นี่มันบนรถไฟ!

1420 คำ
บุษบาเม้มปากแน่น เห็นเขาล้วงมือเข้ามาในถุงขนมหยิบไปกินไม่หยุดก็ถามปนประชด “ข้าวมีนะ ซื้อขึ้นมาเผื่อคุณไม่อิ่ม” “แหม... บุษรู้ใจว่าพี่กินดุ” เธอตาเขียวกับคำว่า 'กินดุ' หัสดีจึงรีบพูดต่อ “พี่กะแล้วว่าบุษต้องซื้อข้าวมาฝากพี่ เพราะตอนอยู่ญี่ปุ่นพี่ก็เลี้ยงข้าวบุษหลายมื้ออยู่” “อย่าพูดเรื่องที่ญี่ปุ่นนะ คุณรับปากแล้ว” เธอถลึงตาใส่ “นั่นก็อยู่ที่บุษว่าทำตัวดีแค่ไหน ตามใจพี่บ้าง พูดเพราะๆ แล้วเรื่องของเราจะเป็นความลับต่อไปอีกสักระยะก็ได้” ชายหนุ่มหยิบถุงใส่อาหารแช่แข็งที่หญิงสาวซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ มันถูกอุ่นเรียบร้อยแล้วมีทั้งหมดสองกล่องมาเปิดวางบนที่นอนเลื่อนกล่องหนึ่งมาวางตรงหน้าเธอ “บุษกินข้าวไข่เจียวดีกว่าจะได้ไม่ปวดท้อง พี่กินผัดกะเพราเอง” ชายหนุ่มแกะช้อนออกจากซองพลาสติกวางไว้ในกล่องข้าว ท่าทีเขาคล่องแคล่วเหมือนทำแบบนี้ให้เธอเป็นปกติ “ยังไม่หิวค่ะ” “ถ้าไม่อยากกินเองให้พี่ป้อนไหม” บุษบาจึงมองหน้าเขาก่อนจะตวัดสายตาไปมองนอกหน้าต่างรถแทน “ไม่หิวจริงๆ ค่ะ ตอนซื้อมันอยากกินไปหมด” “กินหน่อยเถอะ เราเป็นโรคกระเพาะอยู่ทำไมไม่ดูแลตัวเองบ้างถ้าไม่กินพี่ป้อนนะ” บุษบาหยิบช้อนพลาสติกขึ้นมาตักข้าวกิน โดยมีสายตาของหัสดีคอยมองก่อนจะเริ่มทานของตัวเองบ้าง “อย่ากินไปเล่นไปสิ” เขาพูดขึ้นมาเมื่อเห็นบุษบาเอาแต่สนใจหน้าจอ ข้าวในกล่องเหลืออยู่ราวครึ่งหนึ่ง “บุษอิ่มแล้วค่ะ พี่หัสกินต่อที” หญิงสาวพูดด้วยความลืมตัว หัสดีชะงักก่อนจะรับกล่องข้าวมากินต่อเอง ชายหนุ่มเก็บขยะใส่ถุงแล้วมัดปากให้เรียบร้อยวางไว้ที่พื้นด้านล่างเตียงรอให้พนักงานมาเก็บไปทิ้ง บุษบาเก็บของเข้าที่หยิบสายชาร์จโทรศัพท์มาเสียบที่ชาร์จตรงผนังรถไฟ เธอคลี่ผ้าห่มออกคลุมช่วงตัวตั้งแต่เอวถึงปลายเท้า แล้วเอนตัวนั่งพิงพนักเล่นเกมในไอแพดส่วนหัสดีที่ลุกไปเอื้อมหยิบหมอนที่เตียงบนลงมาวางข้างตัวเธอ “ที่นอนมันแคบมากเลยนะคะ ถ้าคุณไม่ขึ้นไปนอนเตียงข้างบนก็นั่งเฉยๆ ห้ามมานอนเบียด” “ได้ บุษนอนได้เลยเดี๋ยวพี่จะทำงาน” ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กออกมาเปิดเครื่องอ่านอีเมลแล้วไม่สนใจเธออีก จากที่ตั้งใจว่าจะไม่หลับ แต่เมื่อหนังท้องตึงบวกกับแอร์เย็นๆ ทำให้ไม่ถึงชั่วโมงหลังจากนั้นคนที่นั่งเล่นเกมก็ทิ้งตัวลงนอน หญิงสาว หันหน้าเข้าหาผนังขดตัวหลับไปในที่สุด หัสดีเงยหน้ามองเธอเห็นว่าบุษบาหลับไปแล้วจึงปิดอุปกรณ์ในมือวางลงกับที่นอน เขาเคลื่อนตัวแผ่วเบาไปชะโงกดูหน้าคนที่นอนหันหลังให้แล้วถอยห่างออกมา นิดเดียว ดูผ้าม่านว่าปิดเรียบร้อยดีแล้วจึงล้มตัวลงนอนบ้าง เวลาสามนาฬิกาบุษบาขยับตัวตื่น หญิงสาวลืมตามองแผ่นอกกว้างตรงหน้าอย่างงุนงง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหัสดีไม่ยอมขึ้นไปนอนบนที่นอนตนเองที่เตียงบน บุษบาลุกขึ้นนั่งเธอมองร่างสูงที่นอนขวางทางลงไปเข้าห้องน้ำว่าจะทำอย่างไรดี จะให้ก้าวข้ามตัวเขาไปก็คงทำไม่ได้ “คุณหัสตื่น” เธอตัดสินใจปลุกเขาขึ้นมา บุษบาเขย่าแขน ชายหนุ่มให้รู้สึกตัวตื่น “คุณหัสถอยไปบุษจะเข้าห้องน้ำ” หัสดีลืมตาทันที “บุษจะไปเข้าห้องน้ำเหรอ นี่กี่โมงแล้ว” เขาหยิบโทรศัพท์มาดูเวลาก่อนจะพึมพำว่าตีสาม “ไป เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง” ชายหนุ่มรูดม่านออกครึ่งหนึ่งแล้วกวาดขาลงจากที่นอน เขาลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจก่อนจะส่งมือให้หญิงสาวลุกตาม ขณะนั้นในขบวนรถไฟเงียบสนิท ทุกที่นั่งปิดม่านมิดชิดไม่มีใครเปิดออกมาเลย หญิงสาวเดินไปตามทางตรงไปที่ห้องน้ำท้ายตู้ บนรถไฟขบวนนี้แต่ละตู้จะมีห้องน้ำสามห้อง ซึ่งเพียงพอต่อการให้บริการและได้รับ การดูแลเรื่องความสะอาดอย่างดี หัสดีอาศัยจังหวะที่บุษบาเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวของตนเองบ้าง ออกมาพอดีกับที่หญิงสาวเปิดประตูห้องน้ำออกมา “แปรงฟันเลยไหมเดี๋ยวก็เช้าแล้ว” เธอพยักหน้า “ก็ดีค่ะ แต่ต้องเดินกลับไปเอาของก่อน” บุษบาซื้อชุดแปรงฟันและล้างหน้าสำหรับพกพามาด้วยในกระเป๋า ที่วางทิ้งไว้บนที่นอน “พี่ไปหยิบให้เอง กระเป๋าบนที่นอนใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” เธอมองตามหลังชายหนุ่มไป ส่วนตัวเองยืนรอที่ หน้าห้องน้ำ ไม่กี่นาทีหัสดีกลับมาพร้อมกับกระเป๋าของใช้ส่วนตัวมายื่นส่งให้ “พี่ก็จะล้างหน้าแปรงฟันเหมือนกัน” เขาบอกสั้นๆ บุษบาใช้เวลาราวสิบห้านาทีในการล้างหน้าแปรงฟัน เธอเปิดประตูห้องน้ำกลับพบคนที่มารอเข้าเหมือนกัน “อ้าว อาจารย์พี่เนศสวัสดีค่ะ” ชายหนุ่มผิวขาวสวมแว่น เลิกคิ้วเมื่อพบเธอบนรถไฟขบวนนี้ “บุษมาได้ยังไงครับ จะไปเที่ยวเชียงใหม่เหรอ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างแสดงท่าทีดีใจที่ได้พบเธอ “ค่ะไปเที่ยว อยากเปลี่ยนบรรยากาศเลยลองนั่งรถไฟดู” “เหมือนกันเลยครับ ไม่ต้องเรียกพี่ว่าอาจารย์แล้วนะ บุษจบไปตั้งนานแล้ว” ธเนศออกตัวเรื่องสรรพนามเพราะเขาเคยเป็นอาจารย์ของเธอที่มหาวิทยาลัยและสอนภาษาญี่ปุ่น จึงสนิทสนมกับบุษบาในระดับหนึ่ง “บุษนั่งตรงไหนครับ” ชายหนุ่มถามต่อพลันต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงห้าวตอบแทน “เตียงเราอยู่ตรงกลางตู้ครับ ไปจ้ะบุษ เราไปเปลี่ยนบรรยากาศกันต่อดีกว่า” หัสดีพูดห้วนๆ ดึงของในมือบุษบาไปถือเองก่อนจะดึงข้อมือเธอให้ออกเดิน “เอ่อ บุษไปก่อนนะคะพี่เนศเอาไว้เราค่อยโทรคุยกันค่ะ” เธอทั้งอายทั้งโมโหที่หัสดีใช้คำพูดกำกวมต่อหน้าธเนศ จึงรีบตัดบทขอตัวจากฝ่ายนั้นก่อนจะถูกลากกลับไปยังที่นอน” “บุษไม่นอน ถ้าคุณไม่กลับไปที่ของคุณบุษจะปีนขึ้นไปเอง” หญิงสาวพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้โมโหมากกว่านี้ “เข้าไปดีๆ บุษ นอนด้วยกันมาทั้งคืนจะมาแยกเตียงอะไรกันตอนนี้” หัสดีกดไหล่เธอให้นั่งลงบนที่นอนและทิ้งตัวนั่งลงมาตามกันทำให้เธอต้องรีบถอยกรูดเข้าไปด้านใน บุษบามองเขาที่กำลังกระชากผ้าม่านปิดให้เรียบร้อยเหมือนเดิมอย่างตกใจ เขาหันมาหาเธอการอยู่ในที่แคบแค่นั้นทำให้ชายหนุ่มดึงตัวเธอเข้ามากอดได้อย่างง่ายดาย บุษบาดิ้นพรวดแต่กลับถูกกดตัวลง นอนหงายมีร่างกายสูงใหญ่ตามมาคร่อมไว้ “จะทำอะไรนี่มันบนรถไฟนะ” เธอแว้ดเสียงไม่ดังนัก ก่อนเสียงนั้นจะเงียบลงไปเมื่อเขาก้มลงจูบเธอแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “การที่เราไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น ก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงว่าบุษเป็นของพี่” เขาพูดหลังจากที่ถอนจูบออกจากเรียวปากนุ่ม มองบุษบาที่กำลังทำตาวาวอย่างโกรธจัด “ไม่ใช่ค่ะ บุษไม่ใช่ของใคร” เธอดิ้นรนและพยายามผลักเขาออก หัสดีไม่เถียงเขารวบสองมือเธอไว้ด้วยมือเดียวแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะ บังคับจูบเธออีกครั้งอย่าง ไม่สนใจอาการต่อต้านของอีกฝ่าย หัสดีรวบข้อมือสองข้างของเธอด้วยมือเดียวไว้เหนือศีรษะ มืออีกข้างของเขาเลิกชายเสื้อยืดที่เธอสวมอยู่รั้งไปกองเหนือเนินอก เขาผละจากกลีบปากนุ่มแล้วก้มลงไล่จูบไปตามผิวเนื้อตึงแน่น ชายหนุ่มเกาะกุมทรวงอกออกแรงนวดเฟ้นเบาๆ ทั้งที่มันยังมีบราขวางอยู่ บุษบาหายใจแรงเธอพยายามดึงข้อมือให้หลุดจากพันธนาการ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม