรู้ว่าลี่หลินจะใจเด็ดแค่ไหน
ซาที่ยืนอ้ำอึ้งเพราะขัดคำสั่งไม่ได้ จำต้องยอมยกมือที่สั่นเทาขึ้นมากดเปิดรีโมต ในใจก็ภาวนาอย่างบ้าคลั่ง ขอให้ไอ้หลงกินอิ่ม หรือนอนหลับจนลืมตื่น ขอให้ลี่หลินกลับออกมาอย่างปลอดภัย ไม่เช่นนั้นเรื่องได้บานปลายใหญ่โตแน่
“มีอะไรอยากสั่งเสียไหม เอ๊ะ! คงไม่มีหรอกมั้ง เธอก็ตัวคนเดียว ไม่มีใครเอาอยู่แล้วนี่”
ลี่หลินไม่เก็บเอาคำพูดของคนปากเสียมาใส่ใจ เธอรีบเดินอ้อมไปที่ประตูทางเข้ากรง แล้วถอดรองเท้าออก เพื่อให้เหยียบพื้นได้เบาที่สุด
“คุ้มครองหลินด้วยนะม้า”
เสียงพึมพำดังประสานไปกับเสียงหัวใจของเธอ ก่อนที่เท้าเล็ก ๆ จะเหยียบลงไปในสนามหญ้า เธอค่อย ๆ พาตัวเองเข้าไปในกรงอย่างระวังตัวที่สุด ในขณะที่ไอ้หลงเอาแต่นอนหลับไม่รู้เรื่อง และมีสายตาอีกสิบคู่กำลังจ้องมองเธอผ่านกระจกใสบานใหญ่ ราวกับกำลังดูแสดงโชว์อะไรสักอย่าง
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความกดดัน ก่อนที่เธอจะเริ่มย่องเข้ามาใกล้ตอไม้ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปอย่างราบรื่น จนกระทั่ง
“ตุบ!”
กระจกถูกเคาะด้วยฝีมือนายใหญ่ของไอ้หลง ปลุกให้มันตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย และสบตาเข้ากับลี่หลินที่กำลังเอื้อมมือหยิบกำไลแขนที่อยู่ต่อหน้า นาทีนี้เหมือนหัวใจเธอจะหยุดเต้นเอาให้ได้ ยิ่งมองเห็นเสือตัวใหญ่ค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วตรงมาที่เธออย่างดุดัน มันยิ่งทำให้เกร็งไปหมด
คนใจร้าย! หาวิธีฆ่ากันให้ตายโดยการล่อเข้ากรงเสือ จิตใจอำมหิต คอยดูเถอะ ถ้าฉันตายไปเป็นผี ฉันจะไม่มีวันอโหสิกรรมให้เด็ดขาด จะตามหลอกหลอนจนกว่าจะช็อกตายไปเลย
เธอได้แต่ก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจ ขณะที่ขาเริ่มแข็ง ตัวเริ่มสั่นจนเหงื่อท่วม เพราะไอ้หลงเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นแล้ว
“ละ หลง ใจเย็น ๆ นะ ฉันแค่มาเอาของ ไม่ได้จะทำอะไรแกเลย”
เธอยิ้มสู้เสือ หวังว่าจะรอด แต่มันกลับเดินเข้ามาใกล้เธอยิ่งขึ้น ใกล้เสียจนห่างไปเพียงแค่คืบเดียว
“ฮึก! หลง ขอร้องละ”
มือที่จับกำไลแขนกำแน่นขึ้นจนเกร็งไปทั้งตัว เธอหลับตาปี๋จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะกระจกดังขึ้นอีก คาดว่าคงเป็นคำสั่งจากมังกรที่บอกให้มันขย้ำเธอซะ ทว่ารออยู่นาน ร่างของเธอก็ไม่ถูกฉีกเนื้อเสียที ถึงได้ค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมามอง แล้วพบว่าตอนนี้ไอ้หลงเดินหายไปอยู่ที่ต้นไม้อีกฝั่งแล้ว แถมมันยังเมินเธอไปราวกับอากาศอีกด้วย
“เธอนี่มันสนุกดีจริง ๆ เลย ไว้วันหลังเรามาเล่นกันใหม่นะ”
ช่องกระจกด้านบนถูกเปิดออก เผยให้ได้ยินเสียงของมังกรที่เอ่ยเข้ามา ก่อนที่เขาจะหันหลังแล้วลุกออกไปจากเก้าอี้ ทิ้งให้ลี่หลินยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธจัด
“จะเล่นแบบนี้ใช่ไหมไอ้เฮีย ได้! ถ้าต่างคนต่างอยู่แล้วมันจะตาย งั้นเตรียมรับมือให้ดีก็แล้วกัน”