บทที่ 4
เรือนร่างนาฬิกาทรายกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารมื้อค่ำ มือขาวซีดยกขวดน้ำขนาดหนึ่งลิตรขึ้นมาเตรียมจะเปิดฝาออก ทว่าเธอกลับผ่อนแรงหันไปร้องขอความช่วยเหลือจากคนตัวสูงแทน พระรามยืนอยู่ไม่ห่างรีบสาวเท้าเร็วไวเข้ามาใกล้
“พระราม มันเปิดไม่ออก”
“เอามานี่ เดี๋ยวเปิดให้ครับ”
เขาเดินมาเปิดขวดน้ำให้แล้วจัดการเทใส่หม้อ ทำไมกันทั้งที่แต่ก่อนฝาขวดน้ำง่ายๆ แค่นี้ฉันเปิดได้สบายพออยู่กับผู้ชายทำอ่อนแอไปได้ เมื่อพระรามเทน้ำเสร็จฉันก็ฉีกห่อพลาสติกเตรียมใส่เส้นสปาเกตตีลงไปต้มในหม้อไม่ทันมองเลยว่าเขาหายไปไหนรู้ตัวอีกทีพระรามก็มายืนอยู่ด้านหลัง
สัมผัสจากมือหยาบเก็บรวมกลุ่มผมสีไวน์แดงขึ้นไว้ด้วยกันก่อนจะใช้ยางรัด ร่างสูงก้มลงมาสูดดมศีรษะคนตัวเล็กฟอดใหญ่การกระทำอ่อนโยนคล้ายคนรักทำใจเธอเต้นรัวแรง
“เธอจะทำสปาเกตตีซอสมะเขือเทศเหรอ”
“ใช่ ฉันชอบกินน่ะ ชิมน้ำซอสให้หน่อย”
มือเรียวบางหยิบช้อนตักแบ่งซอสป้อนคนตัวสูงที่ยืนอยู่ด้านข้าง พระรามโน้มใบหน้าหล่อแนบชิดก่อนจะชิมรสชาติของซอสมะเขือเทศ แววตาคล้ายลังเลใจแต่ก็ให้คำตอบคนตัวเล็กทำให้เธอฉีกยิ้มกว้าง เหลือบเห็นว่าเส้นสปาเกตตีสุกแล้วนาเนียจึงตักใส่จาน
“อร่อยดีนะ ชอบจัง”
“รับรองว่าสูตรฉันอร่อยมาก ใครกินก็ชอบหมดแหละ”
“ไม่ได้ชอบแค่สปาเกตตีอย่างเดียวนะ”
“…”
“ชอบเธอด้วย”
ตัวเล็กใบหน้าแดงเปล่งปลั่งน่าเอ็นดู หัวใจดวงเดิมเต้นแรงเลือดสูบฉีดในร่างกาย นาเนียเบือนหน้าหนีกลับไปสนใจสปาเกตตีเบื้องหน้าต่อ เธอทำการแบ่งใส่จานสองใบเท่าๆ กันก่อนจะหันหลังไปหยิบช้อนกับส้อม ยกไปเสิร์ฟตรงหน้าทีวีจอใหญ่ไม่ลืมเอ่ยบอกคนตัวสูงให้ตามมาอีกด้วย
“ตามมาด้วย เออฝากหยิบน้ำในตู้เย็นมาด้วยนะ”
เคลื่อนย้ายเรือนร่างนั่งลงกับพื้นพรมสีขาว วางจานสปาเกตตีทั้งสองไว้บนโต๊ะกลาง มือบางเอื้อมไปหยิบรีโมตจากนั้นเลือกดูหนังตามใจชอบ พระรามตามมาทีหลังก็หย่อนตัวนั่งลงด้านข้างฝ่ามือแกร่งวางขวดน้ำด้วยเช่นกัน ตัวเล็กเอาแต่สนใจจอขนาดใหญ่มากกว่า
“ดูอะไรดี นายชอบดูหนังแนวไหน”
“หนังผี เธอดูได้หรือเปล่า”
“ฉันก็ชอบเหมือนกัน งั้นดูเรื่องนี้นะ” ขยับปากบอกคนตัวสูงด้านข้าง พลางตักสปาเกตตีใส่ปากสองตาจ้องมองหน้าจอแสงสีฟ้า จนเวลาล่วงเลยมาเกือบครึ่งชั่วโมง
บรรยากาศภายในห้องมืดสนิทมีเพียงแสงสว่างสีขาวจากหน้าจอและโคมไฟข้างๆ เท่านั้นความเงียบทำให้ทั้งคู่จดจ้องอยู่กับหนังที่กำลังดำเนินเรื่องต่อไป เส้นผมสีดำสนิทขับดวงหน้าหล่อยามแสงไฟสลัว เรือนกายอรชรของหญิงสาวเขยิบแนบชิดกันมากขึ้นหัวใจพลันเต้นแรงกับหนังที่กำลังเบนความสนใจให้ จู่ๆ ใบหน้าหวานหันขวับซบตรงแผงอกแกร่งเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยมือขาวซีดวางขนาบกับหน้าท้องกำยำ บรรยากาศตึงเครียดทำเอานาเนียหายใจไม่ทั่วท้อง
“ตกใจเหรอครับ เธอกลัวเหรอ”
“อื้อ มันน่ากลัวจู่ๆ ก็โผล่มาแบบนั้นหัวใจจะวาย” จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้กลัวหรอกแต่ดูหนังกับผู้ชายสองคนจะทำตัวเข้มแข็งมันก็จะดูไม่น่าทะนุถนอมเลย และฉันเคยดูเรื่องนี้แล้วจำได้ทุกฉากว่าอะไรจะโผล่มาตอนไหน ถึงตอนนี้ฉันก็ยังเอาหน้าซบอกแกร่งของเขาอยู่
“เนียครับ แต่มันเปลี่ยนฉากแล้วนะ”
“อุ๊ย ขอโทษฉันลืมตัว”
ร่างเล็กแต่อวบอิ่มขยับกายห่างจากเขาเผลอลืมตัวเธอจึงลูบไล้เรียวแขนตัวเองอย่างเคอะเขิน สองตาเหลียวมองซ้ายมองขวารอบด้านมีแต่ความเงียบสงบพวงแก้มเนียนแดงเปล่งปลั่งน่าเอ็นดู จนเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาอีกครั้งทำให้นาเนียรีบซุกซบใบหน้ากับร่างกายกำยำอีกทั้งท่อนแขนยกขึ้นโอบกอดเอวสอบ ก้อนเนื้ออกข้างซ้ายเต้นแรงถี่ๆ
“เราเปลี่ยนเรื่องไหม”
“เปลี่ยนก็ได้ ไม่เอาหนังผีแล้วนะฉันกลัว”
“แล้วไหนบอกชอบดูหนังผีครับ”
“ก็ชอบ ไม่ได้แปลว่าไม่กลัวสักหน่อย”
“โอเค งั้นไม่ต้องดูหรอกหนัง เอากันไหม”
“พระราม จะบ้าเหรอมันไม่ได้ทำให้มีอารมณ์ก่อนเหรอ”
จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติริมฝีปากได้รูปเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ใบหน้าสวยเห่อร้อนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนทั้งที่เธอไม่ควรรู้สึกแบบนี้ เพราะความรักของทั้งคู่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้นาเนียจึงต้องรู้สึกชั่งใจอยู่ตลอดเวลา คนโตกว่าโน้มลงมาแนบชิดปลายจมูกโด่งหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่
ฟอด
“พระราม เดี๋ยวก่อนสิ” ฝ่ามือบอบบางผลักแผงหน้าอกทรงพลังของเขา เอ่ยปากปฏิเสธผิดกับแววตาร้อนแรงคู่นั้น ท่อนแขนแกร่งโอบล้อมเอวคอดกระชับให้สองคนใกล้ชิดยิ่งขึ้น
“ทำไมเนีย ผมรู้นะว่าเนียก็อยาก”
“มันยังไม่ถึงเวลา รอก่อนสิ”
“ทำไมยังไม่ถึงเวลาอีกครับ” ส่งสายตาเว้าวอนผู้หญิงคนสวยตรงหน้า เลื่อนดวงหน้าลงไปอีกนิดปลายคางเกยไหล่คนตัวเล็ก จมูกสูดดมกลิ่นกายสาวเขาอยากจะอยู่กับเธอแค่สองคนตรงนี้ ไม่อยากขยับเขยื้อนร่างกายหนีหายไปไหนเลยแม่แต่วินาทีเดียว
“ก็มันเร็วไป เราสองคนต้องรู้จักกันมากกว่านี้”
“มากกว่านี้ งั้นวันเสาร์นี้เราไปเดทกันไหมครับ”
“เอาสิ เดี๋ยวฉันส่งคาเฟ่ที่อยากไปให้ดู”
“เนียครับ”
เอ่ยเรียกคนตัวเล็กน้ำเสียงแผ่วเบา นาเนียขยับกายนั่งคร่อมตักเขา เรียวแขนคล้องคอร่างสูงใบหน้าของทั้งคู่แนบชิดสนิทระบายลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดบนดวงหน้าหล่อเหลา กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่จนลูกกลมตรงกลางลำคอเคลื่อนไหวขึ้นลงตาม นิ้วเรียวยาวสัมผัสบนแก้มเนียนก่อนจะเชิดปลายคางคนตัวโตขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสองคู่ประสานกันกลมเกลียว
“วันนี้อยู่เป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม”
“…”
“ฉันกลัว ไม่กล้าอยู่คนเดียวแล้ววันนี้พี่สาวก็ไม่กลับด้วยสิ”
“อ้อนขนาดนี้ก็ต้องตอบตกลงครับ”
“แต่ว่า…นายต้องอาบน้ำก่อนนะฉันไม่อยากนอนกอดคนตัวเหนียว”
กลีบปากบางกล่าวบอกคนตรงหน้า พลางยันกายลุกขึ้นใบหน้าหวานคลี่ยิ้มกว้างทำเอาคนที่นั่งมองภาพนั้นอย่างพระรามใจอ่อนระทวย เมื่อกี้ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเธอบอกว่าไม่อยากนอนกอดคนตัวเหนียว แถมยังวิ่งหนีเข้าห้องนอนตัวเองไปแล้ว หน้าอกข้างซ้ายของผมเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเลยครับ เวลาอยู่ใกล้ชิดเธอในระยะที่หน้าเราห่างกันไม่กี่เซน
“นาเนีย เมื่อกี้ที่พูดหมายความว่าไงครับ”
“เอานี่ไป มีเสื้อผ้าเปลี่ยนหรือเปล่า”
เธอเดินกลับมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวแล้วเอ่ยถามผมว่ามีเสื้อผ้าเปลี่ยนไหม ในสถานการณ์แบบนี้ผมไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลยนอกจากโทรศัพท์มือถือ ผมจึงส่ายหน้าปฏิเสธออกไป นาเนียเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างจนเธอนึกขึ้นได้
“รู้แล้ว เดี๋ยวฉันยืมของพ่อมาให้”
“พ่อ พ่อของเธอเหรอ”
“ใช่แล้ว เขาฝากไว้ในห้องนอนแขกส่วนนายไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะ”
คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ยวาจาบอกร่างกายกำยำก่อนจะมุ่งตรงไปยังห้องนอนอีกฝั่ง พระรามทำตามอย่างว่าง่ายเขาเดินเข้าไปสำรวจภายในห้องน้ำเสียก่อน แต่ไม่นานนาเนียก็ก้าวเท้ากลับมาพร้อมยื่นสบู่กับแปรงสีฟันให้เขา
“เร็วๆ นะฉันไม่อยากอยู่คนเดียว”
“ถ้ากลัวขนาดนั้นเข้ามาอาบด้วยกันดีกว่าครับ”
“ได้เหรอ ฉันเข้าไปด้านในกับนายได้เหรอ”
“เนียครับ ไหนบอกค่อยเป็นค่อยไป”
“พูดเล่น รีบอาบสิจะได้รีบนอน” ใบหน้าสวยแดงก่ำอย่างกับลูกมะเขือเทศ เธอเป็นคนบอกกับผมเองว่าอยากจะรู้จักกันนานกว่านี้ก่อน ซึ่งผมรอได้ครับเวลาเป็นตัวพิสูจน์จริงๆ ว่าเธอจะเชื่อใจผมอีกอย่างผมตามจีบเธออยู่ต้องมีวันที่นาเนียใจอ่อนบ้าง
ร่างสูงพยักหน้าตอบกลับ จากนั้นประตูบานสีขาวตรงหน้าค่อยๆ ปิดลงนาเนียพาตัวเองไปนั่งรอที่โซฟาอย่างเคยหน้าสวยเคร่งเครียดราวกับว่ามีเรื่องให้คิดอยู่ในหัว เรียวแขนสองข้างยกขึ้นมากอดอกแน่น เอ่ยปากพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา
“นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ เราไม่ควรรู้สึกแบบนั้น”
“นาเนียครับ ยาสีฟันอยู่ไหน”
คนตัวเล็กสะดุ้งนิดหน่อยดึงสติตัวเองกลับมาหลังจากเหม่อลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อย แววตาคู่สวยหันไปปะทะเข้ากับรูปร่างแข็งแกร่งของชายหนุ่ม พระรามมีเพียงผ้าปกปิดส่วนล่างหน้าท้องเต็มไปด้วยลูกกลมๆ หกลูกบ่งบอกว่าชายหนุ่มดูแลสุขภาพเป็นอย่างดีไม่ว่าจะมองตรงส่วนไหน เธอลุกจากโซฟาเดินเข้าไปใกล้ไม่วายมองร่างกายกำยำแทบจะไม่กะพริบตา
“เดี๋ยวฉันหยิบให้ ขอเข้าไปหน่อย” เอ่ยวาจาบอกคนที่ยืนขว้างประตูอยู่แล้วแทรกตัวเข้าไปในห้องน้ำกับเขาด้วย พวกแก้มทั้งสองข้างแดงเปล่งปลั่งดุจลูกมะเขือเทศสด
“จริงเหรอครับ ที่เธอบอกว่าเราจะได้นอนกอดกัน”
แผ่นหลังสัมผัสถึงพลังบางอย่างแนบชิดผิวกาย ขณะที่นาเนียกำลังหาสิ่งของที่ต้องการอยู่ในตู้ขยับปากถามคนตัวเล็ก ทว่าแขนสองข้างโอบกอดเอวบางร่างเล็กระหว่างที่เธอกำลังหาของ หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นไม่เป็นจังหวะนาเนียกลืนน้ำลายเหนียวลงคอดวงตากลมโตสีดำสนิทเป็นประกายทันทีเมื่อเจอกล่องยาสีฟันที่ตามหา
“เจอแล้ว เอาไปสินาย” หันหน้ากลับมาเผชิญกับคนตัวสูงใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้ชิดสนิทและยังคงยิ้มไม่หุบ เห็นท่าทีของนาเนียเขาก็อดจะแกล้งเธอไม่ได้มือหยาบเอื้อมมาลูบกลุ่มผมสีไวน์แดงอ่อนโยน
“เธอแน่ใจนะ ว่าจะทนไหวจนถึงพรุ่งนี้เช้า”
“เอาไปได้แล้ว แล้วก็รีบอาบน้ำ”
มือเรียวบางออกแรงดันแผงหน้าอกทรงพลังให้ถอยห่าง ก่อนจะรีบเดินหนีไปจากผมซึ่งผมรับกล่องยาสีฟันมาถือไว้ในมือ ไม่สามารถหุบยิ้มได้เลยเพราะเธอเขินเลยเดินหนีออกไปแบบนั้น นาเนียน่ารักมากเลยครับเวลาที่เธอเขินผมหน้าแดงอย่างกับลูกมะเขือเทศ
ผ่านไปสิบนาทีชายหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำเมื่อทำธุระส่วนตัวแล้วเสร็จ แววตาคมคายเหลือบมองไปเห็นว่าร่างเล็กกำลังเผลอหลับบนโซฟา เขาตัดสินใจก้าวเท้าไปใกล้ก่อนจะโน้มตัวลงมาอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวขยับร่างกายเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ทำให้เธอตื่นมาเสียก่อน พาตัวของนาเนียเข้าไปในห้องนอนของเธอ จากนั้นวางเรือนร่างอรชรลงกับเตียงอย่างเบามือ ก้มใบหน้าหล่อใกล้ชิดมากขึ้นลมหายใจร้อนเป่ากระทบดวงหน้าหวานที่กำลังนอนหลับสนิท พลางใช้มือแกร่งลูบไล้เส้นผมด้วยความเอ็นดูพระรามฉีกยิ้มให้เธอ และพาตัวเองออกมานอนโซฟาด้านนอกไม่ลืมปิดประตูให้สนิท
“ฝันดีนะครับ นาเนียคนสวย”
วันเสาร์ , คาเฟ่ในกรุงเทพ
รองเท้าคู่ใหญ่ก้าวเข้ามาด้านในตัวร้าน ตกแต่งสไตล์เกาหลีมีความมินิมอลใบหน้าเกลี้ยงเกลาฉีกยิ้มให้กับพนักงาน ก่อนจะมองหาที่นั่งเขาตั้งใจมาก่อนเวลาหน้าอกข้างซ้ายสูบฉีดเลือดพลุ่งพล่านแบกความมั่นใจมาเกินร้อย แววตาคมคายมองดูเวลาบนหน้าจอสมาร์ตโฟนเมื่อเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาพระรามจึงเคลื่อนจากท่านั่งก้าวเท้าเดินไปสั่งกาแฟ
“รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ”
“เอาเป็นอเมริกาโนร้อนครับ”
“รอสักครู่นะคะ”
เวลาผ่านไปสักพักร่างสูงนั่งรออย่างใจจดใจจ่อพลางมือแกร่งยกแก้วกาแฟจิบ ทอดมองด้านนอกร้านแอบอยากให้คนเดินผ่านไปมาคือเธอบ้าง แต่ก็ไร้วี่แววนาเนียยังมาไม่ถึงความร้อนรุ่มก่อเกิดขึ้นในใจ พระรามมองดูนาฬิกาอีกครั้งผ่านมาหลายนาทีแล้ว ทำไมเธอถึงไม่มาเสียทีแต่อย่างนั้นเขาก็ยังคงนั่งรออย่างมีความหวัง
ทำไมเธอถึงยังไม่มาเสียที
****