ตอนที่ 8 พ่อหม้ายเนื้อหอม

1825 Words
หลายวันผ่านไป กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อดังราคาแพงระยับที่ลอยคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องทำงานใหญ่ ทำให้พราวที่กำลังนั่งคีย์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์อยู่ที่โต๊ะมุมห้องต้องย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้ นิ้วเรียวสวยกระแทกแป้นพิมพ์ รัว ๆ ราวกับจะระบายอารมณ์ขุ่นมัวที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก สาเหตุของความหงุดหงิดนี้ ไม่ใช่งานกองโตตรงหน้า แต่เป็นสตรีวัยกลางคนผู้มาเยือนที่กำลังนั่งหัวร่อต่อกระซิกอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสิงหราชต่างหาก นิดาเจ้าของรีสอร์ตหรูข้างเคียง สาวสวยวัย 38 ปี ที่ยังคงความสะพรั่งและดูแลตัวเองดีเยี่ยม ชุดเดรสผ้าไหมสีม่วงเปลือกมังคุดขับผิวขาวผ่อง ท่าทางภูมิฐาน สมวัย และที่สำคัญ.ดู ‘เหมาะสม’ กับสิงหราชอย่างน่าเจ็บใจ “คุณสิงห์นี่ละก็... ยังหนุ่มยังแน่นแท้ ๆ จะรีบแก่ไปทำไมคะ” นิดาหัวเราะเสียงหวานจริตจะก้านแพรวพราว มือเรียวที่ประดับแหวนเพชรวงโตเอื้อมไปแตะท่อนแขนล่ำสันของหนุ่มใหญ่อย่างถือวิสาสะ “นิดาว่าช่วงนี้คุณสิงห์ดูเครียด ๆ นะคะ หน้าตาดูอิดโรยเชียว” สิงหราชนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายแต่ยังคงไว้ซึ่งระยะห่างตามมารยาท ยิ้มรับบาง ๆ ที่มุมปาก “ช่วงนี้งานในไร่ยุ่งน่ะครับ ใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว” “โถ... น่าเห็นใจจังเลยค่ะ ขาดคนดูแลก็แบบนี้แหละน้า” นิดาจีบปากจีบคอพูดพลางทอดสายตาหวานเชื่อม “ถ้ารับสมัครคนดูแลเมื่อไหร่ บอกนิดาคนแรกเลยนะคะ นิดาจะรีบมายื่นใบสมัครเลย” ปัง! เสียงวางแก้วน้ำบนโต๊ะของพราวดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาแสนหวานเลี่ยนนั่นอย่างจงใจ ทั้งสิงหราชและนิดาหันขวับมามองทางต้นเสียงพร้อมกัน พราวยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ในมือถือถาดที่มีแก้วน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบ “น้ำเย็น ๆ ค่ะคุณนิดา” พราวเอ่ยเสียงใส แสร้งทำเป็นเดินเข้าไปเสิร์ฟด้วยท่าทางนอบน้อมดุจผู้น้อย แต่สายตากลับจิกกัดเบา ๆ “ทานน้ำหน่อยนะคะ คอจะได้ไม่แห้ง เห็นคุยมานานแล้ว” นิดามองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาประเมิน พลางเลิกคิ้วสูงอย่างเหยียด ๆ เล็กน้อย “ขอบใจจ้ะหนู นี่ลูกหลานคนงานในไร่เหรอคะคุณสิงห์ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเชียว” คำว่า ‘ลูกหลานคนงาน’ ทำเอาเส้นเลือดข้างขมับของพราวปูดโปน แต่เธอยังคงรักษาหน้ากากสาวน้อยผู้แสนดีไว้ได้ดีเยี่ยม “เปล่าครับ นี่ พราว ลูกสาวเพื่อนผม มาฝึกงานเป็นเลขาฯ ส่วนตัวน่ะครับ” สิงหราชเป็นคนตอบแทน น้ำเสียงของเขาดูภูมิใจลึก ๆ เมื่อแนะนำเธอ “อ๋อ... หลานสาวนี่เอง” นิดาลากเสียงยาว เน้นคำว่า ‘หลาน’ จนพราวรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ “มิน่าล่ะคะ ดูเด็กจัง มาฝึกงานเหรอจ๊ะ ดีจ้ะ ตั้งใจเรียนรู้นะ จะได้ช่วยคุณอาเขาได้” พราวขบกรามแน่น ‘ยายป้านี่ กล้าดียังไงมายัดเยียดความเป็นอาหลานให้ฉันกับคุณอาสิงห์’ “ค่ะคุณน้า...” พราวยอกย้อนกลับด้วยคำสรรพนามที่ทำให้นิดาสะอึก “พราวตั้งใจดูแล ‘คุณอา’ อย่างดีที่สุดเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ดูแล ทุกเรื่อง เลยค่ะ” เธอเน้นเสียงคำว่า ‘ทุกเรื่อง’ พร้อมส่งสายตาเป็นประกายวาววับให้สิงหราช ทำเอาหนุ่มใหญ่ต้องยกมือขึ้นลูบจมูกแก้เก้อ เริ่มได้กลิ่นควันไฟแห่งความมาคุลอยมาจาง ๆ “เอ้อ... จริงสิคุณสิงห์” นิดารีบเปลี่ยนเรื่อง หยิบถุงกระดาษแบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังจากฝรั่งเศสขึ้นมาวางบนโต๊ะ “นิดาซื้อมาการองเจ้าดังมาฝากค่ะ รสลิมิเต็ดเลยนะคะ หวาน หอม อร่อยมาก อยากให้คุณสิงห์ลองทานดู เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น” นิดาเปิดกล่องออก เผยให้เห็นมาการองสีสันสดใสเรียงรายสวยงาม เธอยื่นชิ้นสีชมพูหวานแหววไปจ่อที่ริมฝีปากของสิงหราชอย่างถือสิทธิ์ “ลองชิ้นนี้สิคะ รสโรสราสเบอร์รี่ อ้าปากสิคะ นิดาป้อน” สิงหราชผงะถอยหลังเล็กน้อยด้วยความอึดอัด เขาไม่ชอบของหวาน และยิ่งไม่ชอบการถูกป้อนต่อหน้าธารกำนัล “เอ่อ... ไม่เป็นไรครับคุณนิดา ผมทานเอง” “อย่าเพิ่งทานค่ะคุณสิงห์!” พราวแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างนิดากับสิงหราชอย่างรวดเร็ว วางจานกระเบื้องใบเล็กที่ถือซ่อนไว้ด้านหลังลงบนโต๊ะ ตัดหน้ากล่องมาการองหรูหรานั่น บนจานนั้นมีขนมครกแป้งกรอบนอกนุ่มใน หน้ากะทิเยิ้ม ๆ โรยต้นหอมซอย กลิ่นหอมของกะทิและแป้งไหม้นิด ๆ ลอยฟุ้งขึ้นมากลบกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นขนมฝรั่งจนหมดสิ้น “ขนมครกเจ้าเก่าหน้าตลาดค่ะ” พราวนำเสนอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดุจเด็กน้อย “พราวจำได้ว่าคุณสิงห์เคยบ่นว่าอยากทานร้านป้าแดง แต่แกคิวยาวมาก วันนี้อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าไปต่อคิวซื้อมาให้โดยเฉพาะเลยนะคะ ยังร้อน ๆ อยู่เลย” นิดามองขนมบ้าน ๆ ในจานด้วยสายตาดูแคลน “ว้าย... ขนมครกเหรอคะหนูพราว มันจะดีเหรอจ๊ะ ของมัน ๆ กะทิเยิ้ม ๆ แบบนี้ คุณสิงห์เขารักษาสุขภาพ ทานแล้วคอเลสเตอรอลพุ่งแย่เลย ทานมาการองดีกว่าค่ะคุณสิงห์ แป้งอัลมอนด์ ดีกว่าเยอะ” พราวไม่สนใจคำค่อนขอด หันไปสบตาออดอ้อนกับสิงหราช มือเรียวใช้ส้อมจิ้มขนมครกชิ้นที่น่ากินที่สุดขึ้นมา เป่าเบา ๆ ให้คลายร้อน “ฟู่... ฟู่...” เป่าลมรดขนมครกด้วยท่าทางน่ารักน่าชัง ก่อนจะยื่นไปตรงหน้า “คุณสิงห์ไม่ชอบของหวานจัดไม่ใช่เหรอคะ มาการองน่ะหวานแสบคอจะตาย สู้ขนมครกเค็ม ๆ มัน ๆ หวานน้อยแบบไทย ๆ ของเราไม่ได้หรอกเนอะ ลองชิมสิคะ พราวป้อน” ตอนนี้สิงหราชตกอยู่ท่ามกลางสมรภูมิขนมหวาน ด้านซ้ายคือมาการองหรูจากสาวไฮโซ ด้านขวาคือขนมครกบ้าน ๆ จากเด็กฝึกงานจอมยั่ว ชายหนุ่มมองสลับไปมาระหว่างหญิงสาวสองคน นิดากดดันด้วยสายตาคาดหวัง ส่วนพราวมองเขาด้วยสายตาลูกกวางน้อยที่แฝงแววตัดพ้อว่า ‘ถ้าไม่กินของพราว พราวจะงอนจริง ๆ ด้วย’ สิงหราชลอบยิ้มมุมปาก เขาอ่านเกมของพราวออกทะลุปรุโปร่ง ยัยตัวแสบกำลังไม่ชอบใจและเขาก็ชอบที่เธอเป็นแบบนี้ “จริงของคุณนิดาครับ เรื่องสุขภาพสำคัญ” สิงหราชเอ่ยขึ้น ทำให้นิดายิ้มกว้างด้วยความมั่นใจ แต่ทว่า... “แต่ผมมันคนบ้านนอก ลิ้นไม่ถึงของแพง ๆ หรอกครับ” สิงหราชหันไปหาพราว แล้วอ้าปากงับขนมครกจากส้อมที่พราวถืออยู่เข้าปากหน้าตาเฉย “อื้ม... กรอบ อร่อย” พราวยิ้มแก้มแทบปริ แววตาเป็นประกายวิบวับด้วยชัยชนะ “เห็นไหมคะ พราวบอกแล้วว่าเจ้านี้เด็ด ทานอีกชิ้นนะคะ” “พอแล้ว เดี๋ยวอ้วน” สิงหราชดุไม่จริงจังนัก แต่ก็เคี้ยวขนมตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย พลางหันไปหานิดาที่นั่งหน้าเจื่อนด้วยความผิดหวัง “ขอโทษด้วยนะครับคุณนิดา ผมไม่ค่อยถนัดของหวานพวกนี้เท่าไหร่ รบกวนคุณนิดาทานแทนผมเถอะครับ” คำปฏิเสธที่นุ่มนวลแต่เจ็บลึกเหมือนเอามีดกรีดกลางใจ นิดาหน้าชาไปแถบหนึ่ง รู้ตัวทันทีว่าพ่ายแพ้ให้กับเด็กกะโปโลคนนี้อย่างราบคาบ ไม่ใช่เพราะขนม แต่เพราะความใส่ใจที่สิงหราชมีให้เด็กคนนี้ต่างหาก “อะ... อ๋อ ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ นิดาก็ ซื้อมาฝากเฉย ๆ” นิดาหัวเราะแห้ง ๆ เก็บกล่องมาการองลงถุงอย่างรวดเร็ว “งั้น... นิดาไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณสิงห์แล้วดีกว่าค่ะ ไว้วันหลังจะแวะมาใหม่นะคะ” “เชิญครับ ให้เก่งกาจเดินไปส่งนะ” เจ้าของห้องตัดบทง่ายๆ ไม่แม้แต่จะลุกไปส่งเอง เมื่อนิดาเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปจนลับสายตา พราวก็วางส้อมลงแล้วปรบมือเบา ๆ แปะ ๆ ๆ ด้วยความสะใจ “ชนะเลิศ!” พราวทำท่าชูสองนิ้ว “ขนมครกป้าแดง ชนะน็อกมาการองปารีสขาดลอย” หนุ่มใหญ่ส่ายหัวด้วยความระอาปนเอ็นดู หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก แล้วเอื้อมมือไปดีดหน้าผากมนของพราวเบา ๆ หนึ่งที เปาะ! “โอ๊ย! เจ็บนะคะ” พราวลูบหน้าผากปอย ๆ ทำหน้ามุ่ย “แก่แดดนะเรา ไปแกล้งแขกผู้ใหญ่แบบนั้นได้ยังไง” ดุเสียงเข้ม แต่แววตาพราวระยับ “นิสัยไม่ดี” “ก็พราว...” เดินอ้อมโต๊ะมายืนข้างเก้าอี้ ถือวิสาสะนั่งลงบนที่วางแขนเก้าอี้ตัวใหญ่อย่างไม่เกรงกลัว “พราวไม่อยากให้คุณสิงห์ทานของไม่มีประโยชน์นี่คะ หวานก็หวาน แป้งก็เยอะ เดี๋ยวลงพุง พราวชอบแด๊ดดี้ เอ๊ย คุณสิงห์ที่หุ่นแซ่บ ๆ แบบนี้มากกว่า” นิ้วเรียวซุกซนลากไล้เบา ๆ ไปตามแขนเสื้อเชิ้ต พลางโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหู “อีกอย่าง... ป้านิดาแกมองตาเป็นมัน พราวหวง” คำว่า ‘หวง’ ที่หลุดออกมาจากปากเธอตรง ๆ ทำเอาสิงหราชชะงัก หัวใจกระตุกวูบวาบ หันไปสบตาคนพูดในระยะประชิด กลิ่นหอมของเธอกลบกลิ่นขนมครกไปจนหมด “หวงในฐานะอะไร?” เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อค้นหาความจริง “เลขาฯ หรือ ลูกสาวเพื่อน?” พราวยกยิ้มมุมปากที่แสนเจ้าเล่ห์และเย้ายวน เธอไม่ตอบคำถามเขาตรง ๆ แต่หยิบขนมครกอีกชิ้นขึ้นมา จ่อที่ริมฝีปากเขา “ในฐานะ... คนที่รู้ใจคุณสิงห์ที่สุดไงคะ” สิงหราชมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วนั้น แล้วตัดสินใจอ้าปากรับขนมครกชิ้นนั้นเข้าปาก พร้อมกับงับปลายนิ้วชี้ของเธอเบา ๆ เป็นการหยอกล้อ “อ๊ะ!” พราวสะดุ้ง หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความชื้นและลิ้นร้อน ๆ ที่แตะโดนปลายนิ้ว “หวาน” คนกำลังเคี้ยวขนมพูดขึ้นหลังจากกลืนขนมลงคอ สายตายังคงจับจ้องที่ใบหน้าแดงก่ำของเด็กแก่นไม่วางตา “ขนมครกเจ้านี้ หวานกว่าทุกครั้งที่เคยกินเลยนะ” ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงขนม หรือหมายถึงคนป้อนกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ วันนี้ พ่อหม้ายเนื้อหอมอย่างสิงหราช ได้เลือกแล้วว่าเขาชอบกิน ‘ขนมไทย’ ที่ใส่ใจทำ มากกว่าขนมฝรั่งที่ฉาบฉวย และดูเหมือนว่าเด็กฝึกงานคนนี้ จะเริ่มมีอิทธิพลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและในหัวใจของเขามากขึ้นทุกที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD