ภายในห้องโถงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำปรุงและดอกมะลิ ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงสะอื้นเบา ๆ ไอริน ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหญิงวัยกลางคนที่มีแววตาสับสนแต่เต็มไปด้วยความโหยหา
"ริน... ลูกแม่จริง ๆ ใช่ไหม" พิมพ์ใจ แม่ของไอริน วางเข็มเย็บผ้าในมือที่สั่นเทาลง เธอเอื้อมมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาลูบไล้ใบหน้าของลูกสาว ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
"คุณแม่... รินเองค่ะ รินรอดมาได้" ไอรินโผเข้ากอดผู้เป็นแม่ที่พลัดพรากกันมาเกือบยี่สิบปี สองร่างกอดกันกลมกลางพรมผืนหนา น้ำตาแห่งความปิติรินไหลจนรามสูรที่ยืนดูอยู่ต้องเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกจุกในอก
ท่านผู้หญิงลัดดา มองภาพนั้นด้วยสายตาเวทนา ก่อนจะหันมาทางรามสูรที่ยืนสงบนิ่ง "ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงนะรามสูร... วันที่บาปในอดีตของพ่อเจ้าถูกเปิดเผย"
"หมายความว่ายังไงครับท่านป้า" รามสูรถามเสียงเครียด
"คืนที่เกิดไฟไหม้บ้านสวน... มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่มันคือการฆ่าปิดปากพ่อของเจ้า สิงห์ขรเข้าใจผิดคิดว่าสุรพงษ์ พ่อของหนูไอรินแอบยักยอกบัญชีลับของตระกูลสิงหราช และกำลังจะเอาหลักฐานไปส่งตำรวจ ทั้งที่ความจริงสุรพงษ์กำลังจะเอาบัญชีนั้นมาคืนเพื่อเตือนเรื่องที่มีคนทรยศในกลุ่มมาเฟียต่างหาก!"
ไอรินชะงักไปทั้งน้ำตา เธอเงยหน้าขึ้นฟังด้วยความตกใจ
"พ่อของเจ้าสั่งคนเผาบ้านสวนทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน โดยไม่รู้เลยว่าสุรพงษ์และครอบครัวอยู่ในนั้น... สุรพงษ์ยอมสละชีวิตดันพิมพ์ใจให้ออกทางหน้าต่างส่วนเขาก็พาลูกน้อยหนีไปอีกทาง พิมพ์ใจบาดเจ็บสาหัสและเสียโฉมจากการถูกไฟคลอก ป้าไปพบเธอที่คลินิกชายแดนในสภาพที่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อลูกสาว... ไอริน'"
รามสูรรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า พ่อของเขา... คือคนที่พรากครอบครัวของไอรินไป คือคนที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าลำบากตรากตรำมาตลอดชีวิต
"คุณราม..." ไอรินเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่สั่นเครือ แววตาที่เคยมองเขากับความรัก บัดนี้มีความสับสนวูบผ่าน
"ฉันขอโทษริน ฉันไม่เคยรู้เลยว่าพ่อของฉันทำเรื่องระยำไว้กับครอบครัวเธอขนาดนี้" รามสูรคุกเข่าลงข้างเธอ
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณรามค่ะ... รินรู้" ไอรินพูดเสียงแผ่ว แต่มือที่เคยกุมมือเขาไว้กลับคลายออกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นหัวใจ เสียงโวยวายจากหน้าประตูห้องโถงก็ดังขึ้น
"ปล่อยฉันนะ! ฉันเป็นลูกสาวคุณพ่อนะ มีธุระสำคัญจะคุยกับท่านผู้หญิง" เสียงของเรน่าดังลั่น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของเมฆาที่วิ่งตามมาติด ๆ
"โถ่คุณนกแก้ว! เขาเข้านกเข้าพงกันอยู่ มาทำไมตอนนี้เนี่ย เห็นไหมครับบอส ผมบอกแล้วว่าเครื่องกรองสารพิษทำงานพลาด เพราะนกแก้วตัวนี้มันจิกเก่งเหลือเกิน"เมฆาพุ่งเข้ามาขวางทางเรน่าไว้ได้ทันก่อนเธอจะถลันเข้าถึงตัวท่านผู้หญิง
"นี่เหรอ... ความลับที่พวกแกปกปิดไว้ นังเด็กบ้านี่เป็นลูกสาวของคนที่ถูกพ่อคุณรามฆ่าตายงั้นเหรอ หึ! ตลกสิ้นดี เธอจะเอาลูกฆาตกรมาเป็นผัวจริง ๆ เหรอริน~"
"หุบปาก! ถ้าแกพูดอีกคำเดียว ฉันจะให้เมฆาเอาขนมไข่ที่มันซื้อมาอุดปากแกจนหายใจไม่ออก" รามสูรลุกขึ้นยืน แผ่รังสีอำมหิตจนเรน่าหน้าซีด
"อุ๊ยบอส ขนมไข่มันมีค่าเกินไปครับ ให้ผมเอาถุงเท้าผมแทนดีไหมครับ เพิ่งใส่ไปวิ่งรอบสนามมาหอมชื่นใจเลยนะจ๊ะคุณเรน่า" เมฆายิ้มร่าพลางทำท่าจะถอดรองเท้าจริงๆ จนเรน่าต้องกรีดร้องและถอยกรูด
"แม่ไม่โกรธคุณรามสูรหรอกลูก ถ้าไม่มีเขา แม่คงไม่ได้เจอรินในวันนี้ ท่านผู้หญิงบอกแม่เสมอว่าลูกชายของสิงห์ขรไม่เหมือนพ่อของเขา" พิมพ์ใจที่เริ่มรวบรวมสติได้ กุมมือไอรินไว้แน่น
ไอรินมองหน้าแม่ แล้วหันไปมองรามสูรที่ยืนนิ่งด้วยความรู้สึกผิด
"ริน... ต่อให้โลกนี้จะตราหน้าว่าฉันเป็นลูกฆาตกร แต่จากนี้ไป ชีวิตของฉันคือของเธอ ฉันจะชดใช้ทุกอย่างด้วยความรักและความภักดีที่ฉันมีต่อเธอและแม่ของเธอตลอดไป" รามสูรเอ่ยเสียงหนักแน่น
ไอรินโผเข้ากอดรามสูรอีกครั้ง ความเจ็บปวดในอดีตเริ่มถูกเยียวยาด้วยอ้อมกอดที่มั่นคง แม้จะมีเสียงเมฆาแอบกระซิบอยู่ข้างหลังว่า
"แหม... จบซีนซึ้งแล้ว ไปกินข้าวแช่ฝีมือท่านผู้หญิงกันเถอะครับ หิวจนจะกินนกแก้วได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย"