เสียงเพลงดังกึกก้อง แสงไฟหลากสีสาดกระทบไปทั่วบริเวณ เฌอลินเดินเข้ามาในคลับ ตรงเวลาตามนัดเอาไว้กับคนที่ใช้เงินหลอกล่อให้เธอยอมจำนนจนได้
เหมือนพนักงานรู้ดีตั้งแต่แรก ไม่ต้องถามสักคำ เพียงแค่ปลายเท้าแตะพื้นคลับ พวกเขาก็รีบพาตัวเธอลัดเลาะฝูงผู้คนไปพบกับคนที่กำลังรออยู่
ร่างเล็กเดินตามพนักงานมาจนถึงหน้าห้องหนึ่ง เขียนตรงประตูว่า P1 ก่อนคนพามาจะบอกเพียงสั้นๆ ว่าให้เข้าไปได้เลย ซันเซบบ์กำลังรออยู่ข้างในนั้น
ทว่า เฌอลินยังยืนนิ่ง
ไม่รู้ว่าทำไม แค่ชื่อเขาผุดขึ้นมาในหัว ความคิดนับร้อยก็ถาโถม ความกังวล ลังเล หวาดหวั่น มากมายเต็มไปหมด
นานกว่าห้านาทีที่ดวงตาคู่กลมเหม่อมองประตู พร้อมความคิดมากมาย เฌอลินสูดลมหายใจลึกๆ พยายามขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดออกไป บังคับตัวเองให้โฟกัสแค่อย่างเดียวคือเงิน เพียงแค่นั้น เธอก็ยกแขนขึ้น ผลักบานประตูช้าๆ แล้วแทรกตัวเข้าไปในห้อง
กึก! ขาที่ก้าวไปข้างหน้าหยุดนิ่งกะทันหันเมื่อมองไปยังร่างสูงที่นั่งทอดกายอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้น
“มาตรงนี้สิ”
ในหัวเกิดคำถาม ว่าซันเซบบ์กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่ภายในห้องมีเพียงแสงสลัว ทำให้มองดวงตาคู่นั้นได้ไม่ชัด และต่อให้มองเห็น เธอก็ไม่มั่นใจอยู่ดี ว่าจะอ่านความคิดของอีกฝ่ายออก เพราะผู้ชายคนนี้ยากเกินกว่าจะเข้าใจ
เพราะหากเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ เขาคงหยุดตามติดชีวิตของเธอไปนานแล้ว
ร่างเล็กค่อยๆ ก้าวเดินตามคำสั่ง รอยยิ้มพอใจเผยบนมุมปาก ขณะที่สายตาเอาแต่จ้องเธอ กระทั่งเดินมาหยุดยืนตรงหน้า
“ถ้าอยากได้เงิน ทำไมไม่…เอากับพี่” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นพร้อมคำพูดแก้ต่างประโยคก่อนหน้าที่ค่อนข้างกำกวม “หมายถึงเอาเงิน”
แม้คำพูดจะเหมือนแก้ต่าง แต่แววตาคมกลับสื่อบางอย่างตรงกันข้าม ดิบเถื่อน เล่ห์เหลี่ยม และตั้งใจให้เธอรู้ว่ากำลังคิดอะไร
“ไม่มีความจำเป็นอะไร ที่เฌอจะต้องขอเงินพี่เซบบ์”
เสียงสบถในลำคอดังขึ้น ใบหน้าหล่อเอียงไปข้างๆ เล็กน้อย มองเธอที่เพิ่งบอกว่าไม่มีความจำเป็น แต่กลับมายืนจุดนี้เพราะเงิน
“ถ้าไม่มีความจำเป็น” หัวคิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนเสียงเย้ยหยันเอ่ยตามมา “แล้วที่มายืนอยู่ตรงนี้…ไม่ใช่เพราะเงินหรือไง”
“…เฌอรู้ไหม”
คนบนโซฟาตั้งคำถาม ร่างเล็กเงียบไม่ตอบ มีเพียงสายตาที่สั่นไหวและลมหายใจขาดช่วง แต่เธอก็พยายามนิ่งให้มากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้
“เวลาที่พี่อยากให้แล้วถูกปฏิเสธ มันน่าหงุดหงิดแค่ไหน” ซันเซบบ์เอ่ยเสียงเย็น สายตากดเขม็ง ชวนให้บรรยากาศภายในห้องเย็นลง
เฌอลินกำลังรู้สึกเหนื่อยใจ ความอึดอัดถาโถมเข้ามาจนเธอไม่อยากเข้าใกล้อีกฝ่ายไปมากกว่านี้ เพราะรับรู้ได้ถึงอันตรายที่แผ่คลุมรอบตัวเขา แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องการเงิน เงินที่ไม่ได้แลกมาด้วยความต้องการของเขา เพราะหากเป็นเรื่องนั้นเธอคงไม่ยอมมายืนอยู่ตรงนี้
“ช่วงนี้คงลำบากมาก ใช่ไหม?” คิ้วหนายกขึ้นตั้งคำถามกับร่างเล็กที่ยังนิ่งไม่ยอมพูดจาตอบโต้ ปล่อยให้เขาคุยคนเดียว
ทั้งที่เขาเองก็เห็น ว่าภายใต้ท่าทีนิ่งสงบนั้นร่างเล็กกำลังกลัวแค่ไหน แต่ยังไม่ยอมหยุด ตั้งใจจะไล่ต้อนจนกว่าเธอจะจนมุม แบบที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนน
“ทุกครั้งที่เฌอปฏิเสธ พี่ยิ่งอยากเอาชนะ”
หลังถ้อยคำนั้นถูกเอ่ยออกมา ดวงตาคมเลื่อนลงมองมือเล็กที่เริ่มกำแน่น นั่นทำให้ซันเซบบ์รู้สึกว่าครั้งนี้สามารถควบคุมเธอได้ เพียงเท่านั้นเขาก็พอใจมากเป็นพิเศษ
เสียงถอนหายใจดังแว่วออกมา ก่อนเฌอลินจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ตรงข้ามกับเจ้าของสายตาที่เอาแต่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอ
“แค่ดื่มก็จะได้เงินใช่ไหมคะ” เธอตัดบท ไม่อยากได้ยินร่างสูงพูดจายืดยาวไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะยิ่งพูด มันก็ยิ่งบอกชัดว่าเขาจะไม่หยุดละลาน จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ
“ถ้าอยากได้เงิน ก็ดื่มสิครับคนสวย พี่ชงให้เองกับมือเลยนะ”
ไร้เสียงปฏิเสธเล็ดลอดออกมา ตอนนี้เฌอลินคิดอย่างชั่งใจ เขากำลังเล่นกับบางอย่างที่อ่อนไหวที่สุด สำหรับคนต้องการเงิน
แค่ยกแก้วนั้นขึ้นดื่ม เธอจะได้เงินหนึ่งหมื่น สำหรับซันเซบบ์ มันคงไม่ต่างอะไรจากเศษเงินที่เขาเผลอทำหล่น แต่สำหรับเฌอลิน เงินนั่นมากพอจะประทังชีวิตไปได้อีกนาน
เขาหัวเราะในลำคอ สายตาคมเหลือบขึ้นนิดหนึ่ง พลางกดเสียงต่ำ “อยากได้เยอะเท่าไหร่ ตามใจเฌอเลยครับ”
เธอเลี่ยงไม่สบตาเขา เอื้อมมือไปหยิบแก้วขึ้นมาช้าๆ และแน่นอน คนที่จนตรอกต้องการเงินมากอย่างเธอ ไม่มีทางหยุดแค่แก้วเดียว
ซันเซบบ์ยกแขนกอดอก เอนตัวพิงโซฟา มุมปากหยักยกยิ้ม มองดูร่างเล็กอย่างเงียบๆ สายตาเหมือนนักล่ากำลังเฝ้าดูเหยื่อค่อยๆ ตกหลุมพราง
เฌอลินยกแก้วที่สองขึ้นดื่ม ตามด้วยแก้วที่สาม สี่ และสุดท้ายคือแก้วที่ห้า ปัก! เสียงก้นแก้วกระแทกลงบนโต๊ะสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบ
“ห้าแก้วค่ะ” เธอบอกพลางยกมือขึ้นมาเช็ดริมฝีปากปาก
“ดื่มเยอะขนาดนี้ ไม่กลัวเมาเลยหรือไงคนสวย”
คำถามนั้นคล้ายห่วงใย เพราะเห็นเธอยกเหล้าดื่มหลายแก้วติดกัน ต่างจากสายตาคู่คม ราวกับกำลังมองผีเสื้อตัวน้อยที่เคยเอาแต่บินหนี ทว่า ในตอนนี้ ใกล้จะหมดฤทธิ์ลง
“เฌอไม่ชอบดื่ม แต่ไม่ใช่คนคออ่อน”
“อ่า แต่พี่ลืมบอก” ซันเซบบ์พยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มยังเผยขึ้นตรงมุมปาก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนความพึงพอใจลึกๆ อยู่ภายใน
“เหล้าขวดนี้ แอลกอฮอล์สูงกว่าเหล่าราคาถูกทั่วไป คนส่วนใหญ่ก็แค่จิบ”
“……”
“….ไม่มีใครดื่มรวดเดียวเลยสักคน”
“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกคะ” ตอนนี้เฌอลินกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองพลาดท่าให้อีกฝ่าย เธอโกรธที่เขาไม่เตือนตั้งแต่ทีแรก แต่กลับมาบอกหลังดื่มไปแล้ว
“พี่เห็นเฌอตั้งใจดื่ม ก็เลยไม่อยากขัด”
รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ใบหน้าหวานร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าจากประโยคที่ได้ยิน หรือเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ซึมเข้ามาในร่างกาย เฌอลินรู้ดีว่าเขาตั้งใจ รอยยิ้ม แววตาแบบนั้น เต็มไปด้วยความจงใจ
ความร้อนจากแอลกอฮอล์แล่นซ่านไปทั่วร่าง จนสายตาเริ่มพร่ามัว และจากนั้นไม่ถึงห้านาที เฌอลินก็เริ่มรู้ว่าพื้นกำลังสั่นไหว คล้ายโลกหมุนรอบตัวของเธออยู่
ซันเซบบ์ค่อยๆ ลุกขึ้นจากโซฟา ก้าวตรงมาหาร่างเล็กอย่างไม่รีบร้อน เขาหยุดยืนนิ่ง ก่อนจะก้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์
ดวงตาคู่เย็นยะเยือกไล่สำรวจใบหน้าหวานช้าๆ มองร่างเล็กที่กำลังออกอาการ ตัวของเธอเอนไหวไปมา แต่ก็ไม่น่าแปลกที่จะเมาในทันที เพราะยกไปห้าแก้วติดขนาดนั้น
ร่างสูงนั่งลงข้างๆ กับคนตัวเล็กที่เริ่มไม่ได้สติ มือหนาเอื้อมคว้าเอวบาง แค่ออกแรงเพียงน้อยนิดก็สามารถยกร่างของเธอขึ้นมาวางบนตักได้อย่างง่ายดาย
เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใกล้เธอขนาดนี้ กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งมาตามลมหายใจแผ่วๆ ของเธอ ทำให้กลางใจสั่นไหว ราวกับถูกจุดไฟอยู่ในอก
“อื้อ! ปะ ปล่อยนะ” ถึงสติแทบจะเลือนราง แต่ร่างเล็กก็ยังพยายามดิ้น เพื่อผลักเขาออกไปให้ห่างจากตัว
“บอกมาสิ…” ดวงตาคู่คมไล่กวาดมองใบหน้าหวานอย่างพิจารณา ก่อนจะหยุดนิ่งตรงริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ “พี่ต้องทำยังไง ถึงจะได้เป็นเจ้าของชีวิตเฌอ”
“ต้องแลกด้วยอะไร”
“อื้อ เฌอบอก อึก! ให้ปล่อยไง~”
เจ้าของตักข่มลมหายใจร้อนเอาไว้ แขนแกร่งโอบรัดเอวบางแน่นไม่ให้ร่างเล็กขยับหนี ก่อนจะโน้มใบหน้าซุกลงตรงซอกคอขาว ปลายจมูกโด่งลากผ่านผิวเนียนอย่างเชื่องช้า ไล่ถูไปตามแนวลำคอแผ่วเบา กลิ่นหอมของเธอค่อยๆ ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างให้ตื่นขึ้น โดยเฉพาะตอนที่ก้อนกลมขยับเสียดสีตรงเป้ากางเกง
แรงที่เคยดิ้นตอนนี้เบาลง แต่ยังเหลือเสียงประท้วงแผ่วๆ ในลำคอ การได้เห็นเธอเป็นแบบนี้ มันคือความสุขหอมหวานที่ดูดกลืนสติทั้งหมดของเขา เหลือไว้เพียงความคลั่งที่พลุ่งพล่านอยู่ข้างใน
“อื้อ~”
เสียงหวานลอดออกมาข้างใบหู ทำให้เปลือกตาสีเข้มต้องปิดแน่นอย่างกดกลั้นอารมณ์ที่ร้อนวูบ ก่อนจะค่อยๆ ผละใบหน้าออก แล้วสอดแขนอุ้มร่างเล็กขึ้นในท่าเจ้าสาว พาเธอออกไปจากห้อง
ทันทีที่ประตูเปิดออก พนักงานที่ยืนเฝ้าหน้าห้องถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันเอ่ยถาม ร่างสูงก็ประกาศคำสั่งลั่น
“ไม่ต้องถาม ปิดปากให้เงียบก็พอ”
“ครับ”
ขาแกร่งเดินตรงไปทางบันได ขึ้นไปอีกแค่ชั้นเดียวก็จะถึงห้องทำงาน ในนั้นมีห้องนอนส่วนตัว เสียงเพลงจากคลับเบื้องล่างค่อยๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ ของร่างเล็กที่ยังดิ้นอยู่ในอ้อมแขน
เมื่อประตูห้องนอนลับเปิดออก ซันเซบบ์ก้าวเข้าไปใกล้กับเตียง วางร่างเล็กลงอย่างถนอม พลางทอดสายตามองใบหน้าสวยแดงเรื่อ ทั้งที่แทบไม่มีสติ แต่ยังพยายามใช้มือไร้เรี่ยวแรงผลักแผงอกเขาออกไม่ยอมหยุด
ยิ่งได้มีเธออยู่ตรงนี้ ในพื้นที่ของตัวเอง ซันเซบบ์ก็ยิ่งอยากกักขังเธอเอาไว้ ให้อยู่ในโลกของเขาตลอดไป
ร่างสูงค่อยๆ หยัดตัวขึ้น สายตาคมยังจับจ้องร่างเล็กที่พยายามจะดันตัวเองลุกจากเตียง แต่ทำไม่ได้ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเอาโทรศัพท์ แล้วกดโทรออกไปหาคนที่รอรับคำสั่ง
“เอาเอกสารที่กูให้เตรียม มาที่ห้อง”
( ผมว่าอย่าใช้วิธีนี้เลยครับ ถ้าท่านภานุรู้เข้า จะเป็นเรื่องใหญ่ )
“กูบอกให้เอามา หน้าที่มีแค่ทำตามคำสั่ง ไม่ใช่หรือไง”