บทที่ 6
ร่างกายกำยำสวมเสื้อยืดสีขาว กลุ่มผมดำขับดวงหน้าหล่อเหลาเอาการขณะที่สองตาจดจ้องอยู่กับหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ ส่วนคนตัวเล็กนั่งลงขัดสมาธิกับพรมสีดำด้านล่าง ท่อนแขนเรียวยกกระป๋องเครื่องดื่มมึนเมาเข้าปาก บรรยากาศมืดสลัวกับแสงสีขาวจากจอกระทบดวงหน้าฉากรักโรแมนติกของตัวเอกกำลังจูบอย่างดูดดื่มทำเอาสองคนหัวใจร้อนรุ่ม พวงแก้มเนียนสองข้างขึ้นสีแดงก่ำเห็นได้ชัดมือข้างหนึ่งกระดกน้ำเมาเข้าปากแทน
“นาเนีย” เอ่ยเรียกร่างเล็กแต่อวบอิ่มแผ่วเบา สัมผัสลมหายใจร้อนเป่ากระทบข้างใบหู หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามแทบจะหลุดออกจากทรวงอก
“จูบฉันสิพระราม”
“…”
หันหน้าเข้าหาอีกคนก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจาบอกเขา ความเงียบเป็นคำตอบพระรามไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแต่ก้มหน้าลงมาใกล้ ดวงตาคมกล้าฉายแววปรารถนาผู้หญิงคนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกรักใคร่ สัมผัสลมหายใจอุ่นๆ ตรงแก้มก่อนจะประกบริมฝีปากหนาเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอ่อนโยน
คนตัวสูงดูดเม้มริมฝีปากล่างฝ่ามือหนาโอบกอดเอวบางดึงเรียวแขนคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งบนตักแกร่ง ขณะที่ใบหน้าสองคนยังแนบชิดสนิทมือเดียวสัมผัสหน้าหวานออกแรงถูแก้มเนียนเบามือเห็นว่าเธอจูบตอบดีเขาจึงเพิ่มความหนักแน่นขึ้น ลากลิ้นผ่านริมฝีปากล่างแผ่วเบาจากนั้นปลายลิ้นร้อนขยับเข้าไปในโพรงปากนุ่มตวัดเกี่ยวพันไปมาควานหาความหวานรสชาติของเบียร์คละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก
มือบอบบางวางขนาบกับไหล่คนตัวโตราวกับถูกกลืนกินลมหายใจ นาเนียออกแรงทุบลงบนแผงอกแกร่งประท้วงหาอากาศบริสุทธิ์ ทันทีทันใดที่พระรามถอนจูบออกเธอกวาดต้อนอากาศรอบกายสูดหายใจเข้าลึกๆ
“แฮ่กๆ ฉันเกือบตาย”
“เนียปากหวานจังครับ อยากจูบอีก”
“พอก่อน ใจเย็นสิพระราม” อุ้งมือบางออกแรงดันแผงอกแกร่งคนตัวสูงไว้เสียก่อน เมื่อเห็นว่าพระรามโน้มใบหน้าเข้าใกล้ชิด
“เนียครับช่วยหน่อยสิ จะใช้มือหรือใช้ปากเธอก็ได้”
เปล่งน้ำเสียงออดอ้อนคนตัวเล็กที่นั่งคร่อมตักแกร่ง มือสองข้างเอื้อมมาจับดวงหน้าเกลี้ยงเกลาแววตาทั้งคู่ประสานกันกลมเกลียว ยามนี้หัวใจกลับเต้นแรงระทึกแทบจะหลุดออกมาจากอกด้านซ้าย ยอมรับว่าผู้หญิงตรงหน้าสวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์พระรามเหมือนตกอยู่ในภวังค์ความหลงใหล
“นายต้องทำให้มีอารมณ์ก่อนไม่ใช่เหรอ”
“ตอนนี้ก็มีแล้วครับ อยากเอาเธอใจจะขาด”
“ดูชำนาญจังนะเรื่องแบบนี้” ตัวเล็กเชิดปากตอบอย่างแง่งอน นี่เธอจะหึงเขาอยู่หรือเปล่าพวงแก้มแดงเปล่งปลั่งเห็นได้ชัด ทำเอาพระรามแอบอมยิ้มตามไม่ได้
“ไม่มีเลยครับ อดมาหลายปีเพราะรอเธอ”
“งั้นนายก็อดไปก่อนแล้วกัน วันนี้ฉันเมื่อยขาแล้วสิ”
ว่าพลางลูบไล้หน้าท้องแกร่ง คนตัวเล็กเอียงใบหน้าเล็กน้อยเธอโน้มลงไปใกล้ชิดก่อนจะประกบริมฝีปากเข้าหาริมฝีปากหนา กลีบปากเผยอจากกันทำให้คนตัวสูงสอดลิ้นร้อนเข้ามาด้านในขยับล้อเรียวลิ้นของเธอตวัดไปมาในโพรงปากนุ่ม มือหนาลูบไล้ขาอ่อนถลกกระโปรงตัวสั้นขึ้น ปล่อยตัวเผลอไผลไปกับรสจูบแสนหวาน จากนั้นคนตัวเล็กจึงถอนจูบใบหน้าทั้งคู่ยังคงแนบชิดสนิท
“เธอจะไม่ช่วยกันจริงๆ เหรอ”
“ถ้าฉันใช้ปากช่วย แลกกับการที่นายนวดขาให้สนใจไหม”
“เอาครับ เดี๋ยวจะนวดให้ทั้งตัวเลย”
พยักหน้าตอบกลับตัวเล็ก รอยยิ้มยั่วยวนปรากฏบนใบหน้านาเนียคุกเข่าลงพลางมือบอบบางดึงกางเกงขายาวคนตัวสูงลงให้พ้นทางเจ้าโลกแข็งขึงขึ้นมาเมื่อได้รับการสัมผัสจากหญิงสาว ดวงตากลมโตสีดำสนิทเบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจขนาดไซซ์ที่ใหญ่เกินมาตรฐานมาก คนตัวเล็กวางมือลูบไล้แก่นกายความเป็นชายทำเอาเจ้าของร่างนิ่วหน้าเล็กน้อย
“อ๊า เนียครับดูรู้งานจัง”
“ขนาดนี้เลยเหรอ”
“ครับ เนียไม่ชอบเหรอ”
“ชอบ น่าอิจฉาแฟนนายเนอะ”
“ใครเขาอิจฉาตัวเองกัน”
เอ่ยวาจาตอบพลางยกฝ่ามือลูบใบหน้างาม มือขาวซีดสาวรูดแก่นกายความเป็นชายตรงหน้าแค่เห็นภาพเธอกำลังใช้มือช่วยผม อารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเรื่องแบบนี้ก็เป็นปกติแต่ไม่เคยมีใครใช้ปากกับลูกชายผมเลยปล่อยตัวไปบ้างเพื่อหาประสบการณ์แต่ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่านาเนียจะดูเป็นงานมากขนาดนี้
หญิงสาวก้มหน้าลงมาก่อนจะใช้ปลายลิ้นแตะลงบนเจ้าโลกขนาดเกินมาตรฐาน ทำเอาคนตัวสูงนิ่วหน้าพระรามอ้าปากค้างพร้อมกับเปล่งเสียงในลำคอ
“อื้ม เนียเก่งจังครับ”
ริมฝีปากรูปกระจับอ้าออกจากกันรับความใหญ่โตเบื้องหน้าเข้าไปในโพรงปาก ความคับแน่นด้านในทำให้นาเนียแทบหายใจไม่ออก มือแกร่งออกแรงกดศีรษะคนตัวเล็กลงไปจนสุด ดวงตาสองข้างเอ่อล้นด้วยน้ำสีใสกลืนกินแก่นกายความเป็นชาย แต่กลับสร้างความรู้สึกดีให้อีกคนเป็นอย่างมาก
“อ๊า แบบนั้นแหละดีมากครับ” หญิงสาวละหน้าออกจากเจ้าโลกขนาดใหญ่ พลางใช้มือบางสาวรูดขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ สร้างความพึงพอใจแก่เขาจนพระรามต้องโน้มหน้าลงมาประจูบกับเธออีกครั้ง
สองสิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันไปมาด้านในโพรงปาก มือเดียวประคองศีรษะคนตัวเล็กทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่มนานสองนานเขาจึงผละหน้าออก นาเนียหอบหายใจเข้าลึกๆ ราวกับว่าถูกกลืนกินอากาศหายใจ สายตายั่วยวนคู่นั้นช้อนขึ้นมามองชายหนุ่มตรงหน้าริมฝีปากล่างเผยอจากกันเล็กน้อย ขณะเดียวกันมือบอบบางยังคงรูดขึ้นลงกับแก่นกายความเป็นชาย
“อึก หนูไม่ไหว” คนตัวเล็กเปล่งน้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยบอกพระราม สรรพนามที่ใช้แทนตัวเองก็เปลี่ยนตามด้วย
“เธอไม่ไหวแล้วเหรอครับ อีกนิดนะครับพี่ใกล้เสร็จแล้ว”
ว่าจบมือหนากดศีรษะของนาเนียลงริมฝีปากบางแยกจากกันอ้ารับความใหญ่โตเข้าไปในโพรงปากนุ่ม ตัวเล็กผงกหัวขึ้นลงตามชายหนุ่มจากจังหวะเชื่องช้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้น พระรามเปล่งเสียงร้องดังลั่นห้องเมื่อเห็นว่าขอบสวรรค์อยู่ร่ำไร
“อ๊า เนียครับอีกนิดเดียว”
นาเนียสร้างความเสียวซ่านให้คนตัวสูงทำเอาเขาขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ฝ่ามือลูบไล้ศีรษะคล้ายกับเอ็นดู
“แค่กๆ อึก” ไม่นานร่างกายของชายหนุ่มเกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นพุ่งเข้าไปในโพรงปาก นาเนียถึงกับสำลักคนตัวเล็กกลืนมันลงคอจนหมดทุกหยด จากนั้นพระรามดึงทิชชูเช็ดรอบริมฝีปากอวบอิ่ม
“เธอกลืนหมดเลยเหรอ”
“อือ ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”
จบประโยคนาเนียไม่รอช้าเธอเคลื่อนจากท่านั่งลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำดั่งใจหวัง คนที่นั่งอยู่ที่เก่าทำได้เพียงทำความสะอาดร่างกายและจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา พระรามนั่งรอเธอออกมาจากห้องน้ำพลางทอดสายตามองจอทีวีเบื้องหน้า
“เนียครับ เอาขาขึ้นมาสิ” นาเนียเดินมานั่งลงด้านข้างผมไม่รอช้าเปิดปากบอกให้เธอยกขาขึ้นมาเพื่อทำตามข้อเสนอที่เธอพูดไว้แต่แรก แต่ดูเหมือนว่าตัวเล็กจะนิ่งไปสักพัก
“พระรามคือว่า..”
“ว่าอะไรครับ”
“นายคิดว่าตัวเองมีอารมณ์อยู่คนเดียวรึไง!”
กลีบปากอิ่มเชิดหน้าตอบอย่างแง่งอน เรียวแขนสองข้างยกขึ้นกอดอกไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมผู้ชายตัวสูงเบื้องหน้าถึงมีอิทธิพลต่ออารมณ์มากถึงขนาดนี้ พระรามเขยิบร่างกายเข้ามาใกล้โอบกอดเอวคอดพลางซุกซบใบหน้ากับลำคอขาว
“ยกขาขึ้นสิครับคนดี เดี๋ยวพี่ช่วย”
“ไม่เอา ฉันจะกลับ”
“กว่าจะกลับไปถึงคอนโด เธอคงหมดอารมณ์ก่อน”
“ก็ดีกว่าอยู่กับคนอย่างนาย”
“ดีกว่าตรงไหนครับ อยู่กับผมอย่างน้อยเราได้เอากันนะ”
“เนี่ย ก็เป็นซะอย่างเนี่ยจะเอาอย่างเดียว”
คนตัวเล็กออกแรงดันหน้าอกแกร่งห่างจากตัวเอง ยอมรับนะครับว่าเวลาผมอยู่กับนาเนียแล้วคิดแต่เรื่องอย่างว่า ไม่รู้สิผมแทบจะไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นมานานเป็นปีแล้ว แต่ก่อนอาจจะทำงานหนักแต่หลังจากเจอเธอลูกชายผมมันก็ตื่นตัวตลอดเวลา
“เนียไม่อยากอยู่ด้วยกันเหรอครับ”
“อยู่ด้วยก็เสียตัวน่ะสิ ไม่เอาฉันจะกลับ”
“สัญญาจะไม่ทำอะไรเธอครับ ถ้าเธอยังไม่พร้อม”
“วันจันทร์นายว่างหรือเปล่า”
“วันจันทร์เหรอครับ ว่างสิ” จริงๆ วันจันทร์ผมต้องเข้าบริษัททำงานปกติเหมือนกับพนักงานเงินเดือนทั่วไป แต่สำหรับเธอแล้วผมว่างทุกวันเลย
“จะพาไปดูรถที่จองไว้”
แววตาคมคายสะท้อนความคาดไม่ถึง เธอเอ่ยปากถึงรถนี่เธอแอบไปจองรถที่ไหนกัน ลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอวินาทีต่อมาพระรามคลี่ยิ้มหวานคืนแก่เธอ คนตัวสูงก้มหน้าลงมาใกล้ก่อนจะหอมศีรษะตัวเล็กฟอดใหญ่
ทำไมกันนะทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใครแต่นาเนียกลับใจสั่นทุกครั้ง เวลาอยู่ใกล้ชิดไหนจะการกระทำแสนอ่อนโยน ที่น้าบอกว่าฉันกับเขารักกันได้มันคือเรื่องจริงไหมนะ เพราะฉันค่อยๆ เผลอใจไปกับความอบอุ่นของพระรามแล้วสิ
เห็นว่าพระรามขับรถยนต์ธรรมดาซึ่งเธอได้นั่งมันแล้ววันนี้ แต่รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงวางแผนทำการใหญ่จองรถหรูให้เขา โดยนาเนียเป็นคนจ่ายเงินเองทั้งหมดครอบครัวเธอไม่ได้รวยล้นฟ้าก็จริงแต่ก็พอมีฐานะต่างจากพระรามที่เขาดันติดดินไม่อวดรวยอะไร
“เธอจะซื้อรถให้เลยเหรอครับ”
“ก็นายขับรถธรรมดาๆ เวลานั่งไปไหนด้วยอายคนจะตาย”
“อยู่กับผมมันน่าอายขนาดนั้นเหรอครับ”
“ใช่ น่าอายมากๆ ด้วยถ้าคนอื่นรู้ว่าฉันต้องนั่งรถยนต์ธรรมดา”
“เธอชอบคนรวยเหรอ”
“ถามจริงๆ เถอะบ้านนายก็รวยคอนโดก็หรู ทำไมถึงไม่รู้จักใช้ของแบรนด์เนมบ้างหรือรถก็เลือกดีๆ หน่อยไม่ได้รึไง”
นาเนียหันหน้ามาทางเขา เอ่ยถ้อยคำถามไถ่ด้วยความสงสัยรู้มาบ้างว่าครอบครัวของเขารวยล้นฟ้าทำธุรกิจมากมาย อย่างน้อยถ้าพ่อของเธอยังอยู่ชีวิตเธออาจจะกลายเป็นคุณหนูแล้วก็ได้ ได้แต่คิดอยู่ในหัวพลางจ้องเข้าไปในตาของอีกคนขณะที่แม่ย้ำเตือนเสมอว่าอย่าไว้ใจผู้ชายบ้านนั้น ทว่าตอนนี้ทั้งสองกลับมีเวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าแต่ก่อน
“ผมว่ามันก็ไม่จำเป็นอะไรเลย ของใช้ทุกอย่างก็ยังใช้ได้ไม่ว่าจะถูกหรือแพง”
“ฉันละเบื่อจริงๆ จะเก็บเงินไว้ทำไมเยอะแยะ”
“เก็บไว้ให้เธอใช้ไงครับ อยากได้อะไรผมพร้อมเปย์”
“ไม่อยากใส่ใจเรื่องของนายแล้ว ฉันจะกลับ”
“โอเคครับ เดี๋ยวไปส่ง”
คนตัวเล็กเก็บข้าวของใส่กระเป๋าสะพายข้างราคาแพง ก่อนจะเดินนำหน้าเขาออกจากห้องมองดูนาฬิกาในสมาร์ตโฟนก็ดึกมากแล้ว กลัวว่าพี่สาวจะเป็นห่วงจึงเอ่ยปากอยากกลับคอนโดตัวเองแม้ว่าจะไม่ชอบนั่งรถของเขาแต่ครั้งนี้เธอยอมขึ้นไปนั่งแถมไม่พูดอะไรมาก ระหว่างทางกลับนาเนียไม่พูดจาอะไรนั่นก็เพราะว่าเธอเผลอหลับไปก่อนแล้ว
รถยนต์ธรรมดาตบไฟเลี้ยวเข้ามาจอดด้านหน้าคอนโด คนตัวสูงโน้มใบหน้าแนบชิดก่อนจะปลุกนาเนียที่กำลังนอนหลับร่างบางรู้สึกตัวเปิดเปลือกตาสวยขึ้นมามองภาพตรงหน้า มือเดียวเอื้อมมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้ตัวเล็กก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู
“ขอบคุณนะที่มาส่ง นายก็ขับรถกลับดีๆ นะ”
“เนียไปพักเถอะ วันนี้คงเหนื่อยมาก”
“อย่าลืมนะ วันจันทร์เจอกัน”
“เจอกันครับ คืนนี้ก็ฝันดีนะ” เธอไม่ตอบอะไรเพียงฉีกยิ้มหวานก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถ ไม่ลืมโบกมือลาเขา จากนั้นนาเนียหันหลังกลับเข้าไปด้านในตัวคอนโด
****