บทที่ 8 เรียกร้อง
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของจังหวัดกาญจนบุรี ตกกระทบกับผนังกระจกของโรงงานเจียระไนอัญมณีขนาดใหญ่ของตระกูลเจริญเกียรติจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ
ทว่าบรรยากาศภายในห้องแล็บคัดเกรดอัญมณีกลับเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ กอหญ้าสวมชุดกาวน์สีขาวทับชุดเดรสทำงานสีครีมอย่างคล่องแคล่ว
ในมือเรียวสวยถือกล้องขยายสำหรับส่องอัญมณี Loupeแนบชิดกับนัยน์ตาคู่สวยที่กำลังเพ่งพินิจความบริสุทธิ์ของบุษราคัมเม็ดงาม
“น้ำงามมากค่ะ แต่การเจียระไนตรงมุมก้นพลอยยังไม่คมพอ มันทำให้ไฟไม่เล่นแสงเท่าที่ควร”
เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง ประกายในดวงตาของเธอฉายแววเป็นมืออาชีพ จนหัวใจของช่างเจียระไนอาวุโสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สั่นไหวด้วยความทึ่ง
“เอ่อ... คุณทอฝันดูออกขนาดนั้นเลยหรือครับ?” ช่างเจียระไนถามด้วยความไม่แน่ใจ
กอหญ้าระบายรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในองค์ความรู้ที่สั่งสมมานานจากชาติภพก่อน
“ความงามของอัญมณีโกหกเราไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าเรามองมันด้วยหัวใจและสติปัญญาไม่ใช่แค่มองผ่าน ๆ เพื่อความหรูหรา”
ในขณะที่กำลังจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์อัญมณีตรงหน้า ประตูห้องแล็บก็ถูกผลักอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงกำยำที่เธอเพิ่งหนีหน้ามาเมื่อเช้า
ดีเซลก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าดุดัน รังสีในดวงตาเคลือบด้วยเพลิงแห่งความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดการเดินทางหลายกิโลเมตร
“ทอฝัน!” เสียงทุ้มต่ำคำรามก้องไปทั่วห้อง จนพนักงานคนอื่น ๆ ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา
กอหญ้าไม่ได้หันไปมองในทันที เธอวางอัญมณีลงบนผ้ากำมะหยี่อย่างนุ่มนวล ก่อนจะถอดถุงมือออกช้า ๆ ท่วงท่าของเธอสงบนิ่งเสียจนดีเซลรู้สึกเหมือนตนเองเป็นเพียงเด็กชายที่กำลังอาละวาดท่ามกลางผู้ใหญ่ที่เยือกเย็น
“มาไกลถึงที่นี่มีธุระอะไรสำคัญหรือเปล่าคะคุณดีเซล?” เธอหันไปสบตาเขา “หรือว่าลืมกุญแจกาสิโนไว้ที่ฉัน?”
“อย่ามากวนประสาทผม!” ดีเซลสาวเท้าเข้าไปใกล้จนชิดตัวเธอ กลิ่นกายชายที่ผสมกับไอแดดจาง ๆ จากข้างนอกทำให้บรรยากาศในห้องแล็บดูร้อนรุ่มขึ้นมาถนัดตา “คุณไปไหนมาไหนโดยไม่บอกผมแบบนี้ คิดว่าตัวเองยังเป็นโสดอยู่หรือไง?”
ดวงตากลมโตพราวระยับขึ้นมาทันที
“ฉันบอกคุณแล้วนะคะเมื่อคืน หรือว่าคุณหูอื้อเพราะมัวแต่นึกถึงข้อความของผู้หญิงคนอื่นอยู่ล่ะคะ?”
“ทอฝัน!” ดีเซลเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวบางแล้วรั้งเข้ามาชิดอกแกร่ง จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “อย่าดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยว นี่มันเรื่องของเรา!”
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ เบลไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะ เรื่องของคุณดีเซลกับคุณทอฝันเลยนะคะ”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่แฝงไปด้วยความดัดจริตดังขึ้นจากทางประตู กอหญ้าและดีเซลหันไปมองพร้อมกัน เบลล่าในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีชมพูช็อกกิ้งพิงค์ที่ดูขัดกับสถานที่อย่างแรง
เดินบิดสะโพกเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง นัยน์ตาฉายแววริษยาเมื่อเห็นดีเซลโอบกอดทอฝันไว้
ดีเซลชะงักไปเล็กน้อยแต่ไม่ได้ปล่อยมือจากเอวภรรยา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววรำคาญ
“เบลล่า คุณตามมาที่นี่ทำไม?”
“ก็เบลเป็นห่วงคุณดีเซลนี่คะ เบลกลัวคุณดีเซลจะมีอันตราย อีกอย่าง... เบลก็อยากมาดูให้เห็นกับตาค่ะ ว่าคุณฝันเธอทำงานจริง ๆ หรือแค่อยากมาเรียกร้องความสนใจที่ต่างจังหวัด”
เบลล่าปรายตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูก
กอหญ้าไม่ได้โกรธจัดเหมือนทุกครั้ง กลับระบายรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นเสียจนเบลล่าเริ่มรู้สึกประหม่า จับสายตานิ่งมองหญิงสาวตรงหน้าเหมือนมองดูมดปลวกที่พยายามจะปีนขึ้นบนยอดมงกุฎ
“ขอบคุณที่เป็นห่วงสามีฉันนะคะคุณเบลล่า” เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก “แต่ที่นี่คือโรงงานอัญมณี สถานที่ที่ใช้สมองและสายตาอันมีค่าเพื่อคัดสรรสิ่งล้ำค่า ไม่ใช่สถานที่สำหรับพนักงานกาสิโนที่จะมาเดินนวยนาดโชว์เรียวขาเล่น ๆ”
“นี่คุณทอฝัน!” เบลล่าหน้าแดงซ่านด้วยโทสะ
“ทำไมเหรอคะ? หรือฉันพูดอะไรผิด?”
กอหญ้าขยับกายออกจากอ้อมแขนของดีเซลช้า ๆ แล้วเดินเข้าไปหาเบลล่าหนึ่งก้าว ท่วงท่าที่สง่าและสูงเพรียวของเธอข่มขวัญอีกฝ่ายได้โดยสิ้นเชิง
“ถ้าคุณอยากจะแสดงบทผู้หญิงที่แสนดี แนะนำให้กลับไปแสดงที่กาสิโนนะคะ เพราะที่นี่คือพื้นที่ของเจริญเกียรติ และฉันคือนายหญิงที่มีอำนาจสั่งไล่ใครออกก็ได้ แม้แต่คนที่คิดว่าตัวเองเป็นคนสนิทของสามีฉันก็ตาม”
ดีเซลมองภรรยาด้วยความตะลึง เขาฉายแววชื่นชมลึก ๆ ที่เห็นภรรยาจัดการด้วยวาจามาดผู้ดีเสียจนเบลล่ากลายเป็นเพียงผู้หญิงไม่มีระดับ
“คุณดีเซลคะ ดูคุณฝันพูดสิคะ เบลแค่หวังดี” เบลล่าหันไปหาที่พึ่ง ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดบีบน้ำตา
“เบลล่าคุณกลับไปก่อน” ดีเซลเอ่ยเสียงเรียบ ยังคงวางสายตาอยู่ที่ใบหน้าของภรรยาไม่ไปไหน “ผมบอกแล้วไงว่างานที่นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
“แต่คุณดีเซลคะ”
“ผมบอกให้กลับไป!” ดีเซลกดเสียงต่ำเอ่ยขึ้นจนเบลล่าสะดุ้งสุดตัว ความดุดันที่แสดงออกชัดเจนว่าเขาหมดความอดทน
ผู้ถูกไล่ขบกรามแน่น เพ่งมองภรรยาเจ้านายด้วยความอาฆาตแค้น ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องแล็บด้วยความอับอาย
เมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง ดีเซลก็หันมาทางกอหญ้าทันที จากความดุดันเป็นพราวระยับด้วยความปรารถนาบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมา
“เก่งขึ้นนี่ทอฝัน ทั้งเรื่องงานและเรื่องไล่คน”
“ฉันก็แค่กำจัดมลทินออกจากงาน” ตอบพลางเดินกลับไปที่โต๊ะวางอัญมณี กลับไปจดจ่ออยู่ที่พลอยเม็ดเดิม “ถ้ามลทินมันปนอยู่กับอัญมณีล้ำค่า มันจะทำให้ราคาตกลงเหมือนกับชีวิตคนเรานั่นแหละค่ะ”
ดีเซลเดินตามเข้าไปซ้อนหลังร่างบาง ก้มมองลำคอระหงขาวเนียนของภรรยา โน้มใบหน้าลงมาจนจมูกคลอเคลียอยู่ที่พวงแก้มใส
“แล้วผมล่ะในสายตาคุณ ผมเป็นอัญมณีหรือเป็นมลทิน?”
กอหญ้าชะงักไปครู่หนึ่ง สัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของเขาทำให้หัวใจที่เคยด้านชาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอค่อย ๆ หันใบหน้ากลับไปมองคนตัวสูงในระยะประชิด
นัยน์ตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและโหยหา
“ตอนนี้คุณก็แค่หินดิบที่ยังไม่ได้เจียระไนค่ะคุณดีเซล”
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปาก
“มันยังดูแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยนและเต็มไปด้วยเหลี่ยมคมที่คอยทิ่มแทงคนอื่น แต่ถ้าวันไหนที่คุณยอมให้ฉันเป็นคนเจียระไน วันนั้นคุณอาจจะกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดก็ได้”
คำพูดของเธอเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ดีเซลกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น นัยน์ตาของเขาพราวระยับด้วยแรงปรารถนา
“งั้นก็เริ่มเจียระไนผมตอนนี้เลยเป็นไง? ผมพร้อมจะให้คุณ จัดการทุกอย่าง... ทอฝัน”
ลมหายใจที่สอดประสานกันในห้องแล็บที่เย็นเฉียบกลับกลายเป็นความร้อนแรงที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกอหญ้า
ความริษยาของเบลล่าเป็นเพียงบททดสอบเล็ก ๆ เธอมองออกตั้งแต่สามีย่างกรายมาแล้ว อีกฝ่ายทำตัวติดสามีเจ้าของร่างเพื่อยั่วยุให้เธอโมโห แล้วดีเซลก็จะตีตัวออกห่างเหมือนที่ผ่านมา
ซึ่งเธอไม่มีทางเดินไปตามเกมที่หล่อนวางเอาไว้แน่ สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ก็คือรับมือกับความเรียกร้องอย่างแรงกล้าที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเย็นชาของดีเซลต่างหาก มันเป็นสมรภูมิที่เธอต้องใช้ทั้งใจและสติปัญญาเพื่อเอาชนะ
ตาคู่สวยหลับพริ้มลงชั่วครู่เมื่อริมฝีปากหนาของเขาประทับลงบนหน้าผากแผ่วเบา เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้น ยังไม่ใช่วันที่จะประกาศชัยชนะในตอนนี้