พ่อพาเที่ยว

1564 คำ
จากนั้นเขาพาพิชชาและเด็กๆ ไปทานอาหาร ในระหว่างที่พิชชาไปตักสลัดมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาทักชายหนุ่ม “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่” เธอมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพิชชา หน้าตายิ้มแย้มสดใส “อ้าว มายังไงเรา” ธาดาละสายตาจากลูกชายหญิงหันไปมองคนที่มาทัก พบว่าเป็นญาติผู้น้องของเขาเอง เมธิชาเป็นลูกของน้าที่เป็นน้องสาวแท้ๆ ของคุณเกตุวดี “มาทานอาหารกับเพื่อนค่ะ” เมธิชามองเด็กชายหญิงที่นั่งร่วมโต๊ะอย่างสนใจเป็นพิเศษ ปกติเธอไม่เห็นญาติผู้พี่จะสนิทกับเด็กคนไหนแบบนี้ “น้องพุท น้องแพรวสวัสดีอามีนก่อนครับลูก” ธาดาบอกเด็กๆ และแนะนำให้รู้จักกับน้องสาว “มีนนี่ลูกพี่ พุทกับแพรวเป็นฝาแฝด” เมธิชาตาโต เธอไม่เคยรู้เลยว่าญาติผู้พี่มีครอบครัวแล้ว หญิงสาวยิ้มให้เด็กๆ เอ็นดูหน้าตาน่ารักของทั้งคู่ “สวัสดีค่ะ พุทกับแพรวเหรอคะ น่ารักจัง” เมธิชารับไหว้หลานและถามธาดาต่อ “มีนไปทำงานต่างจังหวัดไม่เท่าไหร่ ไม่เห็นรู้เลยว่าพี่ใหญ่มีครอบครัวแล้ว แล้วแฟนพี่ล่ะคะ” “นั่นไง แม่เจ้าแฝดมาแล้ว” ธาดามองไปทางด้านหลังของญาติสาวเธอจึงหันตามไป เห็นผู้หญิงสวยจัด ผิวพรรณหน้าตาดีท่าทางมั่นใจในตัวเอง เป็นคนในแบบที่เมธิชาแปลกใจพอสมควร เธอคิดว่าธาดาชอบผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวานเสียอีก “พราวครับ นี่มีนน้องผม มีนเป็นลูกของน้าแท้ๆ ของผมเอง” พิชชายิ้มให้หญิงสาวที่ดูน่าจะวัยเดียวกับเธอ “สวัสดีค่ะคุณมีน ทานด้วยกันไหมคะ” “เรียกชื่อเฉยๆ ก็พอค่ะพี่พราว” เมธิชาเรียกเธอตามศักดิ์ที่หญิงสาวคิดว่าพิชชาเป็นพี่สะใภ้ “งั้นก็เรียกพราวเฉยๆ เหมือนกันก็ได้ค่ะ ไม่ต้องมีพี่หรอก” พิชชาพูดยิ้มๆ เธอขยับเก้าอี้ให้เมธิชานั่งด้วย “ไม่ได้ค่ะ พี่พราวเป็นพี่สะใภ้ต้องเรียกพี่ถูกแล้ว” พิชชาทำสีหน้าตกใจ เธอจะปฏิเสธแต่อีกฝ่ายพูดขึ้นมา “อุ๊ยเพื่อนมีนมาแล้ว ขอตัวก่อนนะคะพี่ใหญ่ พี่พราว อาไปแล้วค่ะเด็กๆ ไว้เจอกันใหม่” เมธิชารีบร้อนไปหาเพื่อนที่นัดไว้ พิชชาได้แต่อ้าปากค้างพูดไม่ทัน “กินเถอะคุณ จะได้รีบกลับไปพักผ่อนพรุ่งนี้เราต้องไปแต่เช้า” ธาดาเรียก บริกรนำอาหารที่สั่งไว้มาเสริฟจนครบชายหนุ่มเลื่อนจานสปาเกตตี้ให้ลูกทั้งสองคน พิชชาหันมามองเขาเห็นลูกเริ่มลงมือทานอาหารจึงไม่พูดอะไร เธอถอนใจกับตัวเองจิ้มฟักทองญี่ปุ่นย่างเข้าปากอย่างครุ่นคิด พี่สะใภ้! เธอเนี่ยนะ... ใครจะมีสามีเป็นเกย์แบบธาดากัน แล้วตานี่ก็เฉยเลยแทนที่จะบอกว่าน้องเข้าใจผิด หวังให้เธอมาช่วยปิดเรื่องนี้ล่ะสิ หญิงสาวคิดไปเรื่อยตามองมือขาวๆ ของธาดา นิ้วยาวเรียวหยิบโน่นหยิบนี่ส่งให้เด็กๆ จะว่าไปก็ใช่จริงๆ ธาดาดูมีลุคผู้ชายสำอาง ออกแนวลุคคุณชายยังไงยังงั้น ผิวขาวมากเธอคิดว่าในร่มผ้าเขาอาจจะขาวกว่าเธอก็เป็นได้ ผิวหน้าก็เนี้ยบเหมือนโบกด้วยเซรั่มรกแกะผสมหอยทากวันละร้อยรอบ เอ... เขาไปทำทรีตเมนต์ที่ไหน เธอกำลังหาที่ทำบิกินี่แว็กซ์พอดี “คุณเป็นอะไร มองหน้าแบบนี้มีอะไรติดบนหน้าผมรึเปล่า” ธาดาเห็นเธอมองเขาจริงจังจนเริ่มคิดว่าพิชชาเป็นอะไร “ปะ..เปล่า ฉันแค่สงสัยว่า” เธอพูดค้าง “ว่า..” ชายหนุ่มถามต่อเมื่อเธอเงียบไป แต่คำพูดประโยคต่อมาของเธอทำเขาแทบสำลัก “ฉันอยากรู้ว่าคุณใช้เครื่องสำอางอะไรบ้าง ไปทำทรีตเมนต์ผิวที่ไหน ทำปากชมพูที่ไหนงานเนี้ยบดีจังแนะนำฉันด้วยสิ” “คุณคิดอะไรของคุณอยู่” ธาดาถามเมื่อตั้งหลักได้ นี่พิชชาคิดว่าเขาเป็นเพื่อนสาวหรืออย่างไร “แหม...ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ ฉันเข้าใจนะถือว่าเราเป็นเพื่อนกันก็แล้วกัน เพื่อนมีอะไรดีๆ ก็ต้องแนะนำสิ” 'ใช่เลย เธอคิดว่าเขาเป็นแบบที่คิดจริงๆ' ธาดาคิดในใจ เขายืดตัวตรงเมื่อคิดอะไรบางอย่าง “จะบอกให้ก็ได้แต่ถึงผมบอกไปคุณก็อาจจะทำไม่ได้” ธาดาเปรย “ยังไงนะคะคุณใหญ่ มันแพงมากหรือว่าอะไร” พิชชาหยุดทาน ตามองเด็กๆ เห็นณพิชย์และพิชนันท์คุยกันตามประสาเด็ก เธอจึงหันมาคุยกับธาดาต่อ “ผมไม่ได้ไปทำที่ไหน ครอบครัวผมมีสูตรที่ตกทอดมาถ้าคุณสนใจผมจะทำให้” พิชชาตาโต “จริงเหรอคะ” “ฮื่อ... แต่หลังจากไปเขาใหญ่นะ อาทิตย์หน้าแล้วกันคุณพาเด็กๆ ไปค้างที่บ้านผม ผมจะให้แม่นมเตรียมของไว้ให้” “ได้ค่ะ...ก็ดีเนอะ พุทแพรวจะได้เจอคุณปู่คุณย่า ว่าแต่ใช้อะไรบ้างคุณจดมาก็ได้ค่ะเดี๋ยวฉันไปซื้อมาให้เอง” ธาดายิ้มนิดๆ “ไม่เป็นไรหรอก คุณไม่น่าจะหาได้มีแต่พวกของโบราณหายาก สูตรชาววังก็อย่างนี้ล่ะ แถมพวกดอกไม้ก็ใช้ของตลาดไม่ได้เพราะมันมีสารเคมีต้องใช้ของที่บ้านผมปลูกเอง” “ก็จริงเนอะงั้นฉันไม่เกรงใจนะคะ จะลงบุ๊คไว้เลยว่าวันหยุดหน้าไปค้างบ้านคุณ” พิชชาอารมณ์ดี ธาดามองคู่แฝดและหญิงสาวตรงหน้า เขารู้สึกว่าพิชชาเองก็ไม่ได้โตกว่าลูกสักเท่าไรหลอกง่ายพอๆ กัน แล้วอะไรที่ทำให้เธอคิดอยากมีลูกโดยที่ไม่แต่งงานแบบนี้ ################ วันรุ่งขึ้นธาดามารับครอบครัวของพิชชาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามแผนที่วางไว้ โดยที่มีพิมาลาและอัทธกานต์ไปด้วย คณะเดินทางประกอบด้วยรถยนต์สองคันคือของธาดาและอัทธกานต์ ฌานทำหน้าที่ขับรถให้ธาดาเหมือนเคย ใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงก็ถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และจุดที่จะไปกางเต๊นท์คือจุดกลางเต๊นท์ลำตะคอง เนื่องจากเป็นการมาแบบไม่ได้จองที่ธาดาจึงเลือกเวลาออกจากบ้านเร็วเพื่อให้มีที่กางเต๊นท์พอให้เลือกได้ “เราจะกางเต็นท์กันเลยเหรอฮะ” ณพิชย์ตื่นเต้นมาก เด็กชายมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ มีแต่ป่าทั้งนั้นเด็กชายคิด “ใช่ครับ กางเต็นท์ก่อนค่อยออกไปเที่ยวกัน” ฌานตอบ เขาขนสัมภาระและอุปกรณ์ลงจากรถ มีของบางส่วนที่ฝากรถของอัทธกานต์มา “เราจะนอนที่นี่เหรอคะแม่” พิชนันท์ถามมารดา “จ้ะ ก็แพรวบอกว่าอยากมานอนเต๊นท์นี่ลูก” พิชชามองสามหนุ่มช่วยกันกางเต๊นท์สามหลัง เพราะธาดาบอกว่าพวกเขาจะทำเองให้เธอดูลูกก็พอ “คืนนี้น่าจะหนาวนะพราว ถ้าฝนตกจะทำไง” พิมาลามองฟ้าเห็นมันครึ้มเหมือนฝนจะตก “ไม่เป็นไรครับ เต็นท์กันน้ำ” ธาดาตอบ เต๊นท์ที่เขาเลือกมาเป็นเต๊นท์กางอัตโนมัติแบบกันน้ำ หลังใหญ่สำหรับตัวเขาคู่แฝดและพิชชา ส่วนอีกสองหลังเป็นเต็นท์เล็กกว่าของพิมาลาและอัทธกานต์หนึ่งหลัง ของฌานอีกหนึ่งหลัง 'หรือว่าธาดากับฌานชอบพอกัน' พิชชาคิด เธอดูมาสักพักแล้วว่าเจ้านายลูกน้องคู่นี้สนิทสนมกัน ฌานเองก็ไม่ได้กลัวธาดาสักเท่าไรนัก 'ต้องใช่แน่ๆ หรือว่าคืนนี้คุณใหญ่จะนอนเต๊นท์เดียวกับฌาน' เธอคิดต่อแต่ก็ข้องใจเมื่อเต๊นท์ของฌานเป็นเต๊นท์เล็ก ผู้ชายตัวสูงขนาดนั้นนอนคนเดียวก็น่าจะเต็ม แล้วเขาจะไปเบียดกันยังไงไหว 'อากาศหนาว นอนเบียดกันสิดี' อีกใจนึงของเธอบอก หญิงสาวหัวเราะคิกคักจนพิมาลาสงสัย “มีอะไรเหรอพราว” “เปล่า.. ไม่มีอะไร” พิชชาปฏิเสธ พิมาลาจึงเปิดลังโฟมที่มีเครื่องดื่มแช่น้ำแข็งมา เธอส่งน้ำเย็นให้เด็กๆ เมื่อเห็นว่าเต๊นท์ถูกกางหมดแล้ว “เอาไปให้พ่อกับลุงฌานค่ะพุทแพรว” เด็กทั้งสองรับมาแล้วถือน้ำเย็นคนละขวดไปให้คนกางเต๊นท์ ส่วนพิชชาเธอเตรียมดูของว่ามีอะไรขาดเหลืออีกไหม เพราะธาดาบอกไว้ว่ากางเต๊นท์แล้วจะลงไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพื่อติดต่อจองรถของอุทยานไปส่องสัตว์ในตอนกลางคืน และมีร้านค้าเล็กๆ ร้านกาแฟที่ศูนย์นั้นด้วย พิมาลาถือน้ำไปให้อัทธกานต์ นายตำรวจหนุ่มที่ลางานมาเที่ยวรับน้ำพลางขอบคุณภรรยา “คืนนี้คุณใหญ่จะนอนเต็นท์เดียวกับเด็กๆ เหรอคะพี่อัท” เธอถามสามี “ใช่ เห็นเขาว่าพราวกับลูกไม่เคยนอนเต๊นท์เลยไม่อยากให้นอนกันเองสามคน” อัทธกานต์ตอบพิมาลาพยักหน้ารับ เธอเองก็เห็นด้วยกลางป่าแบบนี้คงไม่มีใครคิดทำอะไรไม่ดี
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม