เช้าวันรุ่งขึ้น
บรรยากาศหน้าคฤหาสน์สิงหราชดูวุ่นวายกว่าปกติ รามสูรอยู่ในชุดกางเกงยีนส์สีเข้มกับเสื้อเชิ้ตที่ดูเรียบง่ายแต่ยังคงความน่าเกรงขาม เขาสั่งการลูกน้องเตรียมขบวนรถคุ้มกันอย่างรัดกุม เพราะเขารู้ดีว่าการเดินทางไปหา ท่านผู้หญิงลัดดา ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตามหาแม่ของไอริน แต่มันคือการเปิดแผลเป็นในอดีตของตระกูล
"ริน พร้อมไหม" รามสูรหันไปถามร่างเล็กที่ยืนกำสายกระเป๋าสะพายแน่น ไอริน พยักหน้าเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความหวังและความกังวลปนกัน
"พร้อมค่ะคุณราม... แต่พี่เมฆาหายไปไหนคะ"
"นั่นไงครับ! มาแล้วครับ! ขบวนความฮาเคลื่อนที่มาแล้ว " รามสูรเอ่ยพลางมองไปที่เมฆาวิ่งกระหืดกระหอบออกมาพร้อมกับถุงใบใหญ่
"ผมไปแวะซื้อขนมไข่เจ้าดังมาครับบอส เห็นว่าท่านผู้หญิงลัดดาชอบทานมาก เราไปแบบมือเปล่าไม่ได้ เดี๋ยวท่านไม่ยกลูกสาว... เอ้ย! ไม่ยอมเปิดปากเล่าความลับให้น้องรินฟัง"
"ไปขึ้นรถได้แล้วเมฆา ก่อนที่ฉันจะเอาขนมไข่แกยัดปากทิ้ง" รามสูรตัดบทพลางประคองไอรินขึ้นรถ SUV กันกระสุน
ขบวนรถเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์โบราณแถบชานเมือง โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นรถสปอร์ตสีแดงเพลิงของ เรน่า ที่แอบขับตามห่างๆ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอาฆาต
"คิดจะไปหาที่พึ่งงั้นเหรอ อย่าหวังเลยว่าฉันจะปล่อยให้แกได้ดีไปกว่าฉัน" เรน่ากดโทรศัพท์หาใครบางคน
"สิงห์... ไอ้พวกนั้นกำลังออกไปนอกเขตพื้นที่ของมันแล้ว เตรียมคนของแกไว้ให้พร้อม ฉันจะสกัดขบวนมันเอง!"
ภายในรถฝั่งรามสูร
ภายในรถที่เงียบสงัด เมฆาที่นั่งเบาะหน้าพยายามจะสร้างบรรยากาศไม่ให้ไอรินเครียดจนเกินไป
"น้องรินครับ รู้ไหมว่าท่านผู้หญิงลัดดาเนี่ย ท่านดุพอๆ กับบอสเลยนะ แต่ท่านมีจุดอ่อนอยู่หนึ่งอย่าง"
"อะไรเหรอคะพี่เมฆา" ไอรินถามอย่างสนใจ
"ท่านชอบคนหน้าตาดีครับ! ดูสิ บอสถึงได้รีบแต่งตัวหล่อขนาดนี้กะจะเอาใจท่านผู้หญิงเต็มที่ ส่วนผมเนี่ย... เตรียมตัวไปรับบทลูกเขยสำรอง ถ้าบอสทำคะแนนไม่ผ่านนะจ๊ะ"
โป๊ก!
รามสูรใช้เอกสารในมือเคาะหัวเมฆาเบาๆ
"เอาเวลาเพ้อเจ้อไปคอยมองกระจกหลังบ้าง มีรถตามเรามาตั้งแต่ห้านาทีที่แล้วแกยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ" เมฆารีบเปลี่ยนโหมดเป็นจริงจังทันที เขามองกระจกหลังแล้วแสยะยิ้ม
"อ๋อ... รถสปอร์ตสีแดงเด่นสง่าขนาดนั้น นึกว่านกแก้วคาบข่าวมาส่งซะอีก บอสครับ... ให้ผมดีดนิ้วสั่งลูกน้องสกัดเลยไหม"
"ยัง... ปล่อยให้มันตามมา ดูสิว่ามันจะทำอะไรได้มากกว่าขับรถตาม ริน ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจัดการเอง" รามสูรโอบไหล่ไอรินให้เข้ามาชิดตัว
เมื่อขบวนรถเลี้ยวเข้าสู่เขตป่ารอยต่อจังหวัด ทางเดินเริ่มแคบลง ทันใดนั้น รถกระบะสองคันก็พุ่งออกมาขวางหน้าขบวนรถไว้
"เฮ้ย! มาว่ะบอส น้องรินหมอบลงครับ เดี๋ยวพี่เมฆาจะโชว์ลีลามือปืนสายฮาให้ดู"เมฆาตะโกนพร้อมชักปืนคู่ใจออกมา
เสียงปืนดังขึ้นประปรายเป็นการขู่ รามสูรนิ่งสงบผิดปกติ เขาไม่ได้สั่งให้ลูกน้องยิงสวนในทันที แต่เขากลับลดกระจกลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่ก้าวลงมาจากรถกระบะไม่ใช่ลูกน้องของสิงห์... แต่เป็นคนของท่านผู้หญิงลัดดา
"หยุดก่อนเมฆา!" รามสูรเอ่ยห้าม มีชายแก่ในชุดซาฟารีเรียบร้อยเดินเข้ามาที่ข้างรถ
"คุณรามสูรครับ ท่านผู้หญิงทราบแล้วว่าคุณจะมา... แต่ท่านสั่งไว้ว่า ให้คุณเข้าไปได้คนเดียวพร้อมกับคุณหนูไอริน ส่วนคนอื่น... รวมทั้งนกแก้วที่แอบตามมาข้างหลังนั่น ให้รออยู่ข้างนอก"
"อ้าว! แล้วขนมไข่ผมล่ะลุง ผมอุตส่าห์ต่อคิวซื้อมาตั้งนาน"เมฆาหน้าเหวอ
"เอาฝากไว้ที่ผมก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมกิน... เอ้ย! เดี๋ยวผมเอาไปถวายให้" ลุงคนขับรถตอบนิ่งๆ ทำเอาเมฆาทำหน้างอเหมือนเด็กอดขนม
ขบวนรถของรามสูรได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปจนถึงหน้าคฤหาสน์ทรงไทยประยุกต์ที่ร่มรื่น รามสูรพยุงไอรินลงจากรถ แววตาเขามีร่องรอยของความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"คุณราม... มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"ริน... บ้านหลังนี้คือที่ที่แม่ฉันเคยโตมา และท่านผู้หญิงลัดดา ก็คือคนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนที่ไฟไหม้บ้านสวนนั่นจริงๆ"รามสูรเอ่ยสารภาพ
ทันทีที่ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่เปิดออก หญิงสูงวัยในชุดผ้าไหมสีนวลนั่งสง่าอยู่บนตั่งไม้ ข้างๆ เธอมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่นั่งก้มหน้าเย็บผ้าอยู่ ใบหน้าของหญิงคนนั้นมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างแก้ม แต่ดวงตาและโครงหน้า... ช่างละม้ายคล้ายกับไอรินจนน่าตกใจ!
ไอรินหยุดกะทันหัน หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ "คุณแม่..."
หญิงที่เย็บผ้าอยู่เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ แววตาที่ดูว่างเปล่าในคราแรกกลับสั่นไหวเมื่อเห็นสร้อยพระที่คอของไอริน
"ริน... ลูกรินเหรอ" เสียงนั้นแหบพร่าแต่ทรงพลังจนไอรินน้ำตาร่วงหล่นในทันที
รามสูรมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ตีกันในอก เพราะเขารู้ดีว่า... ความลับที่ท่านผู้หญิงลัดดากำลังจะบอกต่อไปนี้ อาจจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเขากับไอรินไปตลอดกาล