กางเต๊นท์แล้วทั้งหมดไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติ ฌานติดต่อทำเรื่องจองรถไปส่องสัตว์เขาเลือกรอบหนึ่งทุ่มตรงโดยที่จองแบบเหมาคัน ส่วนพิชชาพาเด็กๆ เดินดูนิทรรศการภายในศูนย์ที่แนะนำสัตว์ป่าแต่ละชนิด
“เรียบร้อยครับ เราไปเดินเที่ยวกันตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติไหม” ฌานถาม
“ไกลไหมคะ เด็กๆ จะเดินไหวไหม” พิมาลา
“หนึ่งจุดสองกิโลก็ไม่ไกลมากนะพิม ถ้าพุทแพรวเมื่อยก็อุ้มกลับก็ได้” อัทธกานต์อ่านรายละเอียดของเส้นทางการศึกษาธรรมชาติที่มีจุดเริ่มต้นที่ด้านหลังของศูนย์บริการ
ทั้งหมดเริ่มเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นทางเดินที่ถูกทำไว้แล้วอย่างดี เดินง่าย วิวสวย จุดถ่ายรูปมีตลอดทาง ณพิชย์และพิชนันท์ต่างตื่นเต้นกับสิ่งที่พบเห็นระหว่างทาง
“หู๊ว.......สวยจังค่ะ” พิชนันท์พูดในระหว่างที่อยู่บนสะพานข้ามลำธาร ธาดาอุ้มสาวน้อยขึ้นมาเพื่อให้ดูวิวได้ถนัด ส่วนณพิชย์เป็นหน้าที่ของฌานเขาให้เด็กชายขี่คอทำให้แฝดน้องสนุกมากกว่าใคร
พิชชาเดินคู่กับพิมาลาโดยมีอัทธกานต์รั้งท้าย สองสาวเดินไปคุยกันไปเบาๆ
“คุณใหญ่เขาดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งรู้ว่ามีลูกเลยนะพราว”
พิมาลาสังเกตุเห็นอะไรหลายอย่างที่ชายหนุ่มคนนั้นทำให้หลานของเธอแบบไม่ขัดสายตา เหมือนเป็นสิ่งที่เขาเคยทำมาเป็นประจำ
“ค่ะ เขาอาจจะมีความเป็นแม่ในตัวก็ได้” พิชชาเห็นด้วยแต่คำพูดของเธอทำให้พี่สาวหันมามอง
“ต้องบอกว่าเขามีความเป็นพ่อสิ จะแม่ได้ไง”
พิชชาหันมามองพี่สาวเธอหัวเราะเบาๆ ไม่พูดอะไรต่อ หญิงสาวมองฌานและธาดาที่อุ้มเด็กคนละคนแล้วก็รู้สึกว่าเหมือนครอบครัวสุขสันต์
'ภาพครอบครัวและลูกของเราชัดๆ' เธอคิดในใจ
###############
ออกจากจุดนั้นเด็กๆ เริ่มหิว พิชชาเสนอให้นั่งทานที่ร้านภายในอุทยานจะได้ไม่ต้องขับรถออกไปข้างนอก
“ไหนแม่บอกว่าเราจะกินหมูกระทะกันไงคะ” พิชนันท์ถามมารดาเมื่อเธอเห็นอาหารที่ธาดาและอัทธกานต์ทยอยยกมาวางบนโต๊ะ
“กินไม่ได้แล้วค่ะ เขาห้ามทำหมูกระทะที่เต๊นท์เพราะกลัวสัตว์ป่าจะมา” พิชชาอธิบายให้ลูกฟัง เธอส่งจานข้าวสวยให้เพื่อนร่วมโต๊ะจนครบทุกคน
“เสาร์หน้าไปกินที่บ้านพ่อก็ได้ลูก” ธาดาปลอบใจลูกสาว
“บ้านพ่อ” เด็กหญิงทำหน้าสงสัย
“เสาร์หน้าคุณแม่จะพาลูกไปนอนค้างที่บ้านพ่อไงลูก อยากกินอะไรบอกไว้ได้เลย” ธาดาขยายความทำให้เด็กสองคนดีใจ แต่พิมาลาฟังอย่างแปลกใจแต่เธอไม่ถามอะไรกลางวง คิดในใจว่าจะถามน้องสาวยามที่อยู่กันตามลำพังว่าสนิทกับธาดาจนถึงขั้นจะไปนอนบ้านเขาแล้วหรือ
################
“พิมเป็นอะไร พี่เห็นทำหน้ายุ่งๆ ตั้งแต่ตอนกินข้าว”
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่งงที่คุณใหญ่เขาบอกว่าพราวจะพาลูกไปนอนบ้านเขาอาทิตย์หน้า”
พิมาลาตอบสามี เธอกำลังมาค้นเสื้อผ้าที่จะนำไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำ ซึ่งเธอจะไปอาบน้ำพร้อมกับน้องสาวและหลานสองคน
“ก็ไม่น่าจะแปลกเพราะคืนนี้เขาก็นอนด้วยกัน”
“แหม... นอนในเต็นท์กับนอนในบ้านเหมือนกันที่ไหนล่ะคะ” พิมาลาแย้งส่วนอัทธกานต์มองท้องฟ้าที่กำลังจะมืดพลางบอกภรรยาให้รีบไปอาบน้ำ
“จะมืดแล้วพิมไปเถอะ จะให้พี่ไปด้วยไหม”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ห้องอาบน้ำไม่น่ากลัวพิมไปก่อนนะคะ” พิมาลาหยิบของส่วนตัวและไปสมทบกับพิชชาและลูกๆ
คืนนั้นหลังจากที่ทุกคนได้อาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เป็นเสื้อผ้าที่หนาขึ้นพร้อมจะออกไปส่องสัตว์จึงไปรอรถที่จองไว้ที่หน้าศูนย์บริการ
“ใส่หมวกด้วยนะลูก เดี๋ยวไม่สบาย” ธาดาหยิบหมวกที่เขาซื้อมาใส่ให้คู่แฝด รถที่ไปส่องสัตว์เป็นรถกระบะบรรดานักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่นำชมจะต้องขึ้นหลังท้ายกระบะซึ่งอาจจะมีน้ำค้างหรือลมแรง
รถมาถึงธาดาอุ้มลูกขึ้นไปวางหลังรถทีละคน ณพิชย์กระโดดไปมาอย่างตื่นเต้นเด็กชายไม่เคยขึ้นหลังรถแบบนี้เลย
“ฉันปีนขึ้นเองได้ค่ะ” พิชชาปฏิเสธเมื่อชายหนุ่มส่งลูกขึ้นรถไปหมดแล้ว ส่วนพิมาลาและอัทธกานต์ก็ขึ้นไปรอรับเด็กๆ อยู่บนท้ายรถแล้วพร้อมกับเจ้าหน้าที่นำชม
หญิงสาวจับท้ายรถกระบะยกขาข้างหนึ่งวางบนที่พักเท้าและโหนขึ้นไปยืนแต่เธอก้าวพลาดทำให้เซจนเกือบตก ดีว่าธาดาที่อยู่ด้านหลังรับร่างเธอทัน ตัวเธอแนบชิดกับเขาจนรู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
“อุ๊ย... ขอบคุณค่ะ” พิชชาเกาะต้นแขนชายหนุ่มแน่นเพราะความตกใจ ธาดาจึงส่งตัวเธอขึ้นรถและตามขึ้นมาปิดท้ายด้วยฌานที่ขึ้นเป็นคนสุดท้าย
พิชชามองไปด้านหลังเห็นผู้ช่วยของธาดามองอยู่ เธอคิดไปว่าฌานคงไม่พอใจที่เธอเข้าใกล้ธาดามากไป
“ขอโทษนะคะที่ฉันซุ่มซ่าม ไม่รู้ว่าคุณฌานจะโกรธคุณหรือเปล่าฝากบอกเขานะคะว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ” รถเริ่มเคลื่อนตัวออกหญิงสาวเอนตัวกระซิบบอกชายหนุ่มที่นั่งติดกัน
เธอรับร่างลูกฝาแฝดมากอดบนตักไม่หันมามองเขาอีกจึงไม่เห็นว่าธาดากำลังงงอย่างหนัก อะไรคือฌานต้องโกรธเขาแล้วลูกน้องมันจะมาโกรธเขาเรื่องอะไรกัน
“พราวบอกว่าฝากขอโทษถ้านายโกรธฉัน นายจะโกรธฉันเรื่องอะไรล่ะฌาน” ธาดาหันไปถามลูกน้องจนพากันงงไปด้วยอีกคน
“อะไรนะครับนาย คุณพราวบอกว่าผมเนี่ยนะจะโกรธนาย” ฌานชี้มือเข้าหาตนเองถึงเขาจะแสนรู้ทุกเรื่องแต่เรื่องนี้เขาบอกตามตรงเลยว่าตามความคิดพิชชาไม่ทันจริงๆ
เส้นทางการส่องสัตว์จะเป็นระยะทางประมาณสิบกิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมง อากาศในตอนค่ำนั้นเย็นมาก
“หนาวไหมลูก” พิชชาถามเด็กๆ เธอกอดลูกไว้ทั้งสองคนแม้จะสวมเสื้อกันหนาวมาแล้วก็ยังรู้สึกหนาวอยู่
“ส่งลูกมาให้ผมอุ้มคนนึงก็ได้พราว” ธาดาสะกิดเธอ เขาเห็นพิชนันท์ที่นั่งด้านในพยายามชะเง้อมาดูกวางที่จนท.ส่องไฟให้ดู เด็กหญิงก้าวข้ามตักมารดาไปหาอ้อมแขนที่รอรับอยู่ด้านหลัง
“หนาวไหมลูก” ธาดากระชับอ้อมแขนกอดลูกสาวแน่นขึ้น เขาขยับหมวกที่เธอสวมอยู่ให้แน่นขึ้น
“ไม่หนาวแล้วค่ะ พ่อคะนั่นช้าง” พิชนันท์ชี้มือไปที่กลุ่มช้างป่าประมาณแปดตัวเดินเรียงกันอยู่ริมบ่อน้ำ
“ช้างครับแม่ เห็นช้างด้วย” ณพิชย์เขย่าแขนมารดา
“ค่ะ อย่าเสียงดังนะลูก” พิชชาบอกลูกตามที่เจ้าหน้าที่กำชับเรื่องการใช้เสียง ตรงนี้เป็นจุดสุดท้ายที่จะได้ชมสัตว์ป่าซึ่งส่วนมากจะได้พบช้าง ณ บริเวณนี้
“หิวกันอีกไหมเด็กๆ” พิมาลาถามหลานสองคนเมื่อเสร็จสิ้นการส่องสัตว์ ทั้งหมดทยอยลงจากรถเพื่อกลับที่พัก
“ไหวไหมคุณ” ธาดาเห็นพิชชาเดินช้าลง หญิงสาวลงจากรถเป็นคนสุดท้าย
“ไหวค่ะ เหน็บกินนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย” เธอให้ลูกนั่งตักตลอดการนั่งบนรถเกือบสองชม. ดีว่าธาดาเรียกพิชนันท์ไปนั่งด้วยความชาจึงเบาลง
“เดี๋ยวหนูนวดให้แม่ค่ะ” พิชนันท์อาสา ทั้งหมดกลับมาถึงจุดกางเต๊นท์แล้ว ธาดาเสียบยากันยุงไฟฟ้า USB เข้ากับเครื่องสำรองไฟที่หน้าเต๊นท์
“คุณกับลูกมานั่งตรงนี้ดีกว่าไม่มียุงแล้ว” เขาเรียกพิชชาและลูก ตรงหน้าเต็นท์มีเบาะลมที่ฌานจัดการให้พร้อมใช้วางอยู่
พิชชาที่ดีขึ้นแล้วเดินมาหาเขาหญิงสาวมองเข้าไปในเต็นท์เห็นเครื่องนอนของธาดาก็ขมวดคิ้ว ตอนนั้นพิมาลาและอัทธกานต์ขอตัวไปห้องน้ำฌานเองก็เตรียมตัวไปอาบน้ำ
“หิวไหมลูก ชงโอวัลตินได้ บะหมี่หรือโจ๊กก็มีนะ” เขาถามเด็กๆ ลูกน้องเขาจัดเตาแก็สปิกนิคแบบใช้กับแก็สกระป๋องมาด้วย พร้อมภาชนะทนร้อนพอสมควร
คู่แฝดลุกมาดูเสบียงที่พ่อเตรียมมาพากันเลือกสนุกสนาน
“พุทเอาโจ๊กไก่ แพรวล่ะ”
“เขาจะเอาด้วย เอาโอวัลตินด้วย”
“เอาอย่างเดียวสิ พุทยังเลือกอย่างเดียวเลย”
“ก็เขาอยากกินสองอันทำไมจะเอาสองอันไม่ได้”
“ไม่ต้องเถียงกันลูก กินกี่อย่างก็ได้แต่ต้องกินให้หมดเข้าใจไหมครับ” ธาดาสงบศึก ชายหนุ่มหันไปดูพิชชา