4 วันผ่านไป
นับตั้งแต่วินาทีที่ชีวิตของดีไซเนอร์สาวระดับโลกอย่างกอหญ้าถูกหล่อหลอมเข้ากับร่างของทอฝัน หญิงสาวที่ใครต่อใครต่างตราหน้าว่าไร้ค่า
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลเริ่มถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่ในห้องพักฟื้น
ดีไซเนอร์สาวในร่างใหม่ไม่ได้ใช้เวลาสี่วันที่ผ่านมาไปกับการคร่ำครวญถึงสามีเจ้าของร่างที่ไม่รักดี แต่เธอใช้มันไปกับการอ่านเอกสารสรุปงบประมาณและแบบร่างอัญมณีของตระกูลที่ผู้เป็นพ่อส่งมาให้ตามคำขอ
ท่ามกลางความสงบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นตรงหน้าห้อง ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเตือนล่วงหน้า
ดีเซลก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าองอาจราวกับราชสีห์ ชุดสูทสากลสีเทาเข้มดูยับย่นจากการเดินทางไกลข้ามทวีป
นัยน์ตาคมกริบสีนิลฉายแววเหนื่อยล้าทว่ายังคงความดุดันและเย็นชาเป็นนิจ
และที่เหนือกว่านั้นเลยก็คือได้เตรียมใจที่จะได้ยินคำต่อว่าต่อขาน ไม่ก็บีบน้ำตาฟูมฟายเป็นการใหญ่จากภรรยา
ทว่า... สิ่งที่เขาพบกลับเป็นความสงบเงียบอย่างที่สัมผัสไม่ได้มาตลอดสองปีของการแต่งงาน
เธอไม่ได้กระโจนเข้ามากอดขาหรือรบเร้าถามถึงผู้จัดการสาวอย่างเบลล่า เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้นวมริมหน้าต่าง
ซ้ำในมือยังมีไอแพดเครื่องหรู ดวงตาคู่สวยก็เอาแต่จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แสงแดดรำไรยามบ่ายที่ตกกระทบใบหน้าเนียนละเอียดทำให้เจ้าตัวดูงดงามราวกับภาพวาดที่จับต้องไม่ได้
“กลับมาแล้วเหรอคะ?”
กอหญ้าเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เพราะยังคงสนใจอยู่ที่หน้าจอ น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นนิ่ง ราวกับกำลังทักทายคนแปลกหน้าที่เพียงแค่เดินผ่านทางมา
ดีเซลชะงักไปครู่หนึ่ง รอยหยักระหว่างคิ้วเข้มขมวดมุ่น จ้องมองภรรยาสาวอย่างไม่วางตา
“ทอฝัน... นี่คุณกำลังเล่นบทอะไรอยู่?”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความระแวง กายกำยำสมส่วนเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคนป่วย ร่างสูงใหญ่ถึง 192 เซนติเมตรทอดเงาทาบทับร่างบางจนดูเล็กถนัดตา
แต่กอหญ้ากลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เธอดับหน้าจอแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาคนพูดตรง ๆ
ซึ่งแววตาที่เคยเต็มไปด้วยความโหยหาและอารมณ์ฉุนเฉียว ตอนนี้กลับนิ่งสงบยิ่งกว่าใต้ท้องทะเลลึก และเต็มไปด้วยประกายแห่งปัญญาที่สุกใส
ริมฝีปากอวบอิ่มระบายรอยยิ้มบาง ซึ่งมันส่งไปไม่ถึงดวงตาคู่สวย จึงทำให้คนมองรู้สึกหนาวสะท้านลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
“บทอะไรคะ?”
ถามกลับพลางเอียงคอเล็กน้อย ท่าทางนั้นดูสง่างามจนดีเซลเผลอกลั้นหายใจ
“ฉันก็แค่ทักทายสามีตามมารยาท หรือคุณอยากให้ฉันกรีดร้องเหมือนคราวก่อน ๆ ดีล่ะคะ?”
“อย่ามาประชดผม”
ดีเซลเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวปะปนกับความรู้สึกไม่สบอารมณ์ กับการกระทำของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา
“ผมรู้ว่าคุณโกรธเรื่องเบลล่า แต่การที่ผมพาเธอไปทำงานด้วยมันคือเรื่องธุรกิจ อย่าเอาความคิดไร้สาระของคุณมาทำให้ชีวิตผมวุ่นวายอีก”
กอหญ้าหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างนึกขบขัน ถ้อยคำแต่ละอย่างที่สามีเจ้าของร่างเอ่ยออกมานั้น ไม่มีแววห่วงใยเมียตัวเองสักนิด
‘ไอ้ผู้ชายจอมเย็นชา ช่างน่ารำคาญเสียจริง!’
“คุณดีเซลคะ สำหรับฉันตอนนี้ เรื่องของคุณกับคุณเบลล่ามันไม่ใช่แค่ไร้สาระแต่มัน ‘ไม่สำคัญ’ เลยต่างหากค่ะ”
คำว่า ‘ไม่สำคัญ’ หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้าเหมือนใบมีดโกนที่กรีดลึกลงบนศักดิ์ศรีของดีเซล
เขาเป็นผู้ชายที่ใครต่อใครต่างรุมล้อม เป็นเจ้าของกาสิโนและสถานบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุด โดยเฉพาะกับทอฝัน
แน่นอนว่าที่ผ่านมาตนเองมักจะเป็น ‘โลกทั้งใบ’ ของเธอเสมอ การถูกบอกว่าเขาไม่สำคัญด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉยเช่นนี้มันทำให้รู้สึก ‘ไม่พอใจ’ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“คุณว่ายังไงนะ?”
ดีเซลก้มลงคว้าข้อมือบางข้างที่ไม่มีแผล นัยน์ตาคมกล้าจับนิ่งเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทราวกับจะค้นหาความจริง หรือสิ่งที่เจ้าตัวซ่อนเอาไว้
“คิดจะใช้แผนการใหม่เรียกร้องความสนใจด้วยการทำเป็นเฉยชางั้นเหรอ? บอกไว้ก่อนนะว่ามันไม่ได้ผล”
กอหญ้ามองมือหนาพันธนาการข้อมือเธอไว้ด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้ดิ้นรน หากแต่จ้องกลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบจนดีเซลเป็นฝ่ายที่รู้สึกเสียอาการซะเอง
“ปล่อยค่ะ... มันเจ็บ”
เธอเอ่ยออกมาราวกับว่าเขาเป็นเชื้อโรค ซ้ำยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่สนใจสามีเลยสักนิด
“แล้วกรุณาเข้าใจใหม่ด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ใช้แผนการอะไรทั้งนั้น ฉันแค่คิดได้ ว่าเวลาที่เสียไปกับการวิ่งตามคนที่ไม่เห็นค่า มันช่างเป็นเรื่องที่โง่เขลาที่สุดในชีวิต”
จากนั้นก็แกะมือของเขาออกอย่างช้า ๆ
ดวงตาคู่สวยจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ต่อจากนี้ไปพื้นที่ส่วนตัวของคุณก็คือของคุณ ฉันจะไม่ก้าวก่าย ไม่ถามหา และจะไม่หึงหวงให้คุณต้องรำคาญอีก ส่วนพื้นที่ของฉัน ฉันก็ขอคืนเช่นกันค่ะ”
ดีเซลยืนนิ่งค้างไปครู่ใหญ่ รอยยิ้มหยันที่เคยใช้ข่มขวัญภรรยาหายไปจากใบหน้าคมสัน ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง
ที่เคยมองทอฝันเป็นเพียง ‘ภาระ’ เริ่มฉายแววสับสนและไม่เข้าใจ
‘ผู้หญิงคนนี้ใช่ทอฝันจริง ๆ หรือ?’
“คุณดีเซลคะ พร้อมหรือยังคะ? รถพร้อมแล้วค่ะ”
เสียงหวานหยดย้อยของเบลล่าดังขึ้นที่หน้าประตู หล่อนเดินเข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ขับผิวขาวผ่อง
ใบหน้าสะสวยถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชัยชนะ จงใจเดินเข้ามาใกล้ดีเซลแล้วเกาะแขนเขาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับปรายตามองภรรยาเจ้านายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเยาะเย้ย
“อุ๊ย! ฟื้นแล้วเหรอคะคุณทอฝัน? เบลต้องขอโทษด้วยนะที่พาคุณดีเซลไปต่างประเทศนานไปหน่อย พอดีงานมันยุ่งมากน่ะค่ะ คุณดีเซลแทบไม่ได้นอนเลย”
ผู้จัดการสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสอพลอ แววตาจิกกัดคนป่วยอย่างท้าทาย
ซึ่งหากเป็นทอฝันคนเดิมก็คงจะกระโจนเข้าตบหน้าเบลล่าหรือกรีดร้องอาละวาดไปแล้ว แต่ผู้หญิงที่อยู่ตรงนี้กลับเพียงแค่ปรายตามองหล่อนด้วยสายตาที่มอง ‘วัตถุที่ไม่มีราคา’
“ไม่เป็นไรค่ะคุณเบลล่า ขอบคุณที่ช่วย ‘ดูแล’ สามีฉันในช่วงที่ฉันไม่อยู่”
กอหญ้าเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มที่ดูสวยสง่าเสียจนเบลล่าเป็นฝ่ายที่หน้าเสีย
“แต่ดูท่าทางคุณเบลล่าจะเหนื่อยกว่านะคะเนี่ย ใต้ตาดูคล้ำ ๆ ไปนิดนะคะ สงสัยจะ ‘ทำงาน’ หนักจริง ๆ”
“นี่คุณ!”
เบลล่าสะอึก ใบหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธจัดเมื่อถูกตอกกลับนิ่ม ๆ
“คุณดีเซลคะ”
กอหญ้าหันไปหาสามีโดยไม่สนใจเบลล่าอีก
“วันนี้ฉันจะออกจากโรงพยาบาล และจะย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่สักพักนะคะ พอดีมีงานด่วนที่คุณพ่อมอบหมายให้ทำ ฉันคิดว่าเราแยกกันอยู่สักพักคงจะดีกับสุขภาพจิตของคุณมากกว่า”
“ไม่ได้!”
ดีเซลเป็นฝ่ายโพล่งออกมาเสียงดังจนตัวเองยังตกใจ นัยน์ตาคมเข้มฉายแววดุดันขึ้นมาทันที
“คุณเป็นเมียผม ตราบใดที่ใบทะเบียนสมรสยังอยู่ คุณต้องกลับไปอยู่ที่บ้านกับผม!”
กอหญ้ายกคิ้วเรียวขึ้นพลางมองเขาด้วยความแปลกใจ
“ทำไมล่ะคะ? ปกติคุณก็ไม่เคยอยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? การที่ฉันไม่อยู่ขวางหูขวางตา น่าจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคุณไม่ใช่หรือไง?”
“นั่นมันเรื่องของผม!”
ดีเซลเค้นเสียงลอดไรฟัน จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าสวยที่บัดนี้ดูเย้ายวนใจอย่างประหลาด ความเฉยชาของเธอทำงานได้ดีกว่าน้ำตาของเธอนับพันเท่า มันปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้นเป็นครั้งแรก
“เอาเป็นว่าถ้าฉันเคลียร์งานเสร็จ ฉันจะแวะไปเยี่ยมคุณที่บ้านนะคะ”
กอหญ้าสรุปเองเออเอง พลางหันไปหยิบกระเป๋าถือแบรนด์เนมขึ้นมาคล้องแขน
ท่วงท่าการเดินของเธอเปลี่ยนไปจากทอฝันที่เดินสะดีดสะดิ้ง กลายเป็นความมั่นคง ทุกย่างก้าวดูมีอำนาจจนเบลล่าต้องรีบถอยฉากหลบทางให้
หญิงสาวเดินผ่านดีเซลไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวเธอที่ลอยมาปะทะจมูกทำให้ชายหนุ่มรู้สึกชาหนึบที่หัวใจ
ร่างสูงหมุนตัวมองตามร่างบางที่ก้าวออกจากห้องไปอย่างไม่เหลียวหลัง
“คุณดีเซลคะ ดูคุณทอฝันพูดสิคะ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้อวดดีขนาดนี้”
เบลล่าพยายามกระตุกแขนเจ้านายหนุ่มเพื่อเรียกความสนใจ
“เบาเสียงหน่อย!”
ดีเซลกระชากเสียงต่ำ จดจ้องไปที่บานประตูที่เพิ่งปิดลง ความรู้สึกร้อนรุ่มบางอย่างสุมอยู่ในอก มันคือความโกรธ หรือความโหยหาในสายตาคู่เดิมที่เคยมีแต่เขากันแน่?
“เบลล่าคุณกลับไปก่อน ผมมีธุระต้องจัดการ”
ฝ่ามือใหญ่แกะมือของเบลล่าออกอย่างไม่ไยดี ความรู้สึกที่เคยเย็นชากับภรรยา เวลานี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและว้าวุ่นใจ
มาเฟียหนุ่มก้าวตามภรรยาไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องตาม แต่รู้เพียงว่ายอมไม่ได้ที่จะให้สายตาที่เคยมองเพียงแค่เขา กลายเป็นสายตาที่ว่างเปล่าเช่นนั้น
ทางด้านกอหญ้าที่กำลังเดินไปยังลานจอดรถ มุมปากสวยยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ
‘นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นคุณดีเซล ต่อจากนี้คุณจะได้รู้ว่า การถูกผู้หญิงที่คุณเคยมองข้าม เมินเฉยใส่ มันเจ็บปวดขนาดไหน’
ร่างระหงก้าวขึ้นรถลิมูซีนส่วนตัวของบิดาที่มารอรับ พร้อมกับปิดประตูลงอย่างนุ่มนวล ทิ้งอดีตที่โง่เขลาไว้เบื้องหลัง และก้าวเข้าสู่สมรภูมิอัญมณีที่มั่นใจว่า เธอคือที่หนึ่ง!