ตอนที่ 3 น้องปีหนึ่ง

1628 คำ
สวัสดีครับ ผมชื่อลม หรือ วายุ ไชยเดชาสกุล ผมเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อแม่ ผมเป็นหนึ่งในสี่หลานชายของคุณปู่สิบทิศ ซึ่งท่านมักจะเรียกพวกเราว่าแก๊งสี่ยอดกุมาร แต่ชื่อแก๊งของเราจริง ๆ คือ แก๊งสี่ทิศ ชื่อแก๊งก็มาจากการที่พวกเราอยู่กันคนละภาคครับ โดยมีดินอยู่ที่ภาคเหนือ น้ำอยู่ที่ภาคใต้ ไฟอยู่ที่ภาคอีสาน ส่วนผมอยู่ที่กรุงเทพ เมื่อก่อนพวกเราก็อยู่บ้านใครบ้านมัน แต่พอมาเรียนระดับมหาวิทยาลัย ก็ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพกันหมด โดยอยู่ที่เพนต์เฮาส์ที่พ่อผมสร้างไว้ขาย สี่ตึกในบริเวณเดียวกัน แต่ชั้นบนสุดไม่ขาย เพราะยกให้พวกเรา สิ่งที่พวกผมหวงแหนที่สุดคือความโสดครับ และแต่ละวันก็มีสาว ๆ เข้าหาไม่ซ้ำรูปแบบ อย่างวันนี้ผมก็โดนขอเบอร์แบบเนียน ๆ แต่ผมไม่หลงกลหรอกครับ เพราะผมฉลาด (เพลงขวัญ) "อะไรของเขา ใครจะไปอยากได้เบอร์ของเขากัน หลงตัวเองชะมัด" เพลงขวัญมองตามคนที่วิ่งไป แล้วบ่นออกมาเบา ๆ เธอคิดว่ายังไงก็ต้องหาวิธีใช้เงินคืนเขาแน่ ๆ ก่อนที่จะหน้าแดงขึ้นมา เมื่อคิดถึงของที่อยู่ในถุง "ตายแล้ว มีผ้าอนามัยด้วย เขาคงไม่เห็นหรอกนะ" เพลงขวัญพูดขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปที่คณะบริหารทันที สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเพลงขวัญ รัตนเมธา หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเพลงก็ได้ค่ะ วันนี้เปิดเรียนวันแรก ฉันยอมรับว่าตื่นเต้นมาก ๆ ทำให้ไม่ได้ทานข้าวมาจากบ้าน เพราะตื่นสาย พอมาถึงมหาวิทยาลัยก็เลยแวะร้านสะดวกซื้อ จนเกิดเรื่องเพราะแอปธนาคารล่มนั่นแหละ "ต้องยอมรับว่ารุ่นพี่คนนั้นหน้าตาดีจริง ๆ ถึงแม้จะชอบทำหน้าหงุดหงิดและปากจัดไปหน่อย ไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร แต่ใส่ช็อปคงเรียนวิศวะแน่ ๆ ยังไงเราก็ต้องหาวิธีคืนเงินเขาให้ได้ แต่ตอนนี้คงต้องรีบไปเรียนก่อนดีกว่า ว่าแต่ไปทางไหนล่ะเนี่ย" เพลงขวัญพูดกับตัวเองเบา ๆ และรีบเดินไปหาอาคารเรียน ระหว่างที่เพลงขวัญเดินและก้มหน้าดูเส้นทางในแผนที่อยู่นั้น เธอก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง พอเงยขึ้นมองก็เป็นผู้ชาย "ขอโทษค่ะ" เพลงขวัญถอยออกมานิดหนึ่ง แล้วพูดขอโทษพร้อมกับส่งสีหน้าสำนึกผิดออกไป ติณณ์ที่เป็นรุ่นพี่ปีสี่ คณะบริหาร เห็นหน้าคนที่ชนก็ส่งยิ้มบาง ๆ ให้ เพราะเขารู้ว่าเธอเป็นรุ่นน้องคณะ เนื่องจากเคยเจอกันตอนที่เด็กปีหนึ่งมารายงานตัว "ไม่เป็นไรครับ น้องปีหนึ่ง คณะบริหารใช่มั้ย ทำไมยังไม่ขึ้นเรียนอีก" ติณณ์ถามออกไปอย่างสงสัย "ใช่ค่ะ คือพอดีเพลงกำลังจะขึ้นเรียนค่ะ แต่ยังหาอาคารเรียนไม่เจอ" เพลงขวัญตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มแห้ง ๆ "แล้วเรียนอาคารไหนล่ะ เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง" ติณณ์ถามอย่างใจดี เพราะเขาถือว่าเธอเป็นน้องในคณะเดียวกัน "ไม่เป็นไรค่ะ บอกทางเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเพลงเดินไปเอง" เพลงขวัญบอกอย่างเกรงใจ จังหวะนั้นติณณ์เหลือบตาไปเห็นหนังสือเรียนของเพลงขวัญพอดี... "วิชานี้เรียนอาคารเดียวกันกับพี่เลย มา... เดี๋ยวพี่พาไปดีกว่า พี่ก็จะไปเรียนเหมือนกัน ไม่ต้องเกรงใจ" ติณณ์พูดขึ้นพร้อมกับเอาหนังสือให้เธอดู "ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยนะคะ" เพลงขวัญตอบรับด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น จากนั้นทั้งสองคนก็เดินมาที่อาคารเรียนของคณะบริหาร ก่อนจะแยกย้ายกันไป "ขอบคุณนะคะ" เพลงขวัญบอกแค่นั้น แล้วก็รีบขึ้นไปเรียน ส่วนติณณ์ก็เดินไปที่ห้องเรียนของตัวเองเหมือนกัน โดยทั้งสองไม่รู้เลยว่ามีกลุ่มเพื่อน ๆ ของติณณ์ที่มองลงมาจากอาคาร เมื่อติณณ์ไปถึงก็ถูกแซวทันที "อะไรวะเพื่อน เปิดเรียนวันแรก ก็จีบน้องปีหนึ่งเลยเหรอวะ แล้วพี่ปีสี่คนนั้นจะเอาไปไว้ไหน" แชมป์เพื่อนของติณณ์แซวขึ้นแบบกวน ๆ "พูดอะไรของมึง ไร้สาระ" ติณณ์ตอบกลับไปแบบไม่ใส่ใจเท่าไร "ใช่ ไอ้แชมป์ มึงอะถามไร้สาระมาก ไอ้ติณณ์มันไม่สนใจใครหรอก มันรักลูกหว้าจะตาย" กัปตันพูดเหมือนจะเข้าข้างติณณ์ แต่สายตาที่ส่งมานั้น มีแววล้อเลียนอย่างมาก "แต่น้องคนเมื่อกี้สวยดีนะโว้ย ถ้ามึงไม่จีบ... กูจีบ" แชมป์พูดขึ้นมาอย่างหยอกล้อ "จีบอะไรของมึง น้องเขายังเด็กอยู่เลย ดูใสซื่อบริสุทธิ์ อายุถึงสิบแปดยังเถอะ ระวังคุกนะมึง อีกอย่างจีบสุ่มสี่สุ่มห้า ระวังเจอตอนะ" ติณณ์เตือนเพื่อนอย่างหวังดี ส่วนเขาไม่คิดจะจีบใครอยู่แล้ว เพราะเขาชอบเพื่อนร่วมคณะอย่างลูกหว้าไปแล้ว "ใช่ ที่นี่มีแต่ลูกท่านหลานเธอมาเรียน ไม่อย่างนั้นก็เป็นพวกคนรวยที่มีอำนาจทางธุรกิจ ทั้งสีขาวและสีเทาทั้งนั้น มึงก็ระวังตัวไว้หน่อยนะไอ้แชมป์" กัปตันเตือนอย่างหวังดี พวกเขาสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มาเรียนปีหนึ่ง จนตอนนี้อยู่ปีสี่กันแล้ว ครอบครัวก็มีฐานะพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือย ทำให้หลายคนคิดว่าพวกเขาเป็นนักเรียนทุนเท่านั้น "จริงด้วย ที่นี่ตอเยอะซะด้วยสิ เมื่อวันก่อนเห็นว่ามีคนหนึ่งไปจีบเด็กของเสี่ยเข้า แล้วถูกเสี่ยจับได้ อุ้มไปซ้อมปางตาย ขนาดผู้ชายคนนั้นเป็นถึงดาราเลยนะมึง" แชมป์พูดขึ้นอย่างเสียวสันหลัง ที่นี่นอกจากมีลูกท่านหลานเธอแล้ว ยังมีพวกเด็กของเสี่ยกระเป๋าหนัก นอกจากนี้ยังมีพวกดารา นักร้อง ที่ได้ทุนมาเรียน เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้กับทางมหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งคนพวกนี้จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ "แต่กูว่าน้องคนนั้นคงไม่ใช่เด็กเสี่ยหรอก ผิวดีขนาดนั้น พูดจาก็น่ารัก" ติณณ์พูดแย้งขึ้นมาทันที "งั้นกูจีบ คนอะไรเรียบร้อยน่ารัก ตัวเล็ก สเปกเลยว่ะ" แชมป์พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเพ้อฝัน "ไอ้ห่า... ไอ้ติณณ์มันก็พึ่งบอกว่าน้องเขาอายุไม่ถึงยี่สิบ มึงอยากติดคุกเหรอวะ กูบอกไว้ก่อนนะโว้ย ว่าเรื่องนี้กูจะไม่ยุ่ง" กัปตันรีบพูดขึ้นทันที "เออ... ไม่จีบก็ไม่จีบ" แชมป์พูดขึ้นอย่างยอมแพ้ "ดี ปล่อยน้องเขาไปเถอะ พวกเราก็เข้าห้องเรียนกันได้แล้ว มัวแต่คุยไร้สาระอยู่ได้" ติณณ์พูดจบ ก็เดินเข้าห้องเรียนไป "สวัสดีลูกหว้า เป็นยังไงบ้าง ปิดเทอมไปเที่ยวต่างประเทศมาสนุกมั้ย" ติณณ์เดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ หญิงสาวคนหนึ่งแล้วถามขึ้น "สวัสดีติณณ์ ก็งั้น ๆ แหละ ไปเยี่ยมคุณป้าที่อังกฤษน่ะ เลยถือโอกาสเที่ยวพักผ่อน" ลูกหว้าหันมาตอบติณณ์เหมือนไม่มีอะไร จริง ๆ เธอไม่ได้ไปเที่ยวหรอก แต่ไปทำงานที่ร้านอาหารของป้าที่อังกฤษ เพื่อหาเงินค่าเทอมต่างหาก เพราะฐานะที่บ้านเธอก็ไม่ได้ร่ำรวยมากมายอะไร "ดีจัง ส่วนเราไปช่วยงานที่บ้านน่ะ ไม่ได้ไปไหนเลย ช่วงนี้เป็นช่วง High Season ลูกค้าเลยเยอะ นี่เรามีของมาฝากด้วยนะ" ติณณ์พูดขึ้นและส่งกล่องเล็ก ๆ ให้ลูกหว้า "อะไรเหรอ" ลูกหว้าถามอย่างตื่นเต้น เพราะบ้านติณณ์มีโรงแรมอยู่ที่ภูเก็ต แล้วเขามักจะมีของสวย ๆ มาฝากเธอบ่อย ๆ "เปิดดูสิ" ติณณ์บอกยิ้ม ๆ "ว้าว~ น่ารักจัง ใส่ให้หน่อยสิ" ลูกหว้าเปิดออกดู ก็ตาลุกวาวเพราะมันคือกำไลเล็ก ๆ น่ารัก ๆ และที่สำคัญมันประดับด้วยเพชร ติณณ์ใส่กำไลให้หญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ดีใจที่เธอชอบสิ่งที่เขาซื้อให้ ส่วนแชมป์กับกัปตันก็ได้แต่มองหน้ากันแล้วเบะปากมองบน เพราะพวกเขารู้ว่าติณณ์รักลูกหว้ามากและรักมานานแล้ว เพื่อนของเขาเคยสารภาพรักและขอเป็นแฟนแล้ว แต่ลูกหว้าบอกว่าไม่อยากมีแฟนในวัยเรียน เพราะพ่อแม่ห้ามไว้ ขอให้เป็นเพื่อนสนิทกันไปก่อน แต่ทั้งสองคนรู้ว่าความจริงแล้วลูกหว้าแอบชอบเพื่อนสมัยมัธยมที่ตอนนี้เรียนอยู่คณะวิศวะ อย่างวายุหรือลมต่างหาก "ไอ้มดแดงแฝงมะม่วง ได้แต่เฝ้าแต่ไม่ได้กิน" แชมป์พูดกับ กัปตันเบา ๆ "ไอ้เสียเป็นแสน แขนไม่ได้จับ เพราะความเป็นสุภาพบุรุษ กูล่ะสงสารไอ้ติณณ์จริง ๆ แม่ง... เก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องความรัก" กัปตันพูดขึ้นบ้าง "หุบปาก อาจารย์มาแล้ว" ติณณ์ที่ถูกนินทาระยะเผาขน ก็หันมาดุเพื่อนเสียงเข้ม "อุ๊บบบบ" ทำให้แชมป์กับกัปตันยกมือปิดปากตัวเองอย่างล้อเลียนทันที
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม