“ขอบคุณนะคะพี่เก้า”
โซดายิ้มรับอย่างเป็นมิตร เมื่อจานข้าวถูกวางลงตรงหน้า
“ยินดีมากเลยค้าบบ” เก้าลากเสียงยาว พร้อมส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม “ถ้าเป็นของน้องโซดาคนสวยของพี่~”
ยังไม่ทันที่โซดาจะตอบอะไร เสียงทุ้มต่ำก็ดังแทรกขึ้นมาทันที
“หุบปากดิ รำคาญ”
ทั้งโต๊ะเงียบลงในเสี้ยววินาที ฟีนิกซ์เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนด้วยสายตานิ่ง แต่กดดัน
“แล้วน้องกูไปเป็นของมึงตั้งแต่ตอนไหน” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ “พูดให้มันดี ๆ หน่อย เดี๋ยวได้แดกตีนกูจนได้”
เก้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ กลบเกลื่อน “ขอโทษค้าบบเพื่อน กูแซวเล่นเอง ไม่คิดมากดิ”
โซดากลอกตาอย่างเอือม ๆ ส่วนเจนนิสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับเงียบกริบ หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เจนนิสนั่งมองจานข้าวตรงหน้าอยู่นาน สายตาจับจ้องไปที่ข้าวผัดทะเลอย่างลังเล หัวใจเริ่มหนักอึ้งขึ้นทีละนิด
เธอแพ้อาหารทะเล
แต่เรื่องนั้น…
เธอไม่เคยบอกโซดามาก่อนเลย
ปกติเวลามากินข้าวด้วยกัน เธอจะฝากโซดาสั่งเมนูหมูให้ตลอด มันเลยไม่เคยเป็นปัญหา จนกระทั่งวันนี้ วันที่ข้าวถูกสั่งมาให้เรียบร้อยแล้ว และคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท
บอกตอนนี้ดีไหม
หรือจะฝืนกินไปนิดหน่อยดี
แต่แค่คิดถึงอาการแพ้ หัวใจก็เริ่มเต้นแรงอย่างไม่สบายใจ ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่กล้าพูดออกมาด้วยซ้ำ
เพราะกลัวจะดูเรื่องมาก
กลัวจะเป็นภาระ
และกลัว…สายตาของใครบางคน
เจนนิสเผลอนั่งเหม่ออยู่นานเกินไป จนโซดาเอียงตัวมาสะกิดแขนเบา ๆ
“อีเจน กินดิ นั่งเหม่อทำเหี้ยไร”
“อ่อ…” เจนนิสสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบพยักหน้า “เออ”
ยังไม่ทันจะได้ตักข้าวขึ้นมา เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
“กินไม่ได้หรือไง”
คำถามสั้น ๆ นั้นทำให้เจนนิสเงยหน้าขึ้นไปสบตาฟีนิกซ์โดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นแรงวูบหนึ่ง ก่อนที่ปากจะตอบออกไปเร็วเกินกว่าสมองจะทันคิด
“กินได้ค่ะ” เธอรีบพูดต่อทันที เหมือนกลัวอีกฝ่ายจะซัก “กินได้สบายมาก”
หลังจากนั้น เจนนิสก็ตักข้าวผัดเข้าปากทันที เป็นคำเล็ก ๆ พอให้ดูเหมือนกำลังกินจริง ไม่มากไม่น้อยเกินไป เธอเคี้ยวช้า ๆ พยายามกลืนลงคอทั้งที่ในใจเริ่มกังวล มืออีกข้างกำช้อนแน่นโดยไม่รู้ตัว
เก้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติ จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“ไม่อร่อยหรอครับ ทำไมกินน้อยจัง” เจนนิสชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ กลบเกลื่อน
“อร่อยค่ะ”
เธอรีบพูดต่อทันที “แค่เจนไม่ค่อยกินข้าวเช้าเท่าไร เลยกินได้น้อย”
“ไม่ได้นะครับ” เก้าพูดต่ออย่างจริงใจ “มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญนะ”
ยังไม่ทันที่เจนนิสจะตอบอะไร เสียงทุ้มต่ำของฟีนิกซ์ก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างชัดเจน
“มึงจะไปเสือกเรื่องของเขาทำไม”
น้ำเสียงเรียบ แต่กดดัน “เขาไม่กินก็เรื่องของเขาสิ”
บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที เจนนิสก้มหน้าลงมองจานข้าวอีกครั้ง หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ
เจนนิสก้มหน้าลง ก่อนจะตักข้าวคำเล็ก ๆ เข้าปากอีกครั้ง สีหน้าดูเรียบเฉยเหมือนทุกอย่างปกติ แต่ในใจกลับสวนทางกันสิ้นเชิง
หน้าตาก็ดีหรอกนะ…
แต่ปากจัดชะมัด
เธอแอบยกยิ้มมุมปากเล็ก ๆ อย่างคนไม่ยอมแพ้ คอยดูละกัน สักวันจะทำให้คนอย่างพี่…เสียอาการจนจำอะไรไม่ถูกเลย
เวลาผ่านไปสักพัก ทุกคนบนโต๊ะเริ่มกินข้าวกันจนเกือบหมด เหลือเพียงเจนนิสที่ยังคงตักข้าวเข้าปากได้ทีละนิด ช้าและระวังเกินปกติ มืออีกข้างยกขึ้นเกาแขน เกาคอเป็นระยะ เหมือนมีอะไรยุบยิบอยู่ใต้ผิวหนัง
สีผิวของเธอเริ่มแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตั้งแต่ต้นคอ ไล่ลงมาที่แขน
โซดาที่กำลังกินอยู่หันมาเห็นเข้าพอดี ถึงกับชะงัก ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วรีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ
“เห้ย! อีเจน มึงเป็นไรเนี่ย”
สายตาไล่มองหน้าเพื่อนอย่างรวดเร็ว “ทำไมตัวแดงแบบนี้อ่ะ!”
เจนนิสชะงัก มือที่กำลังเกาหยุดลงชั่วครู่ ก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดกล้องหน้าเพื่อดูใบหน้าของตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นผิวแก้มและลำคอที่แดงกว่าปกติอย่างชัดเจน
“มัน…แดงมากเลยหรอ”
เสียงของเธอสั่นนิด ๆ อย่างคนเริ่มไม่มั่นใจ
“เออดิ แดงมาก!” โซดาตอบทันที สีหน้าตกใจไม่แพ้กัน “มึงเป็นไรเนี่ย”
บทสนทนาสั้น ๆ นั้นดึงความสนใจของคนทั้งโต๊ะ
ฟีนิกซ์เงยหน้าขึ้นมองอย่างจริงจัง ดวงตาคมกริบไล่มองตั้งแต่ใบหน้าที่แดงผิดปกติ ไปจนถึงมือของเจนนิสที่เริ่มสั่นเล็กน้อย
เก้าเองก็ชะงัก หันมามองด้วยสีหน้าสงสัยไม่แพ้กัน บรรยากาศบนโต๊ะที่เคยเป็นกันเองเมื่อครู่ เริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
เจนนิสไม่ตอบคำถามนั้นเลย
เธอรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอย่างลวก ๆ ก่อนจะดันเก้าอี้ลุกขึ้นยืนแทบจะทันที สีหน้าซีดลงชัดเจน ลมหายใจเริ่มถี่กว่าปกติ
“ดา มึงเช็กชื่อกูให้ด้วยนะ”
เธอพูดเร็ว ๆ ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังวิ่งออกจากโรงอาหารไปทันที
“เฮ้ย! แล้วมึงจะไปไหน!”
เสียงโซดาตะโกนตามหลังมาอย่างตกใจ ขณะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตามแทบจะพร้อมกัน
ฟีนิกซ์ขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นร่างบางวิ่งฝ่าฝูงคนออกไปแบบไม่คิดชีวิต สีหน้าที่เคยนิ่งเริ่มตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“เฮีย…” โซดาหันไปมองพี่ชายอย่างร้อนใจ
แต่ฟีนิกซ์ไม่รอให้เธอพูดจบ เขาลุกขึ้นยืนทันที มีสายตาคมกวาดไปทางประตูโรงอาหารที่เจนนิสเพิ่งหายไป
“อยู่นี่แหละ” ฟีนิกซ์พูดเสียงหนักแน่น หันไปบอกโซดาโดยไม่ละสายตาจากทางที่เจนนิสวิ่งออกไป
“เดี๋ยวเฮียไปดูเอง”
พูดจบเขาก็หยิบกุญแจรถ ลุกขึ้นจากโต๊ะทันที ทิ้งให้โซดานั่งอึ้งอยู่กับความรู้สึกผิดแปลก ๆ ในอก
ในขณะเดียวกัน
เจนนิสที่วิ่งออกจากโรงอาหารมาแล้ว ก็แทบไม่หยุดพักหายใจ เธอฝ่าฝูงนักศึกษาที่เดินสวนไปมาอย่างลนลาน มือหนึ่งกดหน้าอก อีกมือเกาแขนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ความคันแผ่ลามจนเริ่มแสบ ผิวหนังแดงจัดจนรู้สึกตึง
ต้องไปที่รถ…
ยาต้องอยู่ในรถ…
เธอมุ่งหน้ากลับคณะของตัวเองอย่างไม่คิดชีวิต เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังถี่ หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ ลมหายใจเริ่มไม่สม่ำเสมอ
ภาพตรงหน้าเริ่มพร่า คอเริ่มรู้สึกแน่นขึ้นทีละนิด เจนนิสกัดฟันแน่น
ทั้งที่ในหัวมีแต่คำเดียว
อย่าเป็นอะไรตอนนี้… ขอแค่ถึงรถก่อนก็พอ
เมื่อมาถึงรถ เจนนิสก็พยายามฝืนพาร่างของตัวเองขึ้นไปนั่งบนเบาะคนขับให้ได้สำเร็จ ลมหายใจหอบถี่ มือเรียวสั่นระริก ขยับไปตามสัญชาตญาณ
สายตาพร่าเลือน
โลกทั้งใบเหมือนหมุนช้าลง
เธอเอื้อมมือไปที่ประตูรถ ตั้งใจจะปิดมันลง
แค่อีกนิดเดียว…
อีกนิดเดียวเท่านั้น
ทว่า..
ทุกอย่างกลับมืดลงสนิท
เสียงรอบตัวหายไป
ความรู้สึกทั้งหมดดับวูบ
ร่างบางทรุดลงนิ่ง ๆ บนเบาะรถ
และความเงียบ…
ก็กลืนกินเธอไปในพริบตาเดียว