| มินตรา |
“พะ…พี่จะให้หนูใส่ชุดนี้เหรอคะ ไม่เอานะคะ” ฉันยกชุดนอนเซ็กซี่นั่นขึ้นมา อีกมือชี้ไปที่ชุดนั่น ส่ายหน้าซ้ายขวาจนหัวโยก
“อ้าว ถ่ายหนังอาร์มันก็ต้องโป๊เปลือยเป็นธรรมดา” พี่ผู้ชายที่นั่งตรงกลางพูดขึ้นมา
“อ้าว ก็ไหนเจ๊มาลีบอกว่ามีละครอยากได้ตัวประกอบ เขาให้หนูมาแคสต์เป็นตัวประกอบ ไม่เห็นเจ๊แกบอกเลยว่าเป็นหนังอาร์”
“อ้อ…เข้าใจละ งั้นห้องฝั่งตรงข้ามเลยจ้ะ หนูมาผิดห้องแล้ว ฮ่าๆๆๆ” พี่ผู้หญิงพูดพลางหัวเราะ “วันนี้มาผิดห้องกันสองสามคนแล้ว”
โอเค…ฉันผิดเอง เมื่อกี้คงตื่นเต้นมากเกินไปจนหลงซ้ายหลงขวา กระทั่งเดินเข้ามาผิดห้อง ฉันจึงยกมือไหว้ขอโทษขอโพยพวกพี่ๆ เขา เอาชุดนอนสีดำนั่นวางคืนให้ตรงเก้าอี้ ก่อนลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไป
“แต่พี่ชอบเราจริงๆ นะ ถ้าได้น้องมาเป็นนางเอก หนังพี่ต้องขายดีมากแน่ๆ รูปร่างหน้าตาแบบนี้ยิ่งไม่ค่อยมีด้วยสิ ยังไงถ้าสนใจก็ติดต่อมานะครับ” พี่ผู้ชายคนเดิมพูดพลางยื่นนามบัตรมาให้ ก่อนฉันจะรับเอาไว้ ยิ้มแหยงๆ กลับไป แล้วรีบเดินออกมาทันที
โอ๊ย...ไอ้มินตราเอ๊ย!! อยากเขกหัวตัวเองสักร้อยที เกือบไปแล้ว เกือบได้เป็นนางเอกหนังอาร์แล้วมั้ยล่ะ ฉันก่นด่าตัวเองขณะเดินออกจากห้อง ปิดประตูปุ๊บก็เอานามบัตรที่ได้ทิ้งลงตรงถังขยะที่ตั้งอยู่ตรงทางเดินทันที แต่พอกำลังจะเคาะประตูบานที่อยู่ตรงข้ามกับห้องเมื่อกี้ ประตูบานตรงหน้ากลับเปิดออก พร้อมกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่พากันเดินกรูออกมา
“พี่คะ ห้องนี้คือห้องที่แคสติ้งตัวประกอบละครใช่มั้ยคะ” ฉันสะกิดหนึ่งในกลุ่มชายหญิงที่กำลังจะเดินลงบันได โพล่งถามเขาทันที
“ใช่ครับน้อง แต่เขาแคสต์กันเสร็จแล้ว ได้คนครบแล้ว” เขาพูดพร้อมชูแผ่นกระดาษรายชื่อในมือ
“อะ…อ้าว ได้ครบแล้วเหรอคะ”
“ครบแล้วจ้า น้องคนนั้นเป็นคนสุดท้ายที่ได้งานไป” พี่ที่ถูกฉันถามชี้มือไปที่ผู้หญิงหุ่นยาวเข่าดีที่กำลังเดินลงบันได
“แต่หนูยังไม่ได้แคสต์เลยนะคะพี่”
“น้องมาสายไปครับ เอ่อ...ยังไงไว้มาแคสต์ใหม่เรื่องหน้าละกันเนอะ” พี่ผู้ชายออกแนวเก้งกวางคนนั้นพูดปลอบใจ ก่อนฉันจะยิ้มและบอกขอบคุณเขา
เฮ้อ…นั่นไงล่ะ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ตอนนี้ฉันคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินคอตกลงบันไดกลับหอพักไปนอน วันนี้เสียพลังงานมามากพอแล้ว
“อ้อ…น้องครับ จริงๆ มันมีงานถ่ายแบบนะ แต่เป็นแนวถ่ายชุดชั้นใน ชุดบิกินี เห็นเขาหาผู้หญิงไซซ์เล็กๆ แบบน้องอยู่ ถ้าสนใจเดี๋ยวพี่เอาเบอร์ให้ ลองโทรไปถามเขาดูว่าได้คนรึยัง”
เอาวะ…ไอ้มิน กำขี้ดีกว่ากำตด อาจจะเป็นงานร้านขายชุดบิกินีก็ได้ ฉันคิดแบบบวกสุดๆ ยิ่งกว่าวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ซะอีก
“แล้วค่าจ้างล่ะคะ ได้เยอะมั้ย ตอนนี้หนูร้อนเงินมากเลยพี่” ฉันบอกเขาไปตามตรง
“ก็ได้หลายพันอยู่แหละ อะเบอร์โทร เอาเบอร์เขาไป” พี่คนนี้ว่าพลางยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้า เพื่อให้ฉันบันทึกเบอร์ที่ขึ้นโชว์ในมือถือเขา
“พี่เขาชื่อ ‘ของขวัญ’ นะ ยังไงน้องลองโทรหาเขาดูละกัน พี่ช่วยได้แค่นี้แหละ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่” ฉันทั้งพูดขอบคุณ ทั้งยกมือไหว้เขาปลกๆ ด้วยความดีใจ
พระเจ้ามาโปรด…ในทางเดินที่มืดมิด ยังมีแสงไฟเล็กๆ ส่องให้เห็นทางสว่าง เหมือนมีเทพบุตรจากสรวงสวรรค์ลงมาโปรด
เมื่อพี่คนนั้นเดินไปลับตา ฉันรีบเดินเข้าห้องน้ำ ยกมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรหาคนที่ชื่อของขวัญทันที แต่ค่อนข้างนานกว่าปลายสายจะกดรับ
“เอ่อ...สวัสดีค่ะพี่ของขวัญ”
[สวัสดีค่ะ ใครคะเนี่ย]
“หนูชื่อมินนะคะ คือมีคนที่โมเดลลิ่งบอกว่าพี่หานางแบบชุดบิกินีที่ตัวเล็กๆ เหรอคะ”
[อ้อ ใช่จ้ะ]
“คือหนูสนใจค่ะ เอาตรงๆ คือหนูร้อนเงินมากค่ะพี่ เอ่อ...งานนี้หนูต้องส่งรูปตัวเอง หรือต้องส่งประวัติอะไรให้ดูก่อนมั้ยคะ”
[ถ้างั้นน้องส่งประวัติ แล้วก็รูปถ่ายมาให้พี่หน่อยนะคะ แอดไลน์เบอร์นี้แล้วทักมาน้า]
เอาแล้วไง...ฉันเห็นเงินลอยอยู่ลิบๆ ตรงโน้นแล้ว ถ้าเป็นแค่นางแบบถ่ายบิกินี แบบนั้นน่ะสบายมาก แหม...ฉันเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ ร้านฉันไม่ได้มีเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิง พวกบิกินีก็มีขาย และฉันนี่แหละที่เป็นทั้งแม่ค้า แล้วก็เป็นทั้งนางแบบของร้านด้วย แค่โชว์หุ่น ไม่ได้โชว์หน้าซะหน่อย
หลังจากวางสาย ฉันรีบส่งรูปที่เคยส่งให้เจ๊มาลี ส่งต่อให้กับพี่ของขวัญทันที แต่ครั้งนี้ฉันเพิ่มรูปที่ฉันเคยถ่ายตัวเองใส่บิกินีไปให้เธอดูด้วย และไม่ถึงห้านาที เธอก็โทรกลับมาหาทันที
ปลายสายขอให้ฉันเข้าไปที่สตูดิโอแถบชานเมืองในช่วงเย็น เพราะงานนี้เป็นงานเร่ง ลูกค้าต้องการใช้งานด่วน เธอบอกว่าฉันคือนางแบบไซซ์เล็กที่เธอตามหามานาน
ไอ้มินเอ๊ย...แต้มบุญยังเหลือเว้ย ฉันเจองานง่ายๆ ได้เงินดีๆ เข้าแล้ว งานแบบนี้ มีเหรอที่ฉันจะไม่รีบตะครุบไว้ รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปอีกแน่นอน!!
โปรดติดตามตอนต่อไป
ฟู่ววว...โธ่เอ๊ย ที่แท้ก็เข้าผิดห้อง เกือบไปแล้วลูก 55555