ตอนที่ 4 - ถาพถ่ายใบเก่า (1/2)

1497 คำ
| นารา | ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ ~ เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ทำให้ฉันเอื้อมมือออกไปควานหามันเพื่อปิดเสียงที่น่ารำคาญ จากนั้นจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาดู โอ้มายก็อด!! ฉันร้องเหี้ยในใจดังมาก สิ่งที่ฉันเห็นคือหน้าคุณการันต์ ซึ่งอยู่ใกล้กับหน้าฉันไม่ถึงคืบ มือเขากอดตัวฉันไว้แน่น ฉิบหายแล้ว เพราะมือฉันเองก็กอดตัวเขาไว้แน่นเช่นกัน ที่พีคกว่านั้นคือตัวเขาโป๊เปลือยท่อนบนด้วยนี่สิ ฉันจึงรีบมองกลับมาที่ตัวฉันทันที เฮ้อ...โล่งอก เสื้อผ้ายังอยู่ครบดีทุกชิ้น แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย!! ฉันค่อยๆ ผละตัวออกจากคุณการันต์ แต่ช้าไปแล้ว คนตรงหน้าลืมตาขึ้น พร้อมจ้องมองฉันด้วยสายตาที่แปลกออกไปจากที่เคยเห็น กระทั่งเป็นฉันเองที่ใจเต้นโครมคราม จนหัวใจแทบจะหลุดออกมา “คุณการันต์ ทะ...ทำไม...” ฉันยังไม่ทันจะพูดจบ “ผมควรจะถามคุณมากกว่า ว่าคุณเข้ามานอนห้องผมทำไม” “ฮะ...นี่ห้องคุณเหรอคะ แต่แม่บ้านบอกว่าเป็นห้องนอนแขก” ฉันแย้งขึ้นโดยพยายามหันหน้าไปทางอื่น เพื่อหลบสายตาคู่คมกริบที่กำลังจ้องหน้าฉันเขม็ง “จอยมาส่งคุณถึงห้องแน่เหรอ ห้องนอนแขกอยู่อีกฝั่งนึงโน่นนะ เอ๊ะ!!หรือคุณตั้งใจ!?” “คุณการันต์ คุณจะบ้าเหรอ ดิฉันเปล่านะคะ” ฉันพยายามแก้ตัวทันควัน ถึงคุณการันต์จะหน้าตาหล่อเหลา กระชากใจแค่ไหนก็เถอะ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่สนใจที่จะมีความรักไง เป้าหมายของฉันคือทำงานเก็บเงินให้ได้มากที่สุด สงสัยเมื่อวานฉันน่าจะหลงทางเอง เพราะสมองตอนนั้นมันเริ่มเบลอเพราะความง่วง “ช่างเหอะ ไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวผมให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้ คุณกับแม่ผมตัวพอๆ กัน น่าจะใส่ไซซ์เดียวกันได้” “แต่...ดิฉันเกรงใจ ชุดแม่คุณคงแพงๆ ทั้งนั้น ถ้าดิฉันทำเปื้อน หรือกลายเป็นกลิ่นตัวดิฉัน คุณแม่คุณก็คงไม่ใช้ต่อ...เสียดายของ” พลันคนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ ใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างคร่อมตัวฉันให้อยู่ใต้ร่างของเขา ก่อนที่สายตาคู่สวยจะจ้องหน้าฉันด้วยแววตาที่ดูลึกลับน่าค้นหา ให้ตายเถอะ...ฉันหนีไปทางไหนไม่ได้เลย ฉันพยายามหลบสายตาคู่นั้น แต่เพราะอะไรกันนะ ที่ทำให้สุดท้าย ฉันก็ต้องยอมสยบต่อเขา หันมาจ้องตาเขาตอบ หัวใจตอนนี้มันเต้นโครมครามจนแทบจะระเบิด พร้อมกับความรู้สึกเหมือนผีเสื้อหลายล้านตัวที่บินวนอยู่ในท้องน้อย นั่นมันเริ่มทำให้หน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมา อาการพวกนี้มันคืออะไรกัน! คนตรงหน้าค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนที่รินรดบนใบหน้า ปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนขยับเลื่อนเข้ามาใกล้อีกเรื่อยๆ “จะไปไม่ไป?” “อะ...เอ่อ...ก็ได้ค่ะ ฉันรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้แหละ” ฉันพูดพลางขยับตัวหนีจากเขาแล้ววิ่งไปที่โซนห้องน้ำ ตอนนี้ฉันขอทำยังไงก็ได้ให้รอดไปจากเหตุการณ์ประหลาดนี่ให้ได้ก่อน ฉันเข้าห้องน้ำ อาบน้ำเสร็จ คลุมตัวด้วยเสื้อคลุมขนหนูสีขาวตัวใหญ่ พอเดินออกมาก็เห็นเสื้อผ้ารวมถึงอันเดอร์แวร์ตัวใหม่ที่ยังไม่ได้แกะห่อ วางเตรียมไว้ให้ “ผมให้จอยหาเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ให้ ชุดเก่าๆ ของแม่ผม เอาไปได้เลยนะ ไม่ต้องเอามาคืน” เจ้าของห้องพูดกับฉันพลางยืนกอดอกไหล่พิงกับขอบประตู สายตาเขาจ้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า โอ๊ย...คุณขา! อย่าให้ฉันบรรยายความรู้สึกตอนนี้เลย ถ้ามีประตูวิเศษของโดเรม่อน ฉันนี่แหละจะขอยืมเอาไปใช้เป็นคนแรก ทั้งสายตา ท่าทาง...ไหนจะหุ่นแน่นๆ แซ่บๆ นั่นอีก!! ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น คงวิ่งเข้าหาถวายตัวให้เขาตอนนี้เลยละมั้ง เซ็กซี่สุดๆ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน แผงกล้ามอกแน่น กล้ามท้องก็ขึ้นลอนสวย ไหนจะบ็อกเซอร์จิ๋วตัวนั้นที่โคตรจะสั้น ขับผิวตรงขาอ่อนของคนใส่ให้ดูเย้ายวนขาวเนียนมากขึ้นไปอีก ตายๆๆ เลือดกำเดาจะไหล ผู้ชายอะไรโคตรเซ็กซี่ ฉันคิดในใจ แต่...เดี๋ยวนะ! นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย จะชมเขาทำไมกันล่ะ ฉันสลัดความคิดประหลาดออกไป ก่อนจะกล่าวขอบคุณคุณเจ้านายที่เตรียมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายไว้ให้ “แต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงไปกินข้าวรอที่ชั้นล่างได้เลยนะ” คนตรงหน้าพูดกับฉัน ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ชุดที่แม่บ้านเตรียมมาให้ เป็นเดรสแบบสุภาพสีชมพูอ่อน พอเปิดดูป้ายยี่ห้อตรงคอเสื้อ รู้เลยว่าราคามันแพงหูฉี่แน่นอน ฉันรีบจัดแจงแต่งตัวแล้วถือกระเป๋าพร้อมกับเสื้อผ้าชุดเมื่อวานเดินลงไปชั้นล่าง พลันเมื่อแม่บ้านอีกคนเห็นฉันเข้า เหมือนเธอจะรู้ว่าฉันเป็นใคร เธอจึงเดินนำฉันไปยังห้องอาหาร และนั่นก็ทำให้สังเกตเห็นชายหญิงสูงวัยสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว “สวัสดีค่ะ คุณการุณ คุณสุนทรี” ฉันกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้ทั้งสองท่านตามมารยาท โดยที่อีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นรับไหว้และยิ้มให้อย่างใจดี ฉันคิดว่าฉันทักทายและเรียกชื่อพวกท่านทั้งสองคนถูกต้อง ไม่ปล่อยไก่ตัวใหญ่ไปอีกนะ “ไหว้พระเถอะจ้ะ นี่หนูนาราใช่ไหมเนี่ย เมื่อเช้าจอยเล่าให้แม่ฟังว่า เจ้าการันต์พาเพื่อนมาค้างด้วยที่ห้องนอนแขก” หญิงสูงวัยพูดกับฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แทนตัวเองว่าแม่ด้วย ดูกันเองสุดๆ แต่ฉันนี่สิหนาวๆ ร้อนๆ เพราะห้องที่ฉันไปนอน มันเป็นห้องของลูกชายพวกเขาต่างหากล่ะ ถ้าสองคนนี่รู้ มีหวังฉันโดนไล่ออกแน่ๆ “อุ๊ย...นี่ชุดสมัยแม่ยังสาวนี่ หนูใส่ได้พอดีเลย คุณดูสิคะ หนูนาราใส่ชุดฉันแล้วสวยมากเลย” คุณสุนทรีสะกิดสามีที่นั่งข้างๆ “ความจริงแล้ว หนูเป็นเลขาคุณการันต์ค่ะท่าน เมื่อคืนทำงานกันดึก แล้วรถหนูดันมาเสียอีก คุณการันต์เลยให้หนูมาค้างที่นี่น่ะค่ะ” ฉันตอบ พลางยิ้มหวานกลับไป “มาๆๆ มากินข้าวกินปลาก่อนไปทำงานนะ หนูนารา ยังไงป๊าก็ฝากดูแลเจ้าการันต์มันด้วย รายนั้นดื้อมาก ข้าวปลาไม่ยอมกิน ทำแต่งานอย่างเดียวเลย” “อะ...อ้อ ได้เลยค่ะ หนูจะดูแลคุณการันต์อย่างสุดความสามารถเลยค่ะ คุณการุณวางใจได้เลยค่ะ” ฉันพยักหน้ายิ้มรับ น่ารักอัธยาศัยดีทั้งพ่อทั้งแม่ แต่ไหงลูกชายถึงมนุษยสัมพันธ์แย่ได้ขนาดนั้นนะ “อะแฮ่ม...ป๊าม้ากำลังนินทาผมอยู่เหรอครับ” เสียงคุณการันต์พูดขึ้นขณะเดินมาหาพ่อกับแม่ของเขา พร้อมหอมแก้มฟอดใหญ่ตรงแก้มของทั้งคู่ ฉันเพิ่งเคยเห็นมุมนี้ ผู้ชายนิ่งเงียบ มาดดุ ก็มีมุมขี้อ้อนน่ารักแบบนี้กับเขาเหมือนกันแฮะ ฉันคิดในใจ “คุณ...ยิ้มอะไร” คุณการันต์ถามฉันแบบไม่ได้ต้องการคำตอบ พร้อมทำหน้ามุ่ย ขมวดคิ้วใส่อย่างกับเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยน นั่นแหละค่ะ...อย่างน้อยอากัปกิริยานี้ก็ช่วยดึงสติของฉันที่ตอนนี้กำลังยิ้มแก้มปริ ปลาบปลื้มไปกับภาพความน่ารักตรงหน้าให้กลับคืนมา... คุณการันต์นั่งลงตรงข้างๆ ฉัน สักพักคุณแม่บ้านจอยก็จัดเตรียมอาหารเช้ามาเสิร์ฟ เรานั่งกินข้าวเช้าและพูดคุยกันครู่ใหญ่ ก่อนที่ฉันจะบอกลาคุณพ่อคุณแม่ของคุณการันต์เพื่อไปทำงาน ระยะเวลาชั่วโมงเศษๆ พี่สุเมธก็ขับรถพาเราสองคนมาถึงตึกของบริษัท เมื่อคุณการันต์ก้าวลงจากรถ เขาหันขวับกลับมา เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเอกสารสำคัญไว้ที่บ้าน “คุณนารา เดี๋ยวคุณกลับบ้านกับพี่สุเมธ แล้วขึ้นไปเอาเอกสารสำคัญให้ผมหน่อย ผมลืมไว้ อยู่ในลิ้นชักขวามือในห้องทำงาน รหัสลิ้นชัก 2829” ฉันงงเล็กน้อยที่ทำไมใช้ให้ฉันกลับไปเอา แทนที่จะให้คนที่บ้านไปเอามาให้ หรือให้พี่สุเมธกลับไปเอามาให้ แต่ช่างเถอะ งานเลขาก็คงต้องแบบนี้แหละ เจ้านายใช้ให้ทำอะไรก็ต้องทำแหละ ฉันเลือกได้ที่ไหนล่ะ! โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม