EP.4 ผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน

1268 Words
ทว่าในจังหวะที่นาวกำลังเดินเข้าไปในงานโดยมีตุลย์เดินตามหลังมาติดๆ สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับกลุ่มคนที่ยื่นอยู่ภายในงาน บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเหยียบลงถนัดตา เมื่อเบื้องหน้าคือ คุณธนัท ธีรเมธากุล พ่อแท้ๆ ของเธอที่เดินเคียงคู่มากับคุณสินี แม่เลี้ยงที่ปั้นหน้ายิ้มระรื่น และที่ขาดไม่ได้คือริชษา น้องสาวต่างแม่ที่สวมชุดราตรีหรูหราพยายามชูคออวดความสง่าราวกับเป็นดาวเด่นในงาน นาวชะงักฝีเท้าลงกะทันหัน ร่างกายแข็งทื่อขึ้นมาดื้อๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความทรงจำอันเลวร้าย ทว่ายังไม่ทันที่ความประหม่าจะเข้าเกาะกินใจ ร่างสูงใหญ่ที่เดินตามมาก็ขยับกายเข้ามาประชิดแผ่นหลังเนียน หมับ! ฝ่ามือหนาของตุลย์เลื่อนมาโอบเข้าที่เอวคอดกิ่วอย่างถือวิสาสะ แรงบีบเบาๆ ที่ข้างเอวและไออุ่นจากแผ่นอกแกร่งที่ทาบทับลงมาทางด้านหลัง เป็นดั่งกระแสไฟที่เรียกสติของนาวให้กลับคืนมา ตุลย์โน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหู กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่มีเพียงเธอที่ได้ยิน “ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน” คำพูดสั้นๆ แต่ทรงพลังนั้นทำให้นาวเชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างามอีกครั้ง ตุลย์ไม่ได้ปล่อยมือ แต่กลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ประกาศให้ทุกคนในงาน โดยเฉพาะครอบครัวธีรเมธากุล เห็นชัดๆ ว่าผู้หญิงคนนี้มี ‘พญามังกร’ อย่างเขาหนุนหลังอยู่! นี่เป็นครั้งแรกที่นาวต้องเผชิญหน้ากับครอบครัว 'ธีรเมธากุล' หลังจากที่เธอหันหลังให้บ้านหลังนั้นตั้งแต่วันที่แม่เสีย นาวตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตลำพังในคอนโดส่วนตัวโดยไม่เคยกลับไปเหยียบที่นั่นอีกเลย “ว้าย! คุณพ่อคะ ดูนั่นสิ พี่นาวหรือเปล่าคะนั่น?” ริชษาที่ตั้งใจจะเข้ามาชูคอ อวดตัวในงานกลับหน้าถอดสีไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ยืนเคียงข้าง ‘เพชรเม็ดงาม’ แห่งเลิศวิริยะคือพี่สาวที่เธอเกลียดชัง แต่ด้วยสัญชาตญาณความร้ายกาจ เธอจึงรีบปั้นหน้าเป็นน้องสาวผู้แสนดีแกล้งเดินเข้าไปหาเพื่อเสแสร้งใส่นาวทันที “นาว!” เสียงของคุณธนัทที่เดินตามหลังริชษาเข้ามาแผ่วเบาราวกับไม่เชื่อสายตา ชายวัยกลางคนชะงักงันไปชั่วครู ดวงตาที่เริ่มมีร่องรอยแห่งวัยเบิกกว้าง มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าที่ถอดแบบมาจากภรรยาผู้ล่วงลับยืนเด่นสง่าอยู่ตรงนี้ “อุ้ย! พี่นาว พี่นาวจริงๆ ด้วย!” ริชษาอุทานเสียงดังจนคนรอบข้างเริ่มหันมามอง เธอถลาเข้าไปทำท่าจะจับมือนาวด้วยท่าทางตื่นเต้นเกินจริง “ริชษาตกใจหมดเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่ พี่หายไปตั้งสามปี นึกว่าจะไม่กลับมาแล้วซะอีกนะคะเนี่ย” ในขณะที่ปากพูดจาเหน็บแนมนาว ทว่าสายตาเยิ้มหยดย้อนแย้งกลับตวัดไปจับจ้องอยู่ที่ตุลย์อย่างไม่ลดละ ริชษาจงใจขยับเข้าไปใกล้ประธานหนุ่มในระยะที่เกือบจะเบียดนาวออกไป “สวัสดีค่ะคุณตุลย์ ดีใจที่ได้เจอคุณตุลย์ทีนี่นะคะ แถมยังมากับพี่สาวสุดที่รักของริชษาอีกด้วย” ริชษาโปรยเสน่ห์ผ่านสายตาขณะที่ปากพร่ำทักทาย ทว่าทันทีที่เห็นท่าทางของตุลย์ที่ไม่ได้แยแสเธอ แต่กลับโอบเอวนาวไว้แน่น แววตาของริชษาก็วาวโรจน์ด้วยความริษยาจนแทบคุมไม่อยู่ เธออาศัยจังหวะที่ธนัทกำลังยืนอึ้ง ขยับเข้าไปกระซิบชิดใบหูของสินีผู้เป็นมารดาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความอยากได้อยากมี “คุณแม่! นั่นคุณตุลย์ ศิขริน เลิศวิริยะ ริชษาอยากได้ผู้ชายคนนี้! คุณแม่ต้องช่วยริชษานะคะ อะไรที่มันเป็นของยัยนั้น ริชษาจะแย่งมาเป็นของตัวเองให้หมด ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายคนนี้!” สินีลอบยิ้มร้าย แววตามาดมั่นไม่ต่างจากลูกสาว เธอพยักหน้าตอบรับเบาๆ เหมือนเป็นคำสัญญาระหว่างแม่ลูกจอมละโมบ ก่อนจะหันไปสวมหน้ากากภรรยาผู้แสนดีเกาะแขนสามีต่อ “คุณคะ ลูกสาวคุณคนนี้ เขาเปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้เลยนะคะ กลับมาเมืองไทยทั้งทีไม่คิดจะมาเยี่ยมพ่อบ้างเลย” สินีเอ่ยขึ้นขณะที่มองนาวด้วยสายตาเหยียดอย่างไม่เป็นมิตร และทันทีที่คุณธนัทได้สติจากคำพูดของภรรยาใหม่ ทิฐิที่เคยค้ำคอมาตลอดสามปีเริ่มทำงาน เขาขยับตัวตรงพยายามรักษามาดหัวหน้าครอบครัว แม้ในใจจะดีใจจนอยากจะเข้าไปกอดลูกสาวใจจะขาด แต่สิ่งที่หลุดออกมากลับเป็นคำตำหนิที่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่ผิดรูปผิดร่าง “แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงไม่คิดจะกลับไปหาพ่อที่บ้าน? ไปอยู่คอนโดฯ ลำพังแบบนั้น เคยเห็นหัวคนเป็นพ่อบ้างไหม!” นาวที่ยืนนิ่งมาตลอดขยับยิ้มเพียงบางๆ เธอรู้สึกถึงแรงบีบเบาๆ ที่เอวจากมือหนาของตุลย์ มันเป็นสัมผัสที่ช่วยเตือนสติว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว “นาวจะอยู่หรือจะไป มันสำคัญต่อคุณพ่อด้วยเหรอคะ” นาวปลายตามองริชษาที่ยังคงส่งสายตาหวานให้ตุลย์อย่างน่ารำคาญ ทว่าตุลย์กลับไม่ชายตามองริชษาเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าหล่อนเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไร้ค่า เพราะความสนใจของเขาอยู่ที่หญิงสาวในอ้อมแขนเพียงคนเดียวเท่านั้น ตุลย์สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดประชดประชันของนาว ความร้าวรานในน้ำเสียงของเธอกรีดลึกเข้าไปในใจของเขา จนตุลย์รู้สึกเจ็บปวดแทนอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อเขาตวัดสายตาขึ้นมองครอบครัวธีรเมธากุล แววตาที่เคยนิ่งขรึมก็พลันเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมานั้นกดดันและน่าเกรงขามเสียจนริชษาถึงกับสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกอวดดีเมื่อครู่มลายหายไปเหลือเพียงความหวาดหวั่นที่แล่นปราดไปทั่วสันหลังเพียงแค่สบตาเขา “สวัสดีครับคุณอา พอดีผมมีคุยธุระสำคัญกับนาวต่อ ส่วนเรื่องที่บ้านคุณอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถอะครับ วันนี้คงไม่เหมาะที่จะมานั่งรื้อฟื้นเรื่องเก่าให้เสียบรรยากาศ” ตุลย์เอ่ยแทรกตัดบทบรรยากาศที่เริ่มคุกกรุ่นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งขรึมทว่าทรงพลัง “ได้ หลานชาย” ธนัทที่ตอนแรกตั้งท่าจะตำหนิลูกสาวต่อถึงกับต้องชะงัก เขาเหลือบมองหน้าตุลย์เล็กน้อยก่อนจะยอมถอยก้าวหนึ่งด้วยความเกรงใจ ทว่าในแวดวงธุรกิจอสังหาฯ ใครก็รู้ว่าอาณาจักรเลิศวิริยะนั้นทรงอิทธิพลแค่ไหน อีกอย่างเขาก็เห็นตุลย์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่มที่เป็นเพื่อนคนสนิทของนาวมาตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัย ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนี้ทำให้ธนัทไม่กล้าคัดค้านอะไรต่อ หลังจากพูดจบ ตุลย์ก็โอบเอวนาวให้เดินเลี่ยงออกมาทันที ทิ้งให้ริชษายืนหน้าชาด้วยความอับอาย ส่วนธนัทได้แต่มองตามแผ่นหลังลูกสาวไปด้วยความรู้สึกผิดที่สุมอยู่ในอก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD