บทที่ 9 ทายาทอัญมณี

1867 คำ
อาทิตย์ต่อมา แสงไฟจากโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์ในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูระดับห้าดาวสาดส่องระยิบระยับ สะท้อนกับเครื่องเพชรล้ำค่าของผู้คนที่มาร่วมงาน ‘The Grand Jewelry Gala’ ค่ำคืนนี้ถือเป็นงานรวมตัวของเหล่ามหาเศรษฐีและนักสะสมอัญมณีระดับประเทศ ทั่วทั้งงานต่างอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่งและอำนาจ ทว่าหัวข้อสนทนาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากที่สุด กลับไม่ใช่เรื่องการประมูลอัญมณี แต่เป็นเรื่องการปรากฏตัวครั้งแรกของทอฝัน หลังจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่เกือบพรากชีวิตเธอไป “นั่นรถของคุณดีเซลนี่คะ” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเมื่อรถลิมูซีนสีดำขลับเคลื่อนมาจอดที่หน้าพรมแดง ประตูรถถูกเปิดออกโดยพนักงานต้อนรับ ร่างสูงสง่าของ ดีเซลก้าวลงมาเป็นคนแรก เขาสวมสูททักซิโด้สีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต เสริมให้รูปร่างที่สูงถึง 192 เซนติเมตรดูราวกับรูปสลักเดินได้ นัยน์ตาคมกริบสีนิลกวาดมองไปรอบบริเวณด้วยความเคร่งขรึมและสุขุม ท่วงท่าที่เยือกเย็นทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจของเขาทำให้อากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา ชายหนุ่มหันไปยื่นมือหนาออกมาอย่างสุภาพ สายตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับฉายแวววูบไหวอย่างประหลาดเมื่อร่างบางภายในรถค่อย ๆ วางมือเรียวลงบนฝ่ามือของเขา กอหญ้าก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่ทำให้โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอสวมชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีดำมันวาวที่ทิ้งตัวยาวสลวยเน้นสัดส่วนที่เพรียวระหงดุจหงส์ ความสูง 175 เซนติเมตรบวกกับส้นสูงหกนิ้วทำให้เธอดูโดดเด่นและสง่างามเหนือใคร ผมยาวสีน้ำตาลไหม้ถูกเกล้าขึ้นอย่างวิจิตรเผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียนที่ประดับด้วยสร้อยคอพลอยไพลินน้ำงามที่เธอเป็นคนออกแบบเอง “ตื่นเต้นไหมคะ?” กอหญ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่านิ่งลึก ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของสามี รอยยิ้มบาง ๆ ที่ประดับบนใบหน้าสวยคมนั้นช่างดูมีเสน่ห์และเข้าถึงยากเสียจนดีเซลเผลอกระชับมือเธอแน่นขึ้น “ผมควรจะเป็นฝ่ายถามคุณมากกว่า” ดีเซลตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังกดดันเล็กน้อย เขาจ้องมองใบหน้าภรรยาไม่วางตา “ปกติงานแบบนี้คุณมักจะทำตัวเป็นจุดสนใจด้วยการอาละวาด แต่ดูเหมือนค่ำคืนนี้ คุณจะเลือกเป็นจุดสนใจด้วยวิธีที่ร้ายกาจกว่าเดิมนะ ทอฝัน” “ร้ายกาจเหรอคะ? ฉันขอรับเป็นคำชมแล้วกันค่ะคุณดีเซล” หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แววตาพราวระยับด้วยประกายแห่งความฉลาดเฉลียว เธอคล้องแขนแกร่งของเขาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะพากันก้าวเข้าสู่งานท่ามกลางแสงแฟลชที่รัวสาดส่องเข้ามาไม่หยุด ภายในงาน ทันทีที่ทั้งสองปรากฏตัว บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันแหวกทางให้ เธอเดินเคียงข้างดีเซลด้วยมาดของนางพญา ไม่ได้หลบตาใครแต่กลับส่งรอยยิ้มที่สุภาพและทรงอำนาจให้กับทุกคนที่เดินผ่าน ท่าทางที่เปลี่ยนไปจากผู้หญิงขี้วีนกลายเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ทำให้หลายคนถึงกับยืนตะลึง “คุณพ่อ คุณแม่” กอหญ้าเดินเข้าไปทักทายพ่อแม่ของทอฝันที่ยืนคุยกับเหล่านักลงทุนอยู่ “ฝัน ลูกแม่ สวยมากเลยลูก” คุณหญิงพิมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ มองลูกสาวราวกับไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือทอฝันคนเดิม “วันนี้ลูกดูเปลี่ยนไปมากนะฝัน” อาทิตย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู “ดีเซล พ่อฝากดูแลน้องด้วยนะ วันนี้คนมองเมียแกทั้งงานเลยล่ะ” ดีเซลกระตุกยิ้มที่มุมปาก ความหึงหวงเด่นหราจนปิดไม่มิด โอบเอวบางไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ “ไม่ต้องห่วงครับคุณพ่อ ผมดูแลเธออย่างใกล้ชิดแน่นอนครับ” ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น เบลล่าก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูจงใจจะข่มทุกคนในงานเดินตรงเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเสแสร้ง ดวงตาจิกกัดกอหญ้าอย่างเปิดเผย “แหม... คุณทอฝันคะ วันนี้แต่งตัวจัดเต็มจังเลยนะคะ นึกว่านางแบบที่ไหนหลุดมาในงานอัญมณีเสียอีก” เบลล่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสอพลอที่ฟังดูประชดประชัน “แต่เอ้... สร้อยเส้นนั้น ดูแปลกตาจังนะคะ ใช่ของบริษัทเจริญเกียรติจริง ๆ หรือเปล่า หรือว่าเป็นของเลียนแบบที่คุณฝันแอบไปวาดเล่นคะ?” เสียงของเบลล่าดังพอที่จะทำให้คนรอบข้างหันมามอง ผู้ถูกปรามาสไม่ได้มีท่าทีโกรธจัด เธอนิ่งสงบราวกับมองเห็นสิ่งที่ไร้ค่าอยู่ตรงหน้า กอหญ้าก้าวเข้าไปหาเบลล่าช้า ๆ รอยยิ้มที่มุมปากดูเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกหนาวสะท้าน “ความงามของอัญมณี ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นคนวาดหรอกค่ะคุณเบลล่า แต่มันอยู่ที่คุณค่าในตัวของมันเอง” เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “สร้อยเส้นนี้คือ ‘The Azure Rebirth’ ผลงานชิ้นแรกหลังจากที่ฉันฟื้นจากความตาย ถ้าคุณดูไม่ออกว่ามันคือของจริงหรือของปลอม ฉันแนะนำให้คุณไปหาคอร์สเรียนเรื่องอัญมณีศาสตร์พื้นฐานนะคะ จะได้ไม่ปล่อยให้ความเขลามาทำลายภาพลักษณ์พนักงานคนสนิทของคุณดีเซล” “นี่คุณทอฝัน!” เบลล่าหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย “พอได้แล้วเบลล่า” เสียงทุ้มต่ำของดีเซลขัดขึ้นนิ่ง ๆ พลางจ้องมองเบลล่าด้วยความดุดันและเย็นชาจนหญิงสาวถึงกับสะดุ้ง “วันนี้ผมมาในฐานะสามีของทอฝัน และสร้อยเส้นนี้ ผมเป็นคนใส่ให้เธอเอง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เบลล่าอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นระริกด้วยความไม่เชื่อหู ปกติดีเซลมักจะวางเฉยต่อการทะเลาะเบาะแว้งของพวกเธอ แต่วันนี้เขากลับออกโรงปกป้องภรรยาที่ไม่คิดจะใส่ใจอย่างชัดเจน “ปะ... เปล่าค่ะคุณดีเซล เบลแค่...” “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็ไปดูแลแขกในส่วนของกาสิโนซะ อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ” ดีเซลตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เบลล่าสะบัดหน้าเดินหนีไปด้วยความแค้นเคือง กอหญ้าลอบมองดีเซลดวงตาคู่สวยฉายแววขบขัน “ปกป้องฉันแบบนี้ไม่กลัวคุณเบลล่าจะน้อยใจเอาเหรอคะคุณดีเซล?” ดีเซลก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของเธอ กลิ่นกายชายที่ผสมกับน้ำหอมไม้จันทน์ทำให้รู้สึกร้อนผ่าวที่นวลแก้ม “ผมปกป้องของของผมใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง แม้แต่คำพูดเดียว” ได้คำตอบออกมาเป็นเช่นนั้น กอหญ้าก็เบือนหน้าไปอีกทาง ซึ่งปฏิกิริยานั้นทำให้ผู้พูดลอบยิ้มที่สามารถทำให้ภรรยาของตนหลบสายตาด้วยความประหม่าได้ เมื่อช่วงเวลาสำคัญของงานมาถึง พิธีกรเชิญทอฝันขึ้นไปกล่าวเปิดงานประมูลในฐานะทายาทคนเดียวของเจริญเกียรติ กอหญ้าก้าวขึ้นไปบนเวทีด้วยความมั่นใจ แสงไฟสปอตไลต์จับจ้องไปที่เธอ พลางกวาดมองผู้คนเบื้องล่างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และมั่นใจ “อัญมณีไม่ใช่เพียงแค่หินที่มีค่า แต่มันคือการบันทึกประวัติศาสตร์ ความรัก และการเกิดใหม่...” กอหญ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและกังวานไปทั่วห้องโถง เธอพูดถึงรายละเอียดการออกแบบและเทคนิคการคัดเลือกพลอยไพลินด้วยความเชี่ยวชาญระดับโลกที่ซ่อนอยู่ในตัว จนแม้แต่นักสะสมอัญมณีอาวุโสยังต้องพยักหน้ายอมรับ ดีเซลยืนมองภรรยาจากมุมมืดเบื้องล่าง ความรู้สึกเต็มไปด้วยความทึ่งและปรารถนาอย่างแรงกล้า เขาไม่เคยเห็นทอฝันในมุมนี้ มุมที่เธอเปล่งประกายด้วย ‘ความสามารถ’ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของมาเฟียเจ้าของกาสิโนเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อหญิงสาวลงจากเวที ก็ถูกห้อมล้อมด้วยนักธุรกิจที่ต้องการทำความรู้จักและชื่นชมในผลงาน ดีเซลเดินเข้าไปแทรกกลางวงล้อมอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มหน้าตาดีที่พยายามจะยื่นนามบัตรให้ภรรยาของเขา “ขอโทษครับ ภรรยาของผมต้องการพักผ่อนแล้ว” ดีเซลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มีความเป็นมิตรแม้แต่น้อย คว้าข้อมือเรียวแล้วกึ่งลากกึ่งจูงเธอออกมาจากวงล้อมนั้นทันที “คุณดีเซล ปล่อยค่ะ ฉันยังคุยงานไม่จบเลยนะคะ” ประท้วงเสียงเขียว ดวงหน้าสวยฉายแววไม่พอใจ ดีเซลไม่ได้ฟัง พาเธอออกมาที่ระเบียงทางเดินที่เงียบสงบ แสงจันทร์ยามค่ำคืนส่องกระทบใบหน้าคมสันที่บัดนี้เต็มไปด้วยอารมณ์หึงหวงที่รุนแรง เขาผลักร่างบางเข้าหาผนังแล้วใช้แขนทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะแผดเผา “คุยงานหรือคุยเรื่องอะไร? เห็นส่งสายตาให้ไอ้หนุ่มพวกนั้นจนผมรำคาญตาไปหมดแล้ว!” ดีเซลเค้นเสียงถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเข้มขึ้น ประโยคนั้นสร้างรอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากอวบอิ่ม “รำคาญตาหรือ ‘หึง’ คะคุณดีเซล? ไหนคุณบอกว่าอย่าให้ฉันมายุ่งเรื่องส่วนตัวไงคะ ตอนนี้คุณนั่นแหละที่กำลังล้ำเส้นพื้นที่ของฉัน” “ใช่! ผมหึง” ดีเซลโพล่งออกมาอย่างลืมตัว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธระคนไปด้วยความรู้สักหวั่นไหวที่เริ่มจะล้นอก “ผมยอมไม่ได้ที่จะเห็นสายตาที่คุณเคยมองผม ไปมองคนอื่นแบบนั้น ทอฝัน... คุณทำอะไรกับผมกันแน่?” ร่างสูงก้มลงมาจนจมูกชนกัน ลมหายใจร้อน ๆ รดใบหน้าของกันและกัน กอหญ้ารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวแรง ระลอกคลื่นสั่นไหวในดวงตาคู่สวยชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแวววาว “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ แค่เป็นฉันอย่างที่ควรจะเป็นเท่านั้นเอง” เธอเอ่ยเสียงเบา มือเรียวยกขึ้นลูบไล้แผงอกแกร่งอย่างจงใจยั่วเย้า “ถ้าคุณอยากจะครอบครองสายตาคู่นี้ คุณก็ต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าคุณมีค่าพอที่จะให้ฉันมอง แค่คุณคนเดียวสิคะ” คำท้าทายนั้นทำให้อารมณ์ของดีเซลพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เขาประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วและรุนแรง เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเป็นเจ้าของและเพลิงปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานาน กอหญ้าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มจูบตอบด้วยจังหวะที่เร่าร้อนไม่แพ้กัน ค่ำคืนที่งานสังคมอันหรูหรา บัดนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งดีเซลไม่คิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึกแบบนี้กับภรรยาที่แต่งแค่ในนามเท่านั้น “หึ! งั้นก็เตรียมรับมือผมให้ดีแล้วกัน ทอฝัน!”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม