6
- ชายคิ้วบาก –
เอ็ดเวิร์ดพาแพรวมาถึงถิ่นของพวกเขา ซึ่งเป็นฐานจุดศูนย์รวมการนัดพบของของกลุ่มอิทธิพลของสามตระกูลใหญ่รวมกัน และตอนนี้ตกทอดมาสู่ยุคของทายาทอย่างรุ่นใหม่ ซึ่งประกอบกันไปด้วยสามคน อย่างเอ็ดเวิร์ด เจเดนและมาตินนั้นเอง
พื้นที่โดยรอบถูกล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดถืออาวุธ ทำเอาแพรวที่เคยเห็นอันธพาลทั่วไปตามเมืองนั้นคือมาเฟีย แต่มันไม่ใช่เลยพวกนั้นก็แค่กุ๊ยตามถนนเท่านั้น คำว่ามาเฟียจริง ๆ มันยิ่งใหญ่มากไปกว่านั้นจริง ๆ และคิดไม่ถึงว่าตระกูลของตายายของเธอจะมีอิทธิพลมากมายขนาดนี้
รถของเอ็ดเวิร์ดเข้าไปในฐานโดยง่าย เมื่อรถจอดก็มีลูกน้องมากมายตั้งแถวรับ
“ยินดีต้อนรับครับ นายท่านครับ” ทุกคนโค้งคำนับกล่าวอย่างเคย แต่เมื่อเห็นแพรวลงจากรถมาด้วยกลับสร้างความงุนงงต่อพวกเขาเพราะฐานลับแห่งนี้มีกฎห้ามผู้หญิงเข้า ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงเข้ามา
“ท่านครับ คนนี้คือ...”
“หลานกู ต่อจากนี้ให้ความเคารพเธอด้วย”
“ครับ” พวกเขาเหล่านั้นขานรับ ก่อนจะหันหน้าไปทางแพรวซึ่งตอนนี้เธอเองก็ยืนตัวแข็งทื่อไม่ต่างกัน “ยินดีตอนรับครับ คุณหนู”
“คะ?...ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากก็ได้ค่ะ”
“พวกมึงพากูไปหาคนบาดเจ็บ หลานกูจะรักษาให้”
“ครับ”
เมื่อเข้ามาถึงด้านใน แพรวก็ถึงกับตกใจ เพราะมีคนบาดเจ็บไม่น้อยเลยจนเธอเท้าสะเอวหันไปค้อนใส่อาตัวเอง
“อาคะ นี่มันอะไรกันทำไมไม่พาไปโรงพยาบาล”
“ก็พวกมันไม่ไป”
“ไม่ไป ???”
“พวกมันบอกเสียศักดิ์ศรี”
“เหี้ยอะไรเนี่ย” แพรวสถบหยาบออกมาจน เอ็ดเวิร์ด กับมาตินที่เดินเข้ามาพอดีถึงกับสะดุ้ง อย่างเอ็ดเวิร์ดเองถึงจะรู้ว่าแม้แพรวจะก๋ากั่นแค่ไหนแต่ไม่เคยที่จะพูดหยาบเลยสักครั้ง แถมมักจะอ้อนเขาเสมอ
แพรวเองก็รู้ตัวว่าทำตัวหยาบคาย แต่เมื่อเธอมองในมุมของการเป็นหมอแล้วมันอดไม่ได้จริง ๆ
“ใจเย็น ๆ พวกมันทำตามที่หัวหน้ามันสั่ง”
“แล้วไม่ใช่อาเหรอคะที่เป็นหัวหน้า”
“มันก็ใช่ แต่พวกนี้มันอยู่ภายในการดูแลของเจเดนมัน”
“...” แพรวถึงกับขมวดคิ้วกอดอก เครียด
“พวกมาเฟียนี่รักศักดิ์ศรีจนสร้างความลำบากให้หมอรึไง กะจะเอาปางตายแล้วค่อยมางั้นเหรอ” เธอสถบพูดออกมาเป็นภาษาบ้านเกิด ซึ่งคนอื่น ๆ คงฟังไม่ออกนอกจากเอ็ดเวิร์ด
“ใจเย็นแพรว ตอนอาเห็นอาก็รีบเรียกเรามานี่ไง รีบช่วยพวกมันก่อน”
“ค่ะ...ค่ะ” แพรวรับคำก่อนจะค่อย ๆ ทำแผลให้แต่ล่ะคน แม้ตอนนี้ร่างกายเธอจะเหนื่อยสุด ๆ แทบไม่ได้นอนเท่าที่ควร แต่เมื่อมีคนบาดเจ็บมา เธอก็ไม่สามารถทิ้งพวกเขาได้จริง ๆ เพราะจรรยาบรรณของเธอ
กว่าจะเคลียร์ตรงนี้เสร็จเธอก็แทบจะหมดแรง นั่งลงโซฟาด้วยร่างที่เบาหวิว แต่แล้วอาของเธอก็เอ่ยขึ้น
“แพรวเหลืออีกคน”
“ห๊า...ยังมีอีกเหรอคะ”
“อืม แต่คนนี้ยากหน่อย มันเป็นหมาบ้าด้วย มันไม่ยอมให้ใครรักษา” อาของเธอทำหน้าตาร้องขอ แต่มาตินก็ขัดมาก่อน
“ไอ้เอ็ด มันจะยอมเหรอวะ แค่หมอผู้ชายมันยังไม่ไป แล้วผู้หญิงมันจะให้ใกล้ระยะ สิบเมตรรึไง” พวกเขาสนทนากัน แต่นั่นก็ทำให้แพรวพอจับใจความได้ ‘ไม่ใกล้ผู้หญิง หรือว่า...’
“พี่เจเดน???” แพรวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิงถาม ทำให้เอ็ดเวิร์ดและมาตินหันมาพร้อมกันก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ อย่างพร้อมเพรียง
“แล้วพี่เขาอยู่ไหนค่ะ
“ในห้องรับรองนอนซมอยู่ในนั่นคนเดียว ให้ตายเถอะมันทำหน้าที่เสี่ยงตายขนาดนั้น ยังมั่นหน้าไปถล่มคู่อริกับคนจำนวนนั้น รอบนี้ได้แผลลึกอีกต่างหาก”
“อารีบพาแพรวไปดีกว่าค่ะ”
“งั้นตามอามา” เอ็ดเวิร์ดเดินนำแพรวที่ถือกล่องพยาบาล ก่อนจะเคาะประตูสองสามทีแล้วเปิดประตูเข้าไป
“ไอ้เจเกูพาหมอมา” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้น ทันใดนั้นเสียงทุ้มต่ำกว่าแหบพร่าก็สถบหยาบส่วนออกมา
“กูบอกไม่ต้องไง มึงเสือกจังวะ ไอ้เอ็ด” แต่แทนที่เอ็ดเวิร์ดจะสวนกลับกลับเป็นแพรวเองที่ทนดูภาพของเจเดนไม่ไหว ตามตัวมีรอยแผลถลอกรอยช้ำที่ใบหน้า แต่ที่ดูสาหัสสุดจะเป็นรอยบากที่คิ้วราวกับถูกมีดกรีดจนเลือดเขรอะ ขืนปล่อยไว้คงไม่ดีแน่ และคนไข้ที่เธอเกลียดที่สุดก็ประเภทอวดเก่งทั้งที่สภาพปางตายแบบนี้
“สภาพพี่เจเดนแบบนี้ ยังอวดดีได้อยู่เหรอคะ” เสียงใสแต่แฝงด้วยความแข็งกร้าวขั้นสุดทำให้คนที่นอนอยู่ถึงกับลุกทำตาเข้มมามองก่อนจะเบือนหน้าหนี แพรววางกล่องปฐมพยาบาล ไว้ตรงโต๊ะกลาง ก่อนจะนั่งโซฟาถัดไปจากเจเดนไม่ไกลนัก นั่งไขว้ห้างกอดอกมองตาแข็งสู้เจเดนที่มีท่าที่ขึงขัง
“นี่มันอะไรกันวะ” เจเดนเบือนหน้าไปสถบเอ็ดเวิร์ด
“ก็ให้แพรวมารักษาให้ไง หลานกูเรียนหมอ ในเมื่อมึงไม่ไว้ใจใคร แต่หลานกูมึงคงไม่ปฏิเสธนะเว้ย สภาพมึงเป็นแบบนี้ แล้วความน่าเชื่อถือแก๊งเราจะเป็นไงวะ ไอ้เจ” เอ็ดเวิร์ดตะคอกสวนทันที
“มึงยุ่งไม่เข้าเรื่อง ไอ้เอ็ด”
“มึงนั่นแหละ ที่ทำตัวน่ารำคาญ”
แพรวที่เห็นท่าไม่ดี แล้วก็หงุดหงิดที่ผู้ใหญ่ตีกันเหมือนเด็กจนเธอทนไม่ไหว ยืนขึ้นยื่นมือห้ามปรามพร้อมเสียงเล็กที่แผดเสียงทำเอาคนฟังชะงักมอง
“หยุดเถียงกันเป็นเด็ก ๆ ได้แล้วค่ะ อาเอ็ดวเวิร์ดคะ อาช่วยออกไปทีและก็ห้ามไม่ให้คนอื่นเข้ามาแม้แต่อาเอง ที่เหลือแพรวจัดการเองค่ะ” เอ็ดเวิร์ดได้ฟังแบบนั้นก็ทำหน้าฟึดฟัด แต่สุดท้ายก็ยอมออกไปปิดประตูดังปัง!!!
เมื่อเห็นอาตัวเองออกไปแล้วเธอก็หันไปมองคนหน้าคมเข้มที่ตอนนี้นั่งตัวตรงยกเท้าข้างหนึ่งก่ายหน้าขาตัวเองอีกข้าง มือก็พาดไปตามพนักพิงโซฟา แถมยังเงยหน้ามองเพดานเพื่อเบี่ยงสายตาไม่มองเธอ แพรวที่เห็นแบบนั้น ก็ถอนหายใจแรงก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงข้าง ๆ เขา
“พี่เจเดนช่วยนั่งดี ๆ ทีค่ะแพรวจะทำแผลให้”
“ไม่จำเป็น...” เสียงเข้มตอบแต่ก็ยังไม่มองหน้า
“ต้องทำแผลค่ะ ไม่งั้นมันจะติดเชื้อ ไม่ก็ เป็นแผลใหญ่ได้”
“ช่างมันดิ...” จากที่แพรวนั่งนิ่ง ๆ อยากค่อย ๆ พูดดี ๆ แต่เมื่อคนตรงหน้าไม่ให้ความร่วมมือเธอจึงต้องใช้ไม้แข็งที่ดูไม่สำรวมสักเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบเข้าใกล้ผู้หญิงแล้วล่ะก็ มันก็ต้องนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์นะสิ
เธอเข้าไปนั่งประชิดตัวจนเขาสะดุ้งแต่ไม่ทันได้ขยับไปไหน สองมือเล็กก็กุมใบหน้าคมเข้มนั้นให้หันมองมาหาเธอ นัยน์สีหวานนั้นจ้องเขาพร้อมกับมองไปทั่วไปหน้านั้น
“พี่เจเดนช่วยให้ความร่วมมือเถอะค่ะ นอนลงแล้วก็หลับตาแพรวจะเย็บแผล แพรวไม่อยากให้หน้าหล่อ ๆ ที่ตรงสเปกแพรวขนาดนี้ต้องมีรอยไปมากกว่านี้”