17.00 น.
“ ทุกคนคะขนมกลับก่อนนะคะ ”
“ ค่ะน้องขนม ไว้เจอกันนะคะ ”
“ ^^ ”
คาเฟ่ปิดตอนเวลาสี่ทุ่มของทุกวัน แต่ช่วงสอบคาเฟ่ของพี่แจนเปิดเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยล่ะ เพื่อเป็นอีกสถานที่ที่ใช้ในการอ่านหนังสือ ฉันเสตามองไปยังทางที่ครามนั่งอยู่ ไอ้หมอนั่นก็ยังนั่งอยู่จริงๆ นั่งเฉยๆมองมาทางนี้ตลอด เพื่อนตัวเองก็มีไม่คิดจะคุยกันบ้างหรอ ตอนที่ครามมาก็สี่โมงกว่าแล้ว เลยไม่ได้นั่งรอฉันนานมาก ส่วนตาที่มองมานั้นเหมือนบอกให้ฉันเดินไปหาไวๆเลย ฉันเลยเดินเข้าไปเก็บผ้ากันเปื้อน เอากระเป๋าแล้วก็ไม่ลืมที่จะเติมหน้าดูแลตวามเรียบร้อยของตัวเองก่อนที่จะเดินออกไปพบกับคราม
ไอ้หมอนี่เลิ่กคิ้วข้างนึงใส่ฉันเชิงคำถาม ใบหน้าขาวใส สันกรามชัดรับกับจมูกโด่งๆ ที่โด่งแบบเป็นสันขึ้นมาแทยจะชนเพดานเลยล่ะ ตาคมติดดุๆคิ้วเข้มๆ ไหนจะปากบางๆสีเชอร์รี่ เรือนผมสีดำสลวยตัดทรงมัลเล็ตทำให้เห็นจิวเล็กๆที่หู แต่จุดที่ดึงดูดสายตาฉันมากที่สุดคงเป็นไฝเล็กๆที่หางตามันทำให้ใบหน้าหล่อเหล่าดูเป็นหนุ่มมาดนิ่งขี้หงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปอีก ครามสูงน่าจะราวๆ 185 เซนติเมตรได้ ไหล่กว้างๆใต้เสื้อยืดสีดำที่คุมทับด้วยเสื้อช็อปวิศวะนั่นอีก ลำคอยาวๆที่สวมสร้อยแบรนด์เนมที่ปลายสร้อยเป็นเกียร์รุ่นวิศวะ หุ่นดีจังวะ ฉันได้แต่คิดมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วว่าเจ้าเด็กนี่โตไปคงหล่อน่าดู โตมาอย่างมีคุณภาพจริงๆเพื่อนฉันเนี่ย แฟนมันคงหึงน่าดูมีแฟนหล่อแซ่บบ้านรวยขนาดนี้
“ เลิกแล้ว ”
เชื่อไหมแค่มองตาก็เหมือนรู้ใจกันแล้วว่าต้องการอะไร
ฟุบ
“ จะไปไหนกันหรอ ”
หนึ่งในเพื่อนของครามคนที่ถามชื่อฉันตอนแรกถามขึ้น คนนี้ก็หล่อ พอสังเกตุดีๆกลุ่มนี้มันหล่อจึ้งกันทุกคนเลยนี่นา
“ เคลียร์ปัญหา ”
“ จิ๊ ”
ฉันจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ใส่ไอ้ตัวดีที่จ้องจะเหน็บฉันทุกครั้งที่มีโอกาส
“ สองคนนี้เป็นไรกันอะ แฟนหรอ ”
“ ไม่ใช่ค่ะ ”
“ แล้วเป็นอะไรกัน ”
“ เป็นเพื่อนค่ะ ”
“ งั้นก็แปลว่าจีบได้ใช่ไหม ”
“ ไม่ได้ ”
ครามตอบออกมาทันทีหลังจากที่เพื่อนครามบอกว่าจะจีบฉัน
“ ทำไมครับคุณคราม ”
“ เจ้าชู้อย่างมึงไม่เหมาะกับเพื่อนกูหรอกไอ้เสือ ”
“ แล้วเหมาะกับซากิไหมครับคุณคราม ”
“ มึงก็ใช่ย่อย ”
“ ไป ”
ครามแบมือออกมาด้านหน้าฉัน แล้วฉันก็ทำมันด้วยความเคยชินเหมือนเมื่อก่อน คือยื่นกระเป๋าสะพายให้ครามถือ ครามเอาไปถือไว้อีกมือ ส่วนอีกมือนั้น
หมับ
ฉันยื่นมือไปจับมือของครามเอาไว้ก่อนที่เราจะเดินออกจากคาเฟ่ไปโดยไม่สนใจว่าใครจะมองมาที่เราแล้วซุบซิบกัน
“ หืม เพื่อนแบบไหนของมันวะ ”
“ เออ ถึงขั้นที่คนขี้เบื่อโลกอย่างไอ้คราม เดินจูงมือถือกระเป๋าให้ แปลกๆนะครับ ”
“ พวกมึงไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของมันหรอก เดี๋ยวมันก็ด่าให้ ”
ซากิและเสือทำได้แค่ยักไหล่แบบช่วยไม่ได้ ทำให้พร้อมรบส่ายหัวด้วยความเอือมระอากับเพื่อนทั้งสองก่อนจะเดินออกจากคาเฟ่ไป
ตึก ตึก ตึก
“ คราม ”
“ อืม ”
“ หิวอะ ”
“ เดี๋ยวหาไรให้กิน วันนี้มาเรียนยังไง ”
“ รถไฟฟ้า ”
“ อืมเดี๋ยวไปส่ง ”
“ ปล่อยมือก่อนก็ได้คนมองเต็มเลย ”
“ หึ เพิ่งนึกออก? ”
กึด
นอกจากครามจะไม่ปล่อยมือแล้ว ครามยังกระชับมือให้แน่นขึ้นเหมือนกลัวว่าฉันจะสะบัดมือแล้วหนีไป เราเดินมาเรื่อยๆโดยมีสายตาหลายคู่มองมา แต่ครามก็เลือกที่จะไม่สนใจ นี่ฉันไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าเพื่อนฉันเป็นคนดังขนาดนี้ เมื่อมาถึงรถหรูสีดำสนิทที่จอดอยู่ในโรงจอดรถครามเปิดประตูรถให้แล้วพยักเพยิดหน้าสั่งให้ฉันเข้าไปนั่งในรถ ฉันมองค้อนครามไปหนึ่งทีก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งในรถอย่างว่าง่าย
“ เราทำเองได้หน่า ”
ครามเอี้ยวตัวมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับฉัน ถึงปากฉันจะบ่นแต่ฉันก็ไม่ได้แย่งครามคาดเข็มขัดเองหรอกนะ สมัยก่อนครามก็ดูแลฉันดีแบบนี้แหละ ฉันแทบจะไม่ต้องทำอะไรเองเลย ขนาดเพื่อนมันยังดูแลดีขนาดนี้เลย ถ้ามีแฟนคงดูแลแฟนดีกว่านี้แน่เลย
“ ไปไหนหรอ ”
“ … ”
“ คราม~ ”
“ เห้อ คอนโด ”
นิสัยพูดน้อยเหมือนยิ่งโตจะยิ่งเป็นหนักกว่าเดิมอีกนะเนี่ย ภายในรถเงียบมากๆปนอึดอัดเล็กน้อยด้วย ฉันไม่รู้จะเริ่มที่ตรงไหน ไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี ครามจะรู้สึกยังไงนะ พูดตามตรงฉันไม่ได้เตรียมใจไว้เลยว่าวันนึงจะได้วนกลับมาเจอกับครามอีกครั้ง ในเมื่อโลกของเรามันเหมือนเส้นขนาดกันไปแล้ว อยู่มหาลัยฉันก็อยู่แค่ในคณะตัวเองไม่ค่อยได้สนใจโลกภายนอกสักเท่าไหร่ ก็คงไม่แปลกที่จะไม่รู้ว่าเรียนมหาลัยเดียวกันกับคราม แล้วก็พึ่งจะเห็นนี่แหละว่าครามกับกลุ่มเพื่อนก็เป็นบุคคลที่ฮอตในมหาลัยของฉันพอตัว ก็ดูจากการที่ไปไหนมาไหนก็เป็นที่สนใจของทุกคน เห้อ ไม่รู้แล้วอะไรจะเกิดก็เกิด ฉันนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างมองทิวทัศน์เบื้องหน้าพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
สาวสวยตัวเล็กได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ ทำหน้ามุ่ย เหมือนใช้ความคิดอย่างจริงจังโดยไม่ทันสังเกตเลยว่ามีใครบางคนแอบมองใบหน้าสวยตลอดทาง พลางคิดในใจ ยังอีกไกลเลยสินะ
“ ถึงแล้ว ”
“ ว้าว หรูจังเลย ”
เมื่อมาถึงคอนโดในความหมายของคราม แต่จริงๆแล้วนี่มันคือเพนเฮาส์สุดหรูเลยต่างหาก อย่างว่าแหละลูกชายเจ้าของโรงแรมสุดหรูจะอยู่แค่ห้องธรรมดาๆได้ยังไง จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกเลยก็ได้มั้ง ที่ฉันได้อยู่กับผู้ชายแบบสองต่อสองตั้งแต่ออกมาจากบ้านมา แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเนี่องจากฝ่ายตรงข้ามเป็นครามที่เป็นเพื่อนสนิทของฉันตั้งแต่เด็กก็ได้มั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันลืมคิดไปคือครามมีแฟนอยูแล้วรึเปล่านะ ถ้าแฟนครามรู้เธอต้องรู้สึกไม่ดีแน่ๆเลย ที่แฟนพาผู้หญิงเข้าห้อง ถึงแม้จะเป็นเพื่อนก็เถอะ
“ แล้วแฟนครามล่ะ ”
มือหนาที่กำลังเปิดประตูเพนเฮาส์หยุดชะงักนิดนึงก่อนเจ้าตัวจะตอบออกมานิ่งๆ
“ ไม่มี ”
“ แน่นะ ”
“ ทำไม ”
คนตัวสูงเดินเข้าไปด้านในห้องสุดหรูที่คุมโทนสีน้ำตาลเข้มทั้งห้อง ให้ความรู้สึกลึกลับแต่ก็อบอุ่นไม่ได้ดูอึดอัดอย่างที่คิด
“ พาผู้หญิงเข้าห้องเดี๋ยวแฟนก็หึงหรอก ”
“ ไม่มี ”
“ โอเค ห้องสวยจัง ”
“ ชอบไหม ”
“ ชอบสิ สวยมากๆเลย ”
“ ชอบก็ดีแล้ว ”
“ ห้ะ? ”
“ ไปนั่งรอที่โซฟา ”
ฉันทำตามอย่างว่าง่ายตามคำบอกของเจ้าของห้อง ครามเดินหายเข้าไปที่ห้องใดซักสักห้องหนึ่ง ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมกับห่อขนมมากมาย รวมทั้งถอดเสื้อช็อปออกไปแล้ว เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ขายาว ทำให้ครามดูดีไปอีกแบบ
“ นั่งกินรอไปก่อน สั่งอาหารไปแล้วเดี๋ยวก็มาส่ง ฉันขอออกไปคุยโทรศัพท์แปปนึง ”
หงึก หงึก