| นารา |
หลังจากที่ฉันอุทานออกไป พี่อารยารีบหันมามองฉันตาเขียวปั้ด พร้อมขมวดคิ้ว ส่งสัญญาณให้ฉันหยุดพูด ก่อนที่ฉันจะตั้งสติแล้วกล่าวขอโทษบุคคลตรงหน้า ที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดดูท่าทีไม่ค่อยพอใจ
“เอ่อ...ดิฉันขอโทษด้วยนะคะคุณการันต์” ฉันกล่าวขอโทษเขา ก้มหน้างุดมองพื้นสำนึกผิด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
ก็แหม...ปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเริ่มขนาดนั้น แล้วไหนจะเรื่องที่ทำสูทตัวสวยนั่นเลอะอีก ดีนะที่เขาไม่เอาความ
แต่ถึงแม้ฉันจะก้มหน้ารับความผิดนี้อยู่ แต่ตาฉันก็แอบชำเลืองมอง เห็นเขากำลังจ้องหน้าฉันเขม็ง ทำหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับ จนหัวคิ้วสองข้างขมวดแทบจะผูกกันเป็นโบได้อยู่แล้ว ดูยังไง มองมุมไหน หน้าตาก็โคตรจะไม่เป็นมิตรสักนิด
“คุณการันต์คะ นี่นาราค่ะ...น้องนาราแนะนำตัวเองหน่อยจ้ะ” พี่อารยาตัดสินใจพูดขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศอันมาคุนี้ หลังจากที่เธอก็คงสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของคุณเจ้านายใหญ่ ที่ดูจะไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
“สวัสดีค่ะคุณการันต์ ดิฉัน นารา สุวรรณธานนท์ ดิฉันมารับตำแหน่งเลขาของคุณการันต์นะคะ มาทำงานวันนี้วันแรก คุณการันต์มีอะไรเรียกใช้ฉะ...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ คนตรงหน้าก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดพูด
“ออกไปก่อนคุณนารา ผมขอคุยธุระกับคุณอารยาสักครู่” เขาพูดพลางโบกมือให้ฉันออกไป นั่นมันทำให้หน้าฉันชานิดๆ เมื่อโดนเขาไล่ ฉันจึงจำใจต้องเดินออกมายังโต๊ะประจำตำแหน่ง ซึ่งตั้งอยู่หน้าห้องทำงานของเขา พลันสบถก่นด่าเจ้านายคนใหม่ขึ้นมาในใจ
คนอะไรวะ บ้าอำนาจสิ้นดี หล่อซะเปล่า แต่มนุษยสัมพันธ์โคตรแย่เลย!!
ฉันรู้สึกเฟลเล็กน้อยที่ต้องมาทำงานกับเจ้านายแบบนี้ แค่วันแรกก็รู้สึกไม่ถูกชะตาซะแล้ว ฉันคิดพลางนั่งลงจัดข้าวของเครื่องใช้ และเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเช็กตารางงานของคุณเจ้านายคนใหม่ตามที่พี่อารยาสอน
แต่สักพักเมื่อฉันใจเย็นลง ก็ทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นได้ จริงๆ แล้วสิ่งที่ทำให้คุณการันต์แสดงอากัปกิริยาเช่นนั้น อาจจะเป็นเพราะยังโกรธเคืองเรื่องตรงหน้าลิฟต์อยู่ก็ได้นะ
ฉันจึงดึงสติ ทำสมาธิ หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ก่อนไล่ความขุ่นข้องหมองใจของตัวเองออกไปจนหมดสิ้น
นี่ก็ถือเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของฉัน ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยที่ดีหรือไม่ดีกันแน่ ฉันเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี บางทีก็ดีสุดๆ โลกสวยอย่างกับวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ จนบางทีความโลกสวยที่ว่า ก็เกือบจะทำให้เกิดเรื่องฉิบหายในชีวิตบ่อยๆ
ฉันนั่งคิดอะไรเพลินๆ ก่อนได้ยินเสียงฝีเท้าของพี่อารยาเดินออกมาจากห้องคุณการันต์ เรียกให้ฉันเดินตามไปที่ห้องของเธอ เพื่อเอาไอแพดเครื่องใหม่ให้ฉันใช้ โดยระหว่างทางฉันสบโอกาส เลยสอบถามบางอย่างเกี่ยวกับคุณการันต์ออกไป
“พี่อารยาคะ คุณการันต์นี่เขาเป็นคนยังไงเหรอคะ”
“มีอะไรเหรอนารา”
“อ๋อ เปล่าค่ะ ที่หนูถามก็เพราะอยากรู้นิสัยส่วนตัวของเขา หนูจะได้เอาไปปรับใช้ให้ถูกต้องน่ะค่ะ” ฉันแถตอบพี่อารยาไป แต่ใจจริงคือแอบหมั่นไส้เจ้านายคนนี้เล็กน้อย อยากเผือกมากกว่าว่าถูกเลี้ยงดูยังไงให้โตมาเป็นแบบที่เห็น
“อืม...ก็อย่างที่เห็นแหละ เนี้ยบ นิ่ง สุขุม ทำงานเก่ง และที่สำคัญ หล่อและโสดจ้ะ แต่ก็นะ สาวๆ แถวนี้อกหักกันเป็นแถว เพราะเขาไม่เคยสนใจใครเลย บ้างาน ทำแต่งานอย่างเดียว” พี่อารยาบรรยายสรรพคุณของคุณการันต์ด้วยรอยยิ้มกว้าง และดูภูมิใจในตัวเจ้านายของตัวเองสุดๆ
“แต่คุณเขาน่ากลัวจังเลยนะคะ ตอนแรกที่รู้ว่าต้องทำงานกับผู้บริหารระดับสูง หนูไม่คิดเลยว่าจะได้ทำงานกับเจ้านายคนนี้ หนูนึกว่าจะเป็นอีกคน ที่มีอายุน่ะค่ะ หนูอุตส่าห์ไปค้นในกูเกิลมาเลยนะคะพี่”
“อ๋อ...นั่นคุณการุณ พ่อคุณการันต์เขาน่ะค่ะน้องนารา คุณการุณเป็นประธานบริษัท แต่คุณการันต์เป็นรองประธาน และน่าจะขึ้นรับตำแหน่งแทนคุณพ่อเขาเร็วๆ นี้แหละจ้ะ”
“อ้าว งั้นหนูก็หาข้อมูลมาผิดน่ะสิคะ แย่จัง...แค่เตรียมตัวมาทำงานก็พลาดซะละ” ฉันพูดพลางยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ด้วยความโป๊ะเบาๆ
“น้องนาราอย่าคิดมากเลย ตอนนี้เรารู้แล้ว ตั้งใจทำงานให้ดีก็พอจ้ะ” พี่อารยาพูดพลางยื่นไอแพดให้ฉัน ก่อนที่เราจะพูดคุยอะไรกันต่อสักพัก จากนั้นเธอจึงปล่อยให้ฉันกลับไปทำงานต่อ
| การันต์ |
ภาพความงดงามของกระจกตึกระฟ้ากระทบหยอกล้อกับแสงแดดช่วงสายที่ผมชอบมองดูมันในทุกวัน แต่ทำไมวันนี้มันดูไม่สวยเอาเสียเลย!
ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านไหลเวียนอยู่ในหัวชนิดที่เอาออกไปไม่ได้ เจอเรื่องแย่ๆ แต่เช้า โดยเฉพาะเรื่องของยัยเด็กนั่นทำผมเสียเส้นไม่น้อย ที่ดันยืนทะเล่อทะล่าจนผมชนโครมเข้าให้ แถมยังทำเสื้อสูทตัวสวยเลอะเป็นรอยคราบกาแฟน่าเกลียดอีก เธอจะรู้อะไรไหมว่าสูทตัวนี้ราคาแพงแค่ไหน
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะผมมีนัดคุยงานสำคัญช่วงบ่ายแทนพ่อ แล้วผมจะใส่อะไรล่ะเนี่ย สูทสำรองก็เพิ่งส่งซักไปเมื่อวาน จะให้พี่สุเมธกลับไปเอาที่บ้านก็มีแต่ตัวที่สีไม่เข้ากับกางเกงอีก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...!! ระหว่างที่ผมคิดเรื่องจัดการเสื้อสูทของตัวเอง ก็ได้ยินเสียงใครบางคนเคาะประตู ผมจึงตะโกนอนุญาตให้คนที่เคาะเข้ามาได้
นั่นไงล่ะ! ยัยเด็กหน้าเอ๋อที่ทำตัวเก้ๆ กังๆ ในลิฟต์นั่นเอง ตายยากจริงๆ แค่นึกถึงก็มาหาถึงที่!!
แต่เดี๋ยวก่อนนะ...จะให้เธอมาเป็นเลขาผมเนี่ยนะ มันใช่เหรอ!? เธอจะทำงานไหวจริงๆ ใช่ไหม!?
ผมจ้องหน้าเลขาคนใหม่ในระหว่างที่เธอแนะนำตัว แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ผมก็โบกมือไล่ให้เธอออกไปจากห้อง เพราะยิ่งเห็นหน้า มันก็พานทำให้ผมยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
หลังจากยัยนาราอะไรนั่นเดินออกไป ผมจึงเริ่มสั่งงานกับคุณอารยา ก่อนจะเริ่มดูเอกสารการประชุมช่วงเช้าที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า
ประมาณสิบห้านาทีให้หลัง ผมนึกขึ้นได้ว่าต้องจัดการเรื่องสูทที่เปื้อนตัวนี้ ผมจึงต่อสายไปยังโต๊ะเลขาหน้าห้อง
“สวัสดีค่ะคุณการันต์ มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ” คนปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส ดูจะไม่ค่อยสลดกับสิ่งที่เธอทำเอาไว้เท่าไรนัก
“คุณเข้ามาหาผมหน่อย”
“ค่ะ”
คล้อยหลังไม่ถึงนาที คนปลายสายเมื่อครู่ก็เคาะประตู เปิดเข้ามาหลังจากที่ผมบอกอนุญาต แล้วยืนทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ตรงหน้าผม
“คุณนารา ผมต้องใช้สูทด่วนช่วงบ่าย แต่เพราะคุณ...เลยเป็นอย่างที่เห็น ช่วยเอาไปซักแห้งให้ผมที ขอก่อนบ่ายโมงนะ” ผมบอกคนตรงหน้าพร้อมส่งสูทตัวนั้นให้ ก่อนที่เธอจะตอบรับและเดินออกไป
โปรดติดตามตอนต่อไป