“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ แต่ฉันว่าเราคงไม่ได้มีความจำเป็นต้องเจอกันบ่อยๆ”
เบลล่าสวนกลับทันที น้ำเสียงแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากสมาคมด้วย
โรสนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนตั้งตัวไม่ทันกับคำตอบนั้น
“เจไดคะ…นี่คุณไม่ได้บอกภรรยาของคุณเหรอคะ ว่าเราสองคนทำงานร่วมกันบ่อยๆ”
โรสหันไปถามเขาเสียงอ่อน
“ยังครับ คู่ค้าผมเยอะมาก คงต้องค่อยเป็นค่อยไป”
แม้เขาจะตอบแบบนั้น แต่โรสก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนของเขา
ภาพตรงหน้าทำให้สายตาของเบลล่าหยุดอยู่ที่มือของผู้หญิงคนนั้นที่เกาะแขนสามีเธอแน่น
‘แต่งงานทั้งที ฉันคงไม่ต้องมาเป็นเมียหลวง คอยตามจิกตามกัดผู้หญิงของสามีเหมือนในละครหรอกนะ’
เสียงในหัวดังขึ้นทันที
‘แต่นี่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันควรต้องยอม…มันคือศักดิ์ศรีของฉัน’
ไวกว่าความคิด เธอก็ขยับเข้าไปกอดแขนอีกข้างของเจไดทันที
“เราสองคนออกจากงานมานานแล้ว ฉันคงต้องขอตัวนะคะ เชิญคุณโรสดื่มชมในงานได้ตามสบาย เครื่องดื่มและอาหารในงานฟรีทุกอย่าง”
เธอพูดด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะดึงเขาออกมาจากมือของโรสอย่างแนบเนียน
“ผมขอตัวนะครับ”
เจไดพูดตาม
แต่ก่อนที่เบลล่าจะพาเขาเดินกลับเข้าไปในงาน เธอก็โน้มหน้าเข้าไปใกล้โรสเล็กน้อย
ระยะห่างที่ใกล้พอให้ได้ยินกันแค่สองคน
“อ้อ…แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่ฟรี”
เธอกระซิบเสียงเบา
“สามีฉัน”
เบลล่าผละออกเล็กน้อย ก่อนจะเบ้ปากน้อยๆ
“หวังว่าคุณโรสคงเข้าใจนะคะ สนิทได้…แต่ไม่ควรเกินงาม”
โรสหน้าเจื่อนลงทันทีแต่ยังฝืนยิ้มตอบ เบลล่าไม่สนใจลากเขากลับเข้ามาในงาน
“ผมไม่ชอบผู้หญิงขี้หึง ผมรู้สึกไม่อิสระ รู้สึกว่าผู้หญิงแบบนั้นมันน่ารำคาญ ”
ในระหว่างที่เธอยังกอดแขนเขาแน่น อยู่ๆเขาก็พูดขึ้นมา
“หึ.. ไปส่องกระจกชะโงกดูเงาเถอะ หน้าตาอย่างคุณมันไม่ได้น่าหึงตรงไหนเลย แต่ที่คุณทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติฉัน ฉันคือภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย ฉันยืนหัวโด่อยู่ข้างๆ แต่คุณกลับให้ผู้หญิงคนอื่นมาเกาะแข้งเกาะขา อย่างน้อยคุณก็ควรให้เกียรติฉันหน่อย ไม่ใช่เห็บหมัดตัวไหนจะเกาะก็เกาะได้ ”
“อ้าวนี่คุณ ผมไม่ใช่หมานะ ”
“ ฉันก็ไม่ได้บอกหนิว่าคุณเป็นหมา หรือคุณจะยอมรับเองมันก็เรื่องของคุณ ”
เธอรีบปล่อยมือแล้วเดินสะบัดก้นหนีเขาไป
“หึ.. แสบนักนะ ตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงตอนนี้ รู้จักเจไดน้อยไปซะแล้ว เดี๋ยวจะกระแทกให้หลาบจำ ให้ลืมไอ้รักแรกรักเก่าไปเลย พยศดีนัก ”
เขาบ่นพึมพำก่อนเดินตามเธอเข้าไปในงาน และร่วมดื่มกับเพื่อนและญาติๆตามโต๊ะต่างๆ
“ แก้วนี้ขอดื่มให้กับคู่บ่าวสาว หมดแก้วนะครับ”
กลับเข้ามาในงานรอบนี้ รู้สึกว่าไปโต๊ะไหนก็บังคับให้หมดแก้ว เธอเองก็สายดื่มยังรู้สึกมึนๆอยู่เหมือนกัน
“ ยินดีด้วยนะคะ ขอให้ชีวิตคู่ราบรื่น และก็ขอให้มีเจ้าตัวเล็กเร็วๆนะคะ”
“ แน่นอนครับ ”
เคร้ง!!!
และเขาก็หน้ามึน ไปรับปากคนนั้นทีคนนี้ทีว่าจะมีลูกเร็วๆ ‘ ฝันกลางวันอยู่รึไง ดูสภาพเบ้าหน้าคนอยากเป็นพ่อคนเถอะ ’ เธอได้แต่ท้วงในใจแต่ก็เออออไป
หลังจากดื่มกินและเฉลิมฉลองกันจนดึก แขกในงานเริ่มทยอยกลับ เหลือเพียงญาติสนิทของทั้งสองฝั่งที่ยืนรวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าโรงแรม
รถหรูคันยาวจอดรออยู่เรียบร้อย
เบลล่ายืนอยู่ข้างเจได ท่ามกลางสายตาของผู้ใหญ่ที่มองมาด้วยรอยยิ้มและคำอวยพร
“ดูแลกันดีๆนะลูก”
“มีอะไรก็ค่อยๆคุยกัน ชีวิตคู่มันต้องปรับตัว”
เสียงของผู้ใหญ่ดังขึ้นทีละคน
เบลล่าฝืนยิ้มรับ ทั้งที่ในใจไม่ได้รู้สึกตามนั้นเลยสักนิด
เจไดพยักหน้ารับคำสั้นๆ
“ครับ”
เบลล่ามองหน้าแม่แล้วรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ เธอต้องไปอยู่กับใครไม่รู้ ที่อยู่ๆก็ต้องกลายมาเป็นสามี
“แม่คะ”
เธอเรียกแม่เสียงสั่น พลันน้ำตาก็ไหลลงข้างแก้ม
“ไปอยู่กับเจไดต้องอดทนนะลูก อย่าเอาแต่ใจตัวเอง มีอะไรก็ค่อยๆปรับตัวเข้าหากัน ”
ไลล่ากอดลูกสาวแน่น
“เจได”
“ครับ ”
“แม่ฝากน้องด้วยนะ เบลล่าคือดวงใจของบ้านเรา มีอะไรก็บอกน้องสอนน้อง น้องอาจจะยังเด็กกับเรื่องแบบนี้ ”
“ครับคุณแม่ ”
เสียงรับปากมั่นเหมาะดูน่าเชื่อถือ แต่นั่นมันสำหรับคนอื่น สำหรับเธอที่มองเขา มันไม่มีความน่าเชื่อถือเลยสักนิด มีแต่ความหน้ามึนความกะล่อน และเธอก็ดันเกลียดคนประเภทนี้ด้วยสิ
“ งั้นผมลาทุกคนนะครับ เบลล่าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ผมจะพาเธอไปพักผ่อน”
เขาพูดอย่างสุภาพ
“ พักผ่อนจริงนะเฮีย คิกๆ”
และน้องสาวตัวแสบของเขาอย่างจัสมินก็เอ่ยแซว
“ไคเลอร์ เอายัยแสบไปเก็บที ”
เขาหันไปบอกน้องเขย
“เอาละ ปู่ว่าพาหนูเบลล่ากลับเถอะ ”
“ครับ ”
พอร่ำลากันเสร็จ เขาก็เปิดประตูรถให้เธอ
“เชิญครับ ”
เบลล่ามองหน้าพ่อกับแม่ด้วยสายตาอาวรณ์ ก่อนก้าวขึ้นรถอย่างยากลำบาก เพราะชุดเจ้าสาวที่สวมใส่มันเกะกะไปหมด
ปัง…
พอประตูปิดลงเขาก็เดินอ้อมมาฝั่งคนขับ รถมุ่งหน้าสู่เพนท์เฮาส์ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวยกให้เป็นห้องหอ และเธอไม่มีสิทธิ์เลือกหรือปฏิเสธเลย