บทที่ 1

2675 คำ
บทที่ 1 1ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ไนต์คลับแห่งนี้มีชื่อเสียงมายาวนานนับยี่สิบกว่าปี ความหรูหราความทันสมัยก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แน่นอนว่าต้องเป็นที่นิยมสำหรับวัยทำงานมักจะมาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ลูกค้ามากหน้าหลายตาเลือกมาดื่มกันที่นี่ ท่ามกลางผู้คนมากมายหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้า เธอสวมชุดเดรสสีแดงไขว้ตรงส่วนอกอวดทรวดทรงองค์เอว ก้าวเท้าผ่านกลุ่มคนที่นั่งอยู่ไม่วายสายตาทุกคู่จับจ้องมาทางผู้หญิงคนนี้เรือนผมสีไวน์แดงดัดลอนตรงกลางหลัง ใบหน้าสวยริมฝีปากรูปกระจับเคลือบด้วยลิปสติกราคาแพงดวงหน้าแต่งแต้มพอมีสีสัน รองเท้าส้นสูงก้าวมาหยุดที่โต๊ะของชายหนุ่มหน้าตาดีกลีบปากอวบอิ่มระบายยิ้มออกมา “รอนานไหมเตอร์” “ไม่นานเลย มานั่งนี่สิ” ฝ่ามือใหญ่ตบลงโซฟาหนังสีดำราคาแพงด้านข้าง หญิงสาวสุดสวยจึงขยับเรือนร่างเข้าไปหย่อนตัวนั่งข้างเขาดวงตาเป็นประกายทอดมองชายหนุ่มตัวสูงพลางยกมือบอบบางขึ้นมาเรียวนิ้วสัมผัสเรือนผมสีไวน์แดงเป็นลอนที่บดบังใบหน้า กวาดสายตามองไปรอบๆ สำรวจความสวยงามภายในร้านที่ตกแต่งด้วยความหรูหรา ขณะเดียวกัน คาร์เตอร์ ผู้ชายร่างโตที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ส่งแก้วขนาดพอดีมือยื่นให้กับเธอ “ดื่มสักแก้วนะครับ นาเนียคนสวย” “ขอบคุณค่ะ เตอร์ว่าเนียมีโอกาสจะได้เจอกับเจ้าของร้านที่นี่ไหม” “เนียอยากเจอเหรอครับ มันก็พอมีวิธีอยู่นะ” “จริงเหรอ เนียจะได้เจอใช่ไหม แล้วด้วยวิธีไหนเหรอคะ” เธอยิ้มร่าขยับกายเข้าหาอีกฝ่าย ความต้องการเมื่อได้เหยียบที่นี่เป็นครั้งแรกนั่นก็คือเจอเจ้าของร้านซึ่งๆ หน้าไม่รู้ต้องขอความช่วยเหลือจากใคร นิชาดา จึงเอ่ยปากร้องขอคนด้านข้าง ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรู้จักและเป็นเพื่อนสนิทเสมอมา “จำไว้นะ ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวพวกมันพ่อแกคงไม่ตาย” คำพูดของแม่ผุดขึ้นมาในหัวแววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่มีต่อคนในครอบครัวนั้น “เดี๋ยวเนียรออีกสักชั่วโมง จะได้เห็นความสนุกตรงหน้าแน่นอน” “เนียจะเฝ้ารอดูความสนุก เอาให้คนที่นี่จดจำได้เลย” ตัดมาที่ชั้นบน ร่างสูงนั่งเอนกายแนบชิดกับพนักพิง ท่อนแขนแกร่งราบไปกับโซฟาหนังสีดำเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงขายาวธรรมดา ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา มืออีกข้างยกแก้วน้ำมึนเมาเข้าปากกลืนลงอึกใหญ่ทำเอาลูกกระเดือกกลางลำคอเคลื่อนไหวขึ้นลง ถัดไปด้านหน้าของเขาคือน้องชายแท้ๆ พวกเขานั่งดื่มสังสรรค์กันในห้องวีไอพีเพียงสองคน “พี่ไม่หาสาวมานั่งด้วยสักคนล่ะ” “ทำไมมึงไม่หามาเองล่ะ หรือกลัวอันดารู้” “ถึงเธอรู้ เธอก็ไม่สนใจอยู่ดี” ทำหน้าเศร้าเมื่อพี่ชายเปิดปากพูดถึงชื่อของผู้หญิงคนนั้น สองตาจ้องแก้วในมือแน่วแน่ก่อนเพทายจะยกแก้วขึ้นกระดกเพียงรวดเดียวจนหมด “โทษทีว่ะ มาช้าไปหน่อย” คราวนี้เป็นเพื่อนของพระรามเดินเข้ามาในห้องไม่ลืมเอ่ยทักทายคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว พวกเขาทั้งสองคนนั่งลงฝั่งด้านขวาของอาชวิน แววตาคมคายจ้องมองการกระทำของเพื่อนแต่ไม่ทันเอ่ยพูดอะไรออกไป ไม่ทันไรก็มีสาวสวยเดินตามเข้ามาด้านในพร้อมกับจับจองที่นั่งข้างกายของสองหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามา ทำเอาพระรามถึงกับยกมือกุมขมับใบหน้าหล่อส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยวาจากับเพื่อน “เรื่องนี้ขาดไม่ได้เลยนะ มานั่งได้แป๊บเดียวถึงกับต้องมีสาวตามมาด้วยเลยเหรอวะ” “กูไม่ใช่พ่อพระแบบมึงนะเว้ย ที่ชีวิตไม่เคยยุ่งกับสีกาเลย” เพื่อนคนแรกอย่าง เวย์ เอ่ยตอบกลับแฝงด้วยคำพูดแซวเพื่อนสนิท คนที่นั่งฟังอยู่ถัดไปนั่นก็คือ ตาล ชายหนุ่มอมยิ้มพร้อมกับโอบกอดเอวบางร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่ง “ไอ้ทาย มึงบอกพี่มึงหัดเรียนรู้เรื่องนี้บ้างนะ” ถึงตาเขาพูดขึ้นบ้าง เพทายระบายยิ้มตอบกลับ “พี่ก็เห็นว่าพี่รามเขาไม่มุ่งเรื่องนี้อยู่แล้ว” “คนผูกใจกับรักแรกอย่างมัน จะเข้าใจอะไร” พูดถึงรักแรกที่ทำให้ผมไม่กล้าเปิดใจให้ใครอีกเลย ก็คงจะเป็นช่วงเรียนมหาลัยผมแอบชอบเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งเธอน่ารักแถมเรียนเก่ง เราสองคนก็เหมือนจะไปได้ด้วยดีแต่ท้ายที่สุดแล้วเธอเลือกที่จะคบกับเพื่อนของผมอีกคนที่ชื่อวิน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมผิดใจกับเพื่อน เหลือเพียงเวย์กับตาลที่อยู่เคียงข้างมาถึงทุกวันนี้ รู้ทั้งรู้ว่าผมกับแอนนาเราชอบพอกันแต่มันก็ยังจะเข้ามาแทรกกลางทำให้เธอไขว้เขว สุดท้ายเธอก็ไปกับมัน “เอาตรงๆ นะเว้ย พวกกูอยากจะเห็นแฟนมึงแล้วว่ะ” “จำไม่ได้แล้ว ครั้งล่าสุดมันอยู่กับผู้หญิงเมื่อไหร่” “คุณรามครับ เกิดเรื่องแล้วครับ” น้ำเสียงตื่นตระหนกตกใจของบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่าง คทา ทำให้ทุกคนในห้องนั่งไม่ติดโซฟา ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีดำเปิดประตูเข้ามารวดเร็วพร้อมกับเอ่ยบอกเจ้านายถึงเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายด้านล่าง อาชวินลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าออกจากห้องเป็นคนแรก แววตาคมกริบจ้องมองภาพความวุ่นวายชั้นล่าง กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตเข้ามาพังข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ภายในร้าน ไม่อาจรู้ได้เลยว่าคนพวกนั้นเป็นใครก่อนที่บอดี้การ์ดสวมชุดสูทสีดำเช่นเดียวกับคทาลูกน้องคนสนิทจะเข้าไปห้ามปราม ลูกค้าต่างตกอกตกใจวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตเป็นวินาทีเดียวที่เขาสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอโดดเด่นด้วยใบหน้าสวยงาม กลุ่มผมสีไวน์แดงมองเห็นชัดตั้งแต่ไกล เพียงร้านเปิดไม่กี่ชั่วโมงความชุลมุนวุ่นวายทำให้ทุกคนไม่สามารถนิ่งเฉยได้ ค่าเสียหายทั้งหมดคงไม่ต่ำกว่าแสน เมื่อมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นมีส่วนรู้เห็นด้วยกับเรื่องราวทั้งหมดพระรามไม่รอช้าตบเท้าลงบันไดเพื่อมุ่งตรงไปหาเธอ ภายใต้แสงไฟสว่างไสวร่างสูงพุ่งเข้าไปกระชากข้อมือหญิงสาวคนหนึ่ง ดวงตาคมคายไม่ทันสังเกตความเสียหายของพื้นที่ชั้นล่าง คว้าเรียวแขนของคนที่คิดว่ามีส่วนร่วมครั้งนี้ขึ้นไปชั้นบน วินาทีวิ่งหนีตายของใครหลายชีวิตทว่าเธอคนนี้กลับยืนมองภาพนั้นพร้อมยกท่อนแขนขึ้นกอดอก เธอมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์วุ่นวายนั่นใช่ไหม ผมไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น แต่ทำไมท่ามกลางความชุลมุนด้านล่าง เธอคนนี้กลับโดดเด่นขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้ยืนมองด้วยความเฉยชาข้างกายเธอคือผู้ชายอีกคนซึ่งผมคุ้นหน้ามาก ไม่รู้ว่าเคยเจอที่ไหนรู้ตัวอีกทีผมก็พาเธอเข้ามาในห้องส่วนตัว ก่อนที่เราสองคนจะมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนขึ้น เธอสวยงามราวกับนางฟ้าตกลงมาจากสวรรค์ชั้นที่สูงที่สุด วินาทีนั้นผมนิ่งไปเสียสนิทจ้องมองใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะที่เธอจ้องมาที่ผมเช่นเดียวกันดวงตาระหงสองคู่ตรงนี้ดึงดูดให้ผมไม่อาจเคลื่อนสายตาไปจากเธอได้ แม่สาวผมแดงคนนี้คือใครกันนะ “คุณตกลงมาจากสวรรค์ชั้นไหนครับ สวยอะไรขนาดนี้” “ฉันสวยอันนี้พอเข้าใจนะคะ แต่คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม” “คุณไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องบ้าข้างล่างเหรอ” “ตายจริง คุณคือเจ้าของร้านเหรอคะ” “ใช่ครับ คุณจะชดใช้ยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น” ร่างสูงดันคนตัวเล็กจนแผ่นหลังเนียนแนบชิดกับโต๊ะไม้สีเทา ท่อนแขนแกร่งออกแรงยันตัวเองไว้แล้วโน้มใบหน้าใกล้กับเธอ พ่นลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอ หญิงสาวระบายยิ้มยียวนยกฝ่ามือเรียวทาบลงบนแผงอกสองข้าง ผู้หญิงร่างเล็กสูงไม่ถึงหัวไหล่ของเขาเท่านั้นถ้าเธอไม่ได้สวมส้นสูงแววตาคมคายจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตด้วยความหลงใหล เผลอตัวเอื้อมมือโอบกอดเธอแน่นกลิ่นกายสาวหอมระรวยทำให้เขาไม่อาจเคลื่อนสายตาออกห่างเธอได้ หน้าหวานพริ้มเพราในยามที่ดวงตาของเธอหลุบตามองต่ำ “แล้วจะให้ฉันชดใช้ยังไงคะ บอกมาสิเอาแต่กอดอยู่ได้” “ขอเป็นเงินสดห้าแสนบาทก็พอแล้วครับ” “ห้าแสน!” ตัวเล็กเบิกตาโตด้วยความตกใจมูลค่าความเสียหายมากโขเกินจะรับไหว เธอไม่คิดว่าจะต้องมาเสียเงินเพราะเรื่องแบบนี้ ทั้งที่เธอก็ไม่ร่วมทำความผิดแต่นิชาดาดันเป็นคนบงการทั้งหมด เธอสามารถยืนกอดอกมองดูสบายใจต่างจากคนอื่นที่วิ่งหนีแตกตื่นเอาชีวิตรอด ผู้ชายที่มาด้วยอย่างคาร์เตอร์ก็หายหน้าหายตาไปเลย “ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวเลย คุณปล่อยฉันไปก่อนได้ไหม” “จะให้ผมปล่อยคุณไปเนี่ยนะ” “นะคะ เดี๋ยวฉันกลับมาชดใช้ทีหลัง” ผู้หญิงตรงหน้าส่งสายตาเว้าวอนขอความเมตตาจากเขา แม้ทั้งคู่พึ่งจะเจอหน้ากันเป็นครั้งแรกแต่ร่างกายพวกเขากลับแนบชิดสนิท แววตาลึกล้ำจับจ้องเข้าไปนัยน์ตาสีดำคู่สวยสุดท้ายเขาก็ยอมใจอ่อน เอ่ยถามชื่อเสียงเรียงนามของผู้หญิงคนนี้ จะให้เชื่อใจได้อย่างไรในเมื่อเราพึ่งเจอกัน “เธอชื่ออะไร” “นาเนียค่ะ” “แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณจะกลับมาชดใช้” “ขอโทรศัพท์หน่อย” “จะเอาไปทำอะไร” “เอามาโทรหาตำรวจมั้ง ก็จะทิ้งเบอร์ไว้ให้ทีนี้นายจะได้เชื่อใจฉัน ว่าฉันไม่หนีไปไหนหรอก” ร่างสูงยอมเอื้อมมือล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบสมาร์ตโฟนออกมาและส่งให้กับเธอ ระหว่างรอเธอจัดการส่วนตรงนั้นมือหนาใช้ปลายนิ้วลูบไล้เส้นผมสีไวน์แดงของคนตัวเล็ก จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผลิตภัณฑ์ ไม่พออาชวินยังโน้มหน้าลงไปใกล้ชิดกับซอกคอระหง ก่อนจะกระซิบกระซาบข้างใบหูทำเอาผู้หญิงคนนั้นยืนแน่นิ่ง “ถ้าคุณไม่กลับมาชดใช้ค่าเสียหายละก็ รู้ไว้ด้วยไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในประเทศนี้ ผมก็ตามหาคุณเจอ” “ฉันไม่หนีหรอกนะ เนี่ยเดี๋ยวก็จะมีคนจ่ายเงินแล้วนายคอยดูได้เลย” ว่าพลางยื่นมือถือคืนแก่เขา นัยน์ตาทอประกายวาววับจับจ้องมาที่ผู้ชายตัวสูง ครั้งแรกที่เราได้เจอกันแต่เธอสวยมากสวยจนผมไม่สามารถกะพริบตาได้เลย จากที่ไม่เคยจะเปิดใจให้ใครเข้ามาในหัวใจทั้งสี่ห้องผมเริ่มชอบเธอขึ้นมาแล้วสิ “จ้องขนาดนี้ ถ้าฉันเป็นปลากัดคงท้องไปแล้วมั้ง” ริมฝีปากได้รูปเชิดตอบอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะยกท่อนแขนสองข้างขึ้นกอดอก “อยากท้องกับผมไหมล่ะ” “ใครจะอยากท้องกับนายกัน หลบไปได้แล้วฉันจะกลับ” “เดี๋ยวก่อนสิ” คนตัวเล็กเตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่แขนแกร่งของพระรามโอบอ้อมเอวบางร่างน้อย ทำให้แผงหน้าอกทรงพลังปะทะกับทรวงอกอิ่ม คนสองคนแนบชิดราวกับจะกลืนกินอีกฝ่าย นาเนียสูดหายใจเข้าลึกๆ ในยามที่หัวใจของเธอเต้นโครมคราม สองตาจ้องมองเข้าไปนัยน์ตาคนตัวสูง ดวงหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาเอาการ “มีอะไรอีก ฉันจะ..” “ขอมองอีกห้านาทีได้ไหม ผมอยากจดจำทุกรายละเอียดบนใบหน้าคุณ” “เอาสิ มองเลยก่อนที่นายจะไม่ได้เจอหน้าฉันอีก” ร่างบางระบายรอยยิ้มยียวน รู้อยู่แก่ใจว่าผู้ชายตรงหน้าคือใครเพียงเจอกันไม่นานเธอกลับทำให้เขาหลงใหล ไม่ทันตั้งตัวร่างสูงก้มหน้าลงมาใกล้ชิดพร้อมกับใช้ริมฝีปากหนาของตัวเองประทับลงบนริมฝีปากอวบอิ่มดวงตากลมตาสีดำสนิทเบิกโพลงด้วยความตกใจมือบอบบางยกขึ้นดันหน้าอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว “นี่นาย ฉวยโอกาสเหรอ” พระรามไม่ได้ตอบกลับเพียงแต่กระตุกยิ้มร้าย เขาใช้ทีเผลอถึงเนื้อถึงตัวฉันไม่พอยังก้มลงจุ๊บปากฉันอีก ตานี่ร้ายไม่เบาเลยนะเมื่อไม่พอใจคนตรงหน้าอย่างมากฉันรีบเดินออกจากห้องโดยไม่รีรอทันที ชั้นล่าง ตึกตัก เสียงกระทบของรองเท้าส้นสูงกับพื้นดังมาแต่ไกลจนสุดลูกตา ก่อนภาพตรงหน้าจะชัดเจนขึ้นว่าเป็นเธอมาหยุดตรงหน้า หญิงสาวหน้าตาบูดบึ้งพร้อมกับยกเรียวแขนขึ้นกอดอก ทำเอาคาร์เตอร์คนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ เขาฉีกยิ้มให้นาเนียพร้อมกับเอ่ยถามไถ่ขึ้น “เป็นอะไร เขาทำอะไรเนียเหรอ” “ก็เขาเรียกค่าเสียหายจากเนียตั้งห้าแสน” “เรื่องนั้นน่ะเหรอ เตอร์จัดการเรียบร้อยแล้ว” “จริงเหรอคะ เตอร์จ่ายหมดแล้วเหรอ” เพียงแค่คนตัวสูงเบื้องหน้าเอ่ยปาก คลายความคิดมากภายในสมองของเธอเมื่อก่อนหน้าจนหมดสิ้น นาเนียคลี่ยิ้มหวานคืนแก่เขาขยับเรือนร่างเข้าใกล้พร้อมกับควงแขนคาร์เตอร์อย่างสนิทสนม สองคนดูใกล้ชิดกัน พวกเขาจะใช่คู่รักกันหรือเปล่าคำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวของคนที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ด้านบนอย่างพระราม ร่างสูงราวร้อยเก้าสิบสองเซนติเมตรมองลงจากชั้นสองพลางใช้มือล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าหล่อกรามขบเข้าหากันแน่น “พวกเขาชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแล้วครับ” “มึงไปสืบมา ว่าผู้หญิงผมแดงคนนั้นเป็นใคร” “ได้ครับคุณราม ส่วนนี่เป็นค่าเสียหายทั้งหมดที่ต้องสั่งซื้อใหม่ครับ” “มึงไปจัดการเลย ปิดร้านสักอาทิตย์จนกว่าทุกอย่างเข้าที่” แม้ปากจะขยับบอกแก่ลูกน้องคนสนิทแต่แววตาคมกริบจ้องมองยังร่างกายของคนสองคน ท้ายที่สุดเธอก็เดินควงแขนผู้ชายคนนั้นออกจากร้าน พระรามดึงสติกลับมาอยู่กับตัวเองก่อนจะเห็นว่าน้องชายมายืนอยู่ด้านข้างเพทายยังคงอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเดินมาหยุดข้างๆ พี่ชายมองความเสียหายที่ร้านได้รับ “มันทำไปเพื่ออะไรวะ มานั่งเฉยๆ เหมือนคนอื่นไม่ได้รึไง” “กูก็ไม่รู้ว่ามันต้องการอะไร กลับบ้านไปพักเถอะมึง” “แล้วพี่ไม่กลับเหรอ” “กูมีอะไรต้องเคลียร์นิดหน่อย” ผมไม่สามารถข่มตานอนหลับได้ ถ้าเกิดไม่รู้ว่าผู้หญิงที่พึ่งเจอกันเป็นใครเธอมีเสน่ห์เอามากๆ ทำให้ผมตกอยู่ภวังค์หลงใหลเธอจนไม่สามารถสนใจอย่างอื่นได้เลย เธอคือใครกัน สาวผมแดงคนนั้นทำหัวใจที่ด้านชาของผมกลับมาสูบฉีดอีกครั้ง ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนในประเทศผมก็จะตามหาตัวเธอให้เจอ “คอยดูเถอะ เราจะต้องได้เจอกันอีก” “ใคร พี่จะเจอใคร” “เปล่า ไม่มีอะไร” ****
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม