ตอนที่ 5
คนตัวสูงไม่รอช้ารีบปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองและฝั่งเธอ มือใหญ่เอื้อมมาเลื่อนเบาะดันไปข้างหลังจนสุด จากนั้นปรับระดับเอนลงสุดเหมือนกัน ทำให้คนที่ยังไม่ตั้งตัวอย่างลูกพีชนอนราบไปกับที่นั่งข้างคนขับ เสือเคลื่อนไหวร่างกายขึ้นคร่อมคนตัวเล็กไว้
“ถอดอะไร หนูจะไปเรียนนะพี่เสือ”
ดึงกล่องโดนัทจากมือบางแล้วโยนทิ้งไปด้านข้าง เสือเลื่อนมือสองข้างบีบคลึงเต้าอวบอั๋นซึ่งเบียดเสียดด้านในเสื้อนักศึกษารัดรูปตัวนี้ ลูกพีชจับจ้องการกระทำของเขาทุกวินาทีอย่างไม่อาจเคลื่อนสายตา
“พี่เสือ นะ..หนูอยากไปเรียน อ๊ะ”
“ไปเรียนมันสนุกตรงไหน เอากับฉันสนุกกว่าเยอะ”
“ที่พี่มารับหนู เพราะเรื่องแบบนี้เหรอคะ”
เอ่ยเสียงใสถามคนตรงหน้า ความสนใจของเสือคือเรือนร่างนาฬิกาทรายมากกว่าคำถามที่ลูกพีชเอ่ยออกมาจากปากมือหยาบแกะกระดุมเสื้อนักศึกษาทีละเม็ดจนเผยให้เห็นหน้าอกอวบขาวที่อยู่ภายใต้บราเซียร์สีเนื้อ เมินเฉยต่อคำถามแล้วจึงโน้มใบหน้าแนบชิดกับเต้าสวยสองข้าง ดันบราเซียร์ลงให้พ้นทางก่อนจะบีบขยำอย่างมันมือ
“ขอชิมได้ไหม”
คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ว่าจบเสือก็โน้มใบหน้าลงไปครอบเต้าอวบข้างหนึ่ง อีกข้างไม่ปล่อยให้ทิ้งร้างยกมือขึ้นบีบคลึง สองตาหันมาสบตากันทำเอาหัวใจของหญิงสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าหวานแดงเปล่งปลั่ง ลิ้นร้อนดูดดึงยอดปทุมถันกำลังแข็งเป็นไตสลับกันสองข้างน้ำเหนียวสีใสเคลือบผิวกายผ่อง ร่างสูงพ่นลมหายใจรดต้นคอเมื่อเขาเลื่อนใบหน้าขึ้นมาใกล้ชิดตัวเล็กเม้มริมฝีปากกระจับเข้าหากันก่อนจะกัดปากล่างตัวเองสายตาหวานเยิ้มจากผู้ชายเบื้องหน้าทำเอาหัวใจระทวย
“ฉันไม่อยากเสียเวลา ขอไม่เล้าโลมแล้วกัน”
“แต่ว่า..”
“ไม่มีแต่ลูกพีช”
มือเดียวหยิบเครื่องป้องกันออกมาจากกระเป๋าก่อนจะฉีกซองด้วยปาก อีกข้างถอดกางเกงอย่างลวกๆ อาวุธคู่กายที่อยู่ภายใต้ร่มผ้าตอนแรกยามนี้มันได้ตื่นขึ้นมาตั้งลำเต็มที่แล้ว สองตามองไปทางอื่นไม่อยากเห็นการกระทำของเขาแต่ก็ต้องหันมาสนใจเพราะเสือกำลังรุกล้ำเข้ามาระหว่างเรียวขาอ่อน ลูกพีชจ้องมองแก่นกายความเป็นชายเต็มสองลูกตาอีกครั้ง จู่ๆ ความหวาดกลัวก็กดปุ่มทำงานลูกพีชพยายามปัดป้ายอีกฝ่ายอย่างขัดขืนความใหญ่โตตรงหน้าจะเข้ามาภายในตัวเธอได้อย่างไรกัน ยิ่งไร้การเล้าโลมจากคนตัวสูงความกลัวยิ่งทำให้เธอไม่กล้าเปิดใจ
“มันใหญ่เกินไป เอาเข้ามาไม่ได้หรอก ฮึก” เปล่งน้ำเสียงใสพร้อมส่ายศีรษะไปมาน้ำตาไหลคลอเบ้าเมื่อยังคงเห็นว่าเขาไม่หยุดการกระทำลง
“ไม่ลองแล้วจะรู้ไหม”
ชายหนุ่มดึงกางเกงในตัวจิ๋วลงให้พ้นอีกข้างถลกกระโปรงสีดำตัวสั้นขึ้นเหนือเอวคอด พยายามแทรกตัวเข้ามาระหว่างกลาง คนตัวเล็กหุบเรียวขาเข้าหากันบ่งบอกว่าเธอขัดขืนแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเขาได้ เสือสามารถสอดใส่ตัวตนเข้ามาภายในช่องทางรักได้เพียงนิด ความคับแน่นทำให้เขานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ลูกพีชน้ำตาไหลพรากทั้งเจ็บทั้งจุกมือบางขัดขืนดันหน้าอกแกร่งออกแต่ท้ายที่สุดก็ถูกรวบขึ้นเหนือหัวนั่นทำให้เธอไม่สามารถขยับร่างกายไปไหนได้
“พี่เสือ ฮึก หนูเจ็บ มันเจ็บเอาออกไปนะ! ฮือ”
“อย่างอแงลูกพีช อ๊า แม่ง!รัดแน่นเกิน”
สองคนหอบหายใจเข้าถี่ๆ เหงื่อผุดตามร่างกายแม้ภายในรถหรูคันนี้จะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ครั้งแรกของเธอที่มีสิ่งแปลกปลอมรุกล้ำเข้ามาด้านในไร้การเล้าโลมให้เคลิ้มตามทำเอาน้ำตาไหล เสือค่อยๆ ขยับร่างกายช้าๆ ให้เธอได้ปรับตัวจังหวะรักแสนเนิบนาบทำเอาคนตัวสูงหัวเสีย ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาดูดดึงเต้าอวบข้างหนึ่ง อีกข้างใช้มือบีบเคล้นเรียวลิ้นตวัดไปมาหยอกเย้ากับจุกสีแดงระเรื่อ
“เอาออกไปก่อนได้ไหม หนูจุกเหลือเกิน”
“อย่าร้องไห้ แค่เอากับฉันมันไม่ตายหรอก” ว่าจบก็กระแทกกระทั้นตัวตนเข้ามาจนสุดลำทำเอาตัวเล็กร่างกายสั่นคลอนไปตามแรง เขาไม่ได้อ่อนโยนกับเธอแม้แต่นิดเพียงแต่กระแทกเข้าออกเร็วและรัว เมื่อจังหวะบทรักแปรเปลี่ยนร่างสูงคำรามเสียงดังลั่น
“มันเจ็บ พี่ไม่ทำเบาๆ ฮื่อ”
“อ๊าา ตxดดีฉิบ ครั้งแรกของเธอเป็นของฉันแล้วนะ” กระซิบกระซาบข้างใบหู เขาโน้มตัวลงไปใกล้ชิดก่อนส่วนที่เชื่อมต่อกันจะค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น
สมองขาวโพลนความเจ็บปวดเล่นงานกายสาว เธอไม่รู้สึกดีเลยสักนิดดวงตากลมโตน้ำตาคลอก่อนจะเบือนหน้าหนีเล็กน้อย
“อ๊ะ อื้อ พี่เสือ”
“บีบฉันขนาดนี้ก็เสร็จสิลูกพีช”
กล่าวจบประโยคคนตัวโตเกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำกรามสีขาวขุ่นสู่เครื่องป้องกัน คนตัวเล็กตัวสั่นระริกปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาเช่นกัน ทันทีที่เสือถอดแก่นกายจากช่องทางรักเลือดสีแดงเถือกเปรอะเปื้อนถุงยางอนามัยเป็นคำตอบว่าครั้งแรกของหญิงสาวคือผู้ชายตรงหน้า เสือกระตุกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะจัดการตัวเองสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ขณะที่อีกคนนอนหอบหายใจอย่างอิดโรย
“พี่เสือ เลือดออก!” น้ำเสียงตกใจเอ่ยบอกต่อคนด้านข้าง หญิงสาวใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดสำรวจร่างกายของตัวเองช่องทางรักมีน้ำสีขาวปนเลือดไหลออกมามือบางหยิบทิชชูเช็ดทำความสะอาด ความหวาดกลัวทำให้เธอแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
“เลือดบริสุทธิ์ของเธอไง”
“หนูจะตายไหมคะ”
พูดจาประชดประชันใส่เสือ ขณะที่ใบหน้างามกำลังวุ่นอยู่กับการทำความสะอาดส่วนล่างจัดการเสื้อผ้าอาภรณ์ให้เรียบร้อยเหมือนเดิม ร่างบางเอนกายแนบไปกับเบาะนุ่มพร้อมกับหันหน้าไปมองอีกคน เขานิ่งเงียบรอให้เธอจัดการทุกอย่างแล้วเสร็จจากนั้นเปล่งน้ำเสียงทุ้มต่ำกับเธอ
“ฉันจะไปส่งที่มหาลัย”
“สภาพแบบนี้หนูไปเรียนไม่ไหวหรอกค่ะ ไปส่งหนูที่คอนโดดีกว่า”
“ไม่เรียนแล้ว”
“อยากนอนมากกว่า”
คนตัวเล็กทำหน้าออดอ้อนใส่เสือ แต่เขากลับมองมาด้วยท่าทีเย็นชาแล้วขับรถออกจากสถานที่แห่งนี้ ไม่ลืมที่จะจัดการค่าใช้จ่าย รถยนต์คันหรูแล่นบนท้องถนนอีกครั้งมุ่งตรงไปยังคอนโดของลูกพีช ซึ่งพึ่งขับออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนจากที่ตั้งใจจะเข้าเรียนอย่างทุกวันแต่กลายเป็นว่าเธอเหน็ดเหนื่อยเกินจะพยุงร่างกายไหว เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงลูกพีชได้กลับคอนโดสมใจก่อนจะโบกมือลาคนตัวสูง และกลับขึ้นห้องไปพักผ่อนเอาแรง เธอโน้มตัวลงนอนและหลับไปในไม่ช้า
เวลาผ่านไปห้าชั่วโมง
ฉันพยายามเปิดเปลือกตาหนักอึ้งมองไปยังรอบห้อง ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหนแล้วแต่ลมหายใจที่พ่นออกมาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว ก่อนจะยกมือขึ้นสำรวจร่างกายผิวขาวเนียนขึ้นรอยแดงเป็นจ้ำๆ สัมผัสบนหน้าผากร้อนรุ่มราวกับว่าร่างกายจะไม่สบายอย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลยฉันกลัวว่าจะต้องลาเรียนแล้วตามไม่ทันเพื่อน กลืนน้ำลายเหนียวลงคอพร้อมค่อยๆ ลุกขึ้นจากโซฟาพาตัวเองไปหาอะไรกินในห้องครัว
“มีข้าวกล่องอยู่ เอาเข้าไมโครเวฟดีกว่า” ว่าพลางจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย จากนั้นหยิบน้ำรินใส่แก้ว ตัวเล็กยกแก้วกระดกอย่างหิวกระหายเธอกลับมาถึงห้องก็ทิ้งตัวลงนอนไม่ทันจะได้ทำอะไรเลยแม้แต่เปลี่ยนเสื้อผ้า
รอไม่นานก็ได้ข้าวกล่องร้อนๆ ตักใส่ปาก เธอรู้สึกไม่ดีไม่ว่าจะทานอะไรลงคอก็ดูจะไม่เอร็ดอร่อยเหมือนแต่ก่อนการคาดเดาว่าตัวเองจะป่วยนั่นทำให้ลูกพีชมั่นใจขึ้นมาบ้าง สาวน้อยตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวจนหมดและตามหายาภายในห้องเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวและรู้สึกไม่สบายตัว ลูกพีชขยับเขยื้อนตัวเองเข้าห้องนอนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบางทีอาการเหล่านั้นอาจจะดีขึ้นบ้าง
ผ่านไปกว่าสิบนาทีตัวเล็กพาตัวเองมานั่งบนโซฟาอีกครั้ง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องโดนัทที่ถือติดมือมาตั้งแต่เมื่อเช้ากลัวคนซื้อให้จะเสียใจจึงหยิบขึ้นมาทานสักชิ้นสองชิ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำให้ลูกพีชหันไปสนใจคนที่มาใหม่ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครอยู่ด้านหลังประตูบานนั้นแม้จะพาตัวเองลุกขึ้นไปส่องตาแมวแต่กลับพบแต่ความว่างเปล่า เมื่อเกิดความสงสัยจึงต้องเปิดประตูออกไปดูและพบว่ากลุ่มเพื่อนๆ ของเธอรออยู่ด้านนอก
“เข้ามาก่อนสิ เข้ามาๆ เร็ว”
เดินนำเพื่อนเข้ามาภายในห้องของตัวเองและนั่งลงบนโซฟาก่อนคนแรก ฉันไม่รู้ว่าพวกมันมาทำไมที่ห้องนะเพราะมีแต่ถุงเงินกับนาย ไม่เห็นคนอื่นบอกว่าจะมาด้วย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะที่พวกมันเคยมาที่นี่เลยทำให้ดูคุ้นชินกับห้องจับจองที่นั่งอย่างสบายใจ มือข้างหนึ่งของฉันถือโดนัทที่ยังกินไม่หมด ดึงดูดความสนใจของนายให้แย่งโดนัทบนโต๊ะด้านหน้า
“ซื้อโดนัทมาเหรอ ขอชิมได้ไหม” นายเอ่ยขึ้น
“ไม่ได้ซื้อ มีคนซื้อให้”
“เดี๋ยวขิงขิงกับเพลงตามมาทีหลังนะ แวะซื้อของอยู่”
“แล้วมาห้องเราทำไมเหรอ มีอะไรหรือเปล่า”
เอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะเพื่อนโผล่หน้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวหรือไม่ได้บอกกล่าวก่อนจะมาเลย ฉันกำลังนั่งกินโดนัทอย่างสบายใจแท้ๆ แถมยังรู้สึกไม่ค่อยสบายอีกสงสัยคงได้หยุดเรียนจริงๆ ฉันไม่ใช่คนป่วยยากนานๆ ถึงจะมีอาการป่วยแต่ครั้งนี้มันไม่มีสาเหตุเลย
“ก็วันนี้แกไม่ไปเรียน แล้วอาจารย์สั่งงานเลยว่าจะมาทำที่นี่”
“ขิงขิงแวะซื้อของกินอยู่ เดี๋ยวก็ตามมา”
“วันนี้เราไม่ค่อยสบาย เลยไม่อยากไปเรียน” โกหกทั้งเพตอนแรกตั้งใจกะจะไปเรียนอยู่แล้วเชียว เพราะพี่เสือคนเดียวเลยทำให้เราขาดเรียน แต่โชคดีที่มีเพื่อนดีขนาดนี้รู้ว่าฉันไม่ไปเรียนก็ตามมาหาถึงห้องเพื่อที่จะได้ทำงานส่ง สาขาฉันดีหน่อยตรงที่ให้ส่งย้อนหลังได้ไม่อย่างนั้นนะอย่าหวังจะได้คะแนน ก็งานมันยากอาจารย์เลยให้เวลาทำนานพอสมควร
ก๊อก ก๊อก
เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง และเป็นถุงเงินลุกขึ้นไปเปิดเห็นว่าเป็นเพื่อนผู้หญิงอีกสองคนมาถึงแล้วพร้อมในมือถือข้าวของเต็มไม้เต็มมือ
“มาแล้วจ้า ของกินเยอะแยะเลย”
“งื้อ รักขิงขิงจัง ขอบคุณนะทุกคนที่ยังนึกถึงกัน”
“ดึงเศร้าอะไรเนี่ย ไปนั่งกินก่อน” เพลงคนที่มาด้วยเอ่ยพูดขึ้นบรรยากาศอบอุ่นในกลุ่มเพื่อนเกิดขึ้นอีกครั้งปกติแล้วพวกเขามักจะนัดกันจับกลุ่มทานข้าวหรือดูหนังอยู่บ่อยครั้ง ความสนิทสนมกันก็ตั้งแต่ตอนปีหนึ่งสมัยที่เข้าเรียนใหม่ๆ เวลามีอะไรก็มักจะนึกถึงเพื่อนๆ ก่อนเสมอการกระทำน่ารักๆ ทำให้หญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนไม่สบายผู้ชายสองคนก็ทำหน้าที่จัดอาหารใส่จานและนั่งล้อมวงสนทนา
****