ภายในห้องพักโรงแรมห้าดาวในตัวเมืองเชียงใหม่ หัสดีมองหญิงสาวที่หลับมาสักพักใหญ่แล้ว
“บุษ พี่สาวบุษโทรมาหลายรอบแล้วให้พี่รับให้ไหม” เขาเรียกเมื่อเห็นเธอขยับตัวทำท่าจะตื่น บุษบาลืมตาแล้วทำหน้างงก่อนจะตกใจเมื่อนึกขึ้นได้
“กี่โมงแล้วคะ”
“จะบ่ายสองแล้วครับ บุษหลับไปตั้งนานแน่ะ” หัสดีพูดแต่แล้วก็ต้องเงียบเมื่อเธอขัดขึ้น
“พอแล้วค่ะ ป่านนี้พี่มาศเป็นห่วงแล้ว” เธอลุกขึ้นจากที่นอน
ฉวยโทรศัพท์สมาร์ตโฟนมาดู เสียงเรียกเข้าเงียบไปครู่หนึ่งแล้วแต่ มัทรีคงจะโทรมาใหม่อีกไม่นาน ป่านนี้พี่สาวคงห่วงเธอน่าดูเพราะหญิงสาวลืมว่าจะโทรหามัทรีตั้งแต่มาถึงเชียงใหม่
และจริงดังคาด ในนาทีต่อมาสายเรียกเข้าจากมัทรีก็ดังขึ้นอีก คราวนี้บุษบากดรับทันทีหลังจากที่ผูกปมเชือกเสื้อคลุมที่สวมอยู่ให้แน่นหนาขึ้น
“ค่ะพี่มาศ พอดีโทรศัพท์บุษแบตหมดค่ะเพิ่งชาร์จเสร็จ ขอโทษที่ไม่ได้โทรหานะคะ”
ฝ่ายมัทรีที่มาถึงเชียงใหม่ในตอนสิบสี่นาฬิกา หญิงสาวโทรหาบุษบาติดในตอนนั้นเอง
“บุษอยู่ที่ไหนตอนนี้”
“พี่มาศมาถึงรึยังคะ” เสียงบุษบาอู้อี้จนเธอขมวดคิ้ว หรือว่าน้องสาวไม่สบาย
“มาถึงแล้ว พี่เช็กอินที่โรงแรมแล้วจะออกไปแก้บนที่พระธาตุ
ดอยคำเลย บุษจะไปไหม”
“ไปค่ะ เราไปเจอกันที่นั่นเลยก็ได้นะคะตอนนี้บุษอยู่บ้านเพื่อน”
“โอเคจ้ะ”
มัทรีวางสายไปแล้ว บุษบาลอบถอนใจโล่งอกที่พี่สาวไม่สงสัยอะไร เธอเงยหน้ามองหัสดีตาขุ่น
“ทีหลังคุณอย่าทำแบบนี้อีกนะ”
นายแพทย์หนุ่มขมวดคิ้ว ทำแบบไหนที่เธอหมายถึง เขาเองก็ทำอะไรไปตั้งเยอะแยะ
“หมายถึงอะไร เรื่องที่พี่ไม่ได้ปลุกบุษเร็วกว่านี้ หรือเรื่องที่พี่จองโรงแรมแล้วไม่ให้บุษเลือกก่อน” เขาเลิกคิ้วถาม
“ไม่ใช่ค่ะ หมายถึงว่าอย่ามาล่วงเกินบุษแบบนี้อีก เราไม่ได้
เป็น...” เธอแทบจะร้องกรี๊ดแต่ต้องเงียบเมื่อเขาดุทันควัน
“ถ้าพูดอีกคำเดียวว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน” หัสดีมองเธออย่างหงุดหงิดก่อนจะถามเธอตรงๆ
“พี่ถามจริงๆ เถอะ บุษเป็นอะไรไปกลับมาถึงไทยบุษก็ไม่ติดต่อพี่ เมลไม่ตอบเบอร์โทรที่ให้ไว้ก็ผิด ก็เราตกลงจะคบกันไม่ใช่เหรอตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นบุษก็ดูว่าชอบพี่ เราสองคนชอบพอกันหรือว่า พี่เข้าใจอะไรผิด แล้วพอมาเจอกันบุษก็ทำเหมือนพี่เป็นผัวเก็บ บอกใครไม่ได้”
บุษบาเม้มปากแน่นเมื่อคิดถึงเรื่องที่ญี่ปุ่น ใช่... เขาพูดไม่ผิดเลย เธอชอบเขานั่นเรื่องจริงแต่ที่เขาบอกว่าชอบเธอมันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อ...
“เรื่องที่ญี่ปุ่นก็คือเรื่องที่นั่น มันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ไทยค่ะ”
เธอเมินหน้าหนีหันไปมองผนังของห้องพัก ซึ่งเป็นกระจกใส
ทั้งบานเห็นวิวของเมืองเชียงใหม่แบบไม่มีอะไรปิดบังสายตา เห็นวิวภายนอกเป็นดอยสุเทพอยู่ไม่ห่าง แต่ในยามนี้เธอไม่มีแก่ใจจะชื่นชม ความงามใดๆ ทั้งสิ้น
“ทำไมจะไม่เกี่ยวในเมื่อเราสองคนเกินเลยไปขนาดนี้ บุษจะทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง พี่ไม่ยอมหรอกนะถ้าบุษจะฟันพี่แล้วทิ้ง”
ชายหนุ่มเป็นฝ่ายไม่ยินยอม เขากำลังรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ว่าบุษบาได้เขาแล้วก็ทิ้งขว้างแบบไม่คิดจะไยดี เมียเขาทั้งคนจะยอมได้อย่างไร
“แล้วพี่จะเอายังไง”
เธอตวัดสายตามองด้วยความโมโห ใครกันแน่ที่ตั้งใจจะฟันแล้วทิ้ง
“เอาบุษนั่นล่ะ” เขาตอบหน้าตาเฉยมองเธอที่กำลังหน้าแดงไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออาย หรืออาจจะทั้งสองอย่าง
“วันนี้บุษก็ยอมพี่ไปแล้วไง และมันต้องจบค่ะ”
เธอเสียงแข็งหน้าร้อนยามที่ต้องพูดเรื่องนี้ตรงๆ แต่เขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการไปแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะเซ็กซ์ตอนเช้ามืดบนรถไฟหรือ ในห้องนี้อีกเกือบครึ่งวัน
“ไม่พอ บุษจะไม่อยากให้ใครรู้พี่ก็ไม่ว่า แต่บุษต้องคบกับพี่เหมือนตอนที่เราอยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่น”
“อะไรนะ พี่หัสบ้าไปแล้วเหรอคะ” เธอโวยวาย
“บุษคิดยังไงล่ะ คิดว่าพี่ลงทุนตั้งหลายสิบล้านทำรพ.สัตว์เพราะแค่อยากทำเหรอ”
และใช่... เขาใช้สิ่งนี้เป็นสะพานเข้าหาเธอและครอบครัว บังคับกลายๆ ให้เธอยอมติดต่อกับเขาแบบที่ครอบครัวรับรู้และยอมรับ เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่
บุษบานิ่งอึ้ง เธอกัดริมฝีปากจนมันชาตราบจนเขาดันตัวเธอให้เข้าห้องน้ำ
“ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกมากินข้าว วันนี้เรายังไม่ได้กินข้าว กันเลย แล้วพี่จะได้พาบุษไปเจอพี่สาวป่านนี้เป็นห่วงแย่แล้ว”
สองชั่วโมงต่อมามัทรีพบน้องสาวที่วัดพระธาตุดอยคำ แถมด้วยอีกคนคือหัสดี เธอนิ่วหน้าเพราะคิดว่าหัสดีไม่ได้มาด้วยในทริปนี้แล้ว จากที่ตอนแรกรามบอกว่าเพื่อนเขาจะไปด้วยกัน
“มาด้วยกันได้ยังไงคะสองคนนี้” เธอถามตรงๆ
“บังเอิญเจอกันบนรถไฟค่ะ พอดีเราจองตั๋วขบวนเดียวกัน” บุษบารีบตอบ
มัทรีพยักหน้า “แล้วก็เลยมาด้วยกันตั้งแต่ลงรถไฟเหรอคะพี่หมอหัส”
“เปล่าค่ะ เราต่างคนต่างไป แยกกันตั้งแต่ลงรถไฟเลย” บุษบารีบปฏิเสธทันทีทำให้หัสดีหน้าตึงจนสังเกตได้
“แล้วบุษกับเพื่อนพี่มาที่นี่ด้วยกันได้ยังไง” รามเป็นฝ่ายถามบ้าง
“มาเจอกันที่ตีนดอยเพื่อนน้องบุษมาส่ง พี่เลยรับน้องเขาขึ้นมาด้วยกันเพราะเพื่อนบุษรีบไปต่อ ใช่ไหมครับ”
หัสดีตอบแทนแล้วหันมาถามบุษบาเป็นเชิงให้เธอยืนยัน ซึ่งหญิงสาวพยักหน้าทันที
“ว่าแต่ทำไมรีบมาไหว้ล่ะ ไม่พักก่อนสักวันสองวัน” หัสดีเบี่ยงเบนความสนใจ
“อ๋อ พรุ่งนี้พวกเราจะไปเที่ยวที่เชียงดาวน่ะ จองบ้านพักหลังใหญ่ไว้ก็เลยมาที่นี่ก่อน จะได้ไม่ต้องพะวงกัน ว่าแต่นายจะไปด้วยกัน ใช่ไหม” รามถาม
“ไปสิ เดี๋ยวฉันช่วยออกค่าบ้านพักให้เอง” หัสดีตอบ
“ขอบคุณค่ะพี่หัสที่ให้น้องสาวมาศติดรถขึ้นมา งั้นเราไปไหว้พระกันเถอะบุษ พี่ว่ามาคราวนี้บุษอธิษฐานขอแฟนดีๆ สักคนก็ดีนะ รู้ไหมท่านศักดิ์สิทธิ์ม้ากมาก”
มัทรีขอบคุณเพื่อนสามีแล้วคุยกับน้องสาว สองพี่น้องเดินนำหน้าคุยกันกะหนุงกะหนิง รามเหลือบตามองเพื่อนแต่ไม่พูดอะไรแล้วเดินตามสองสาวไป
'อธิษฐานขอแฟน ขอทำไมผัวยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน' หัสดีฮึดฮัดแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินตามทุกคนไปอย่างเซ็งๆ