"มองอะไรครับ" เขาจำได้แต่แรกแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือแฟนเก่าของเธอที่หยอกล้อกันตอนเจอหน้า เพราะรูปภาพที่ญาติของเธอส่งมาให้ดูก็เป็นผู้ชายคนนี้แหละที่ถ่ายคู่กัน แถมภาพที่ถ่ายอิงแอบแนบชิดมาก
"ไม่เบานะครับ"
"......" หรือว่าเขาจะรู้แล้วว่าเราคือใคร แต่คงรู้แล้วล่ะ ในเมื่อถูกอีกฝ่ายมองของหวงแล้วนับเก้าเลยมองคืนบ้าง แล้วก็เห็นว่าผู้ชายคนนี้ก็ไม่เบาเหมือนกัน ถึงว่าเธอติดหนึบเลย
หลังจากเสร็จธุระแล้วนับเก้าก็เดินมาล้างมือที่อ่างล้างมือ ชายคนเดิมก็ตามมาขอล้างด้วย เขาเลยรีบชักมือออกจากอ่างเพราะอีกฝ่ายจะล้างอ่างเดียวกัน
"เมื่อกี้ผมเห็นว่าก๊อกนี้น้ำไม่ไหล ไม่ทำให้คุณตกใจใช่ไหมครับ"
เขาไม่อยากจะเสวนาด้วยเลยรีบเดินออกมาจากห้องน้ำ ออกมาก็ไม่เห็นเธออยู่แถวนี้แต่ก็ไม่ได้มองเข้าไปดูในห้องน้ำผู้หญิงหรอก
มาถึงโต๊ะก็ยังไม่เห็นเธอมาแสดงว่ายังอยู่ในห้องน้ำหรือรอคุยกับคนรักอยู่ คงเป็นแบบนั้นสินะ
ทีแรกว่าจะกลับก่อนแล้วล่ะแต่ถ้ากลับก่อนมันจะเป็นการเปิดทางให้เธอเกินไปอยู่เป็นก้างมันแบบนี้แหละ
หลังจากพูดคุยกับเพื่อนแล้ววารินทร์ก็กลับมาที่โต๊ะ
ตอนที่เธอนั่งลงเขาก็อดมองไปดูโต๊ะนั้นไม่ได้และก็เห็นว่าโต๊ะนั้นก็กลับมาจากห้องน้ำแล้วเหมือนกัน
เป๊ง! สะโพกของวารินทร์เพิ่งจะวางลงกับโซฟาอีกฝ่ายก็ชนแก้วรอแล้ว
ดื่มอีกแล้วเหรอเนี่ยแค่สองแก้วก็จะไม่ไหวแล้วนะ เดี๋ยวเขาหาว่าเราคออ่อนดื่มอีกสักแก้วคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ..วารินทร์เลยหยิบแก้วขึ้นมาจิบดื่ม
"ดื่มอีกสิครับ" เห็นว่าแก้วนั้นเธอดื่มไปได้แค่ครึ่งแก้วเขาเลยขอชนอีกรอบ
"ฉันต้องขับรถค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว"
"เดี๋ยวผมขับให้ก็ได้"
"แล้วรถของคุณล่ะคะ"
"รถผมก็จอดไว้ที่นี่"
"ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ ฉันว่าตอนนี้มันดึกแล้วกลับกันดีกว่าไหมคะ" อย่าคิดว่าฉันจะหลงกลนะ อยากเจาะไข่แดงฉันก่อนแต่งงานล่ะสิ ไม่ได้แอ้มฉันหรอกย่ะ
วารินทร์ไม่รอให้เขาพูดอะไรอีกเธอก็หยิบเอากระเป๋าสะพาย ถึงยังไงทั้งสองก็ไม่ได้มารถคันเดียวกันอยู่แล้ว
"คุณรินครับ"
"คะ//คะ" ได้ยินเสียงเขาเรียกเมื่อสักครู่วารินทร์ที่สะพายกระเป๋าเตรียมจะออกไปแล้วหันกลับมา แต่ทำไมเธอได้ยินเสียงพนักงานเสิร์ฟขานรับอีกคนล่ะ
"เช็คบิลเลยครับ" เมื่อสักครู่นับเก้าจงใจและก็ได้ผล เพราะเธอชื่อวารินทร์เขาคิดว่าชื่อเล่นต้องชื่อรินเหมือนกันแน่ แต่ตอนที่เขาบอกให้น้ำรินเช็คบิลสายตาเขาไม่ได้มองมาที่วารินทร์เลยแม้แต่น้อย
อะไรกันพนักงานเสิร์ฟคนนี้ก็ชื่อรินทร์เหรอ? ทำไมเขาเรียกเหมือนสนิทสนมเลยล่ะ ยังมาทำให้เราหน้าแตกอีกหมอไม่รับเย็บเลยเห็นไหมเนี่ย
จะเรียกว่าสะบัดบ๊อบเลยก็ได้ ดีนะที่เขาไม่ได้มองมาหน้าแตกเงียบๆ คนเดียวก็ได้วะ
แต่พอวารินทร์เดินออกไปนับเก้าถึงได้ปรายหางตามองตามหลัง และเขาก็อดมองสะโพกเวลาที่เธอก้าวเดินไม่ได้
น้ำรินเห็นสายตาเขามองเลยมองตามและก็เห็นว่าท่านรองมองสะโพกฝ่ายหญิง ชอบแบบนี้เองเหรอ ว่าแต่ของเราก็ไม่ได้น้อยไปกว่าของผู้หญิงคนนั้นเลยนี่
หลังจากเช็คบิลเสร็จแล้วนับเก้าก็เดินออกมา ส่วนน้ำรินก็ต้องไปรับแขกโต๊ะอื่นต่อ
"?" ทีแรกอัศวินว่าจะไม่เข้ามาแล้วล่ะเพราะญาดาไม่สบายแต่มีเรื่องให้ต้องได้เข้ามาดูงานก่อน ตอนเดินเข้ามาปั้นหน้ายิ้มตั้งแต่ทางเข้าแล้ว พอมาถึงเพื่อนจริงๆ อีกฝ่ายกลับเดินสวนไปเหมือนไม่รู้จักกัน "คุณนับเก้าครับ"
"......." ได้ยินคนเรียกชื่อนับเก้าเลยหยุดแล้วหันกลับมามอง
"คุณจริงๆ ด้วย" เดาไม่ยากหรอกเพราะถ้าเป็นนพเก้าคงแวะทักทายกันก่อนแล้วแต่นี่เหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน ถึงแม้จะเคยเจอกันอยู่โรงแรมมาครั้งหนึ่งแล้วเพราะตอนนั้นอัศวินคิดว่าเป็นนพเก้าเลยกอดคอแล้วพาอีกฝ่ายเข้างานแต่ง เข้าไปถึงได้รู้ว่าคนนี้คือฝาแฝดของเพื่อนที่เป็นรองสารวัตร (เรื่องของอัศวินกับญาดาอยู่ในเรื่องใต้อาณัติอัศวินนะคะ)
"คุณ?"
"ผมอัศวินเพื่อนของนพเก้าไงครับ"
"อ๋อผมจำได้แล้ว คุณเป็นเจ้าของที่นี่เหรอครับ"
"ใช่แล้วครับ คุณมาเที่ยวหรือครับ"
"มาดื่มนิดหน่อยครับกำลังจะกลับ"
"ทำไมกลับเร็วจังล่ะครับ เข้าไปนั่งคุยกันในห้องส่วนตัวก่อนไหมครับ"
"ไม่ดีกว่าครับ ขอตัวนะครับ" ชายคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของแฝดผู้น้องนับเก้าเลยไม่อยากมาสนิทด้วย ว่าแต่นพเก้าก็เลือกคบเพื่อนอยู่นี่ วันนั้นเห็นมีทั้งหมอและปลัด
ดึกๆ คืนนั้นที่บ้านวรินทร
"พ่อยังไม่ขึ้นนอนอีกเหรอคะ" กลับมาถึงบ้านก็เห็นพ่อนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก
"เราอย่าทำให้ธุรกิจของพ่อเสียนะ"
"เสียยังไงคะ"
"เกียรติบดินทร์เป็นทางเลือกเดียวที่จะฟื้นฟูธุรกิจของวรินทรได้"
"พ่อให้ไปทานข้าวกับเขารินทร์ก็ไปทานมาแล้วนี่ไงคะ"
"แล้วเราพาเขาไปเที่ยวที่ไหนต่อ"
"ก็แค่ไปดื่มต่อกันเอง"
"อยากทำให้ฝ่ายชายเห็นมากนักหรือไงว่าเราชอบเที่ยวกลางคืน ไม่กลัวเขาคิดว่าเราเป็นผู้หญิงใจแตกเหรอ"
"อะไรกันคะ แค่ไปดื่มต้องพูดแรงขนาดนี้เลยเหรอ"
"อย่าลืมนะว่าเราคือทายาทคนเดียวของพ่อ หรือจะให้พ่อเปลี่ยนทายาทดีล่ะ" พ่อชอบขู่คำนี้แหละเพราะภรรยาของพ่อก็อายุยังไม่มากแถมยังจดทะเบียนสมรสด้วยกัน ถ้าเปลี่ยนทายาทก็คงต้องเป็นนางแล้วล่ะ และทั้งสองก็ไม่ถูกกันด้วยเลยชิงดีชิงเด่น พ่อให้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้เธอเลยต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย
"ก็ได้ค่ะ วันหลังรินทร์จะชวนเขาไปวัดแล้วกัน"