ตอนที่ 10 หลุดพ้นเสียที

1651 คำ
ถ้อยคำใจร้ายที่ได้รับจากคนที่ตนเรียกว่า ‘พ่อ’ มาตลอดสิบกว่าปีหากเป็นลูกสาวบ้านอื่นได้ฟังคงเสียใจจนคิดฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน ทว่ากลับไม่ใช่สำหรับฟางเหม่ยฉีที่กำลังแสร้งร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ แต่กลับไม่เอ่ยแย้งออกมาสักคำ หลังจากคำว่า ‘ตัดขาด’ ถูกผู้เป็นพ่อหยิบขึ้นมาพูดถึง ฟางเหม่ยฉีเพียงทำหน้าที่แสดงละครเป็นลูกสาวแสนอ่อนแอไปอย่างใจเย็น โดยมีญาติฝ่ายมารดาทั้งสองคนคอยปลอยโยนอยู่ไม่ห่าง หูโม่โฉวถูกเชิญเข้าไปในบ้านฟางเพื่อทำสัญญาตัดขาด โดยมีคนสกุลเหอคอยเป็นพยานในการทำสัญญานี้ ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้จากไปแต่อย่างใด ชาวบ้านทั้งหลายยังคงยืนรอชมเรื่องสนุกอยู่บริเวณลานบ้าน แม้จะไม่ได้เห็นภาพด้วยตา อย่างน้อยก็ขอให้ได้ยินกับหูก็ยังดี… ท่าทางเด็ดเดี่ยวจริงจัง ไร้ความลังเลของฟางอี้ทำให้เหอคุนรู้สึกสงสารน้องสาวที่จากไปไม่น้อย กับลูกสาวแท้ ๆ เจ้าลูกเต่ายังทำถึงขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงน้องสาวของเขาที่แต่งเข้ามาโดยไร้รัก ไม่รู้ว่ายังมีสิ่งใดที่เจ้านี่ทำกับน้องสาวของเขาโดยที่เขาไม่รู้อีกบ้าง ขณะเดียวกันเหอคุนก็ทำหน้าที่แทนหลานสาวได้เป็นอย่างดี เขาเองก็เป็นผู้นำหมู่บ้านที่อยู่ติดกัน เช่นนั้นแล้วเอกสารทางการเหล่านี้เขาย่อมมีความรู้อยู่ไม่น้อย หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อ พร้อมด้วยพยานรู้เห็นอีกจำนวนหนึ่ง เขาไม่ลืมทวงถามสิ่งที่หลานสาวควรได้รับต่อหน้าทุกคนในที่นี้ “เงินที่เหม่ยฉีหามาได้ตลอดระยะเวลาเกือบสองปีแล้วมอบให้กับสกุลฟาง พวกนายจะไม่แบ่งให้เธอสักหน่อยเหรอ?”นี่ไม่ได้อยู่ในแผนการที่หลานสาวบอกเอาไว้ แต่เหอคุนเต็มใจทำเพื่อรักษาเงินที่หลานสาวหามาให้มากที่สุด และต่อหน้าทุกคนด้วยแล้ว คนหน้าบางอย่างภรรยาของฟางอี้ย่อมไม่อาจโต้แย้งได้แต่อย่างใด เธอเพียงกลืนน้ำลายลงคออย่าฝืดเฝื่อน ก่อนจะเดินไปหยิบเงินจำนวนห้าสิบหยวนมาให้กับลูกเลี้ยง “เพียงเท่านี้หรือ?”เป็นหูโม่โฉวที่ถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เท่าที่เขารับรู้มาเงินเดือนของแม่หนูฟางนั้นไม่น้อยเลยหากเทียบกับชาวนาที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตลอดมาก็มอบให้คนที่บ้านฟางจนหมดสิ้น ทว่าตอนนี้เมื่อจะตัดขาดกลับหยิบยื่นให้เพียงห้าสิบหยวน นอกจากน่ารังเกียจ คนบ้านฟางก็ดูจะไร้ยางอายกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก เซี่ยซูเม่ยย่อมรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาจากรอบทิศ ยังไม่ต้องพูดถึงสายตาของผู้นำหมู่บ้านหูที่มองมาอย่างรังเกียจนั่นอีก แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ในเมื่อเงินที่มีไม่ถึงสองร้อยหยวน เธอไม่อาจแบ่งครึ่งได้จริง ๆ แต่หากไม่ให้เลยคนในหมู่บ้านก็จะยิ่งนินทาเธอเสีย ๆ หาย ๆ มากกว่าที่เป็นอยู่ “กะ-ก็ที่ผ่านมาที่บ้านมีค่าใช้จ่ายมาก ที่เหลืออยู่ก็มีเพียงหนึ่งร้อยหยวนเท่านั้นค่ะท่านผู้นำ”เซี่ยซูเม่ยกล่าวคำโกหกออกมาคำโต แม้จะพยายามปรับสีหน้าให้แนบเนียน แต่เหงื่อกาฬที่ผุดตามกรอบหน้านั้นไม่น้อยเลย เหอคุนอยากจะทักท้วงให้หลานสาวอีกสักหน่อย ทว่าเมื่อเห็นสัญญาณจากเจ้าตัวจึงได้ตัดใจจำยอมไป “อืม เท่านี้ก็เท่านี้” หนังสือตัดขาดจะต้องนำไปประทับตราที่สำนักงานของทางการ หูโม่โฉวก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี โดยกล่าวกับทุกคนว่าหนังสือนี้มีผลทันที ส่วนตราประทับก็ทำตามทีหลังได้ แล้วพรุ่งนี้หากเสร็จเรียบร้อยจะส่งหนังสือตัดขาดให้กับทุกฝ่าย “กลับบ้านเรากันเถอะลูก”เจียงหนิงฮวากล่าวกับหลานสาวอย่างไม่ลังเล ในใจของหญิงชรารู้สึกดีไม่น้อยที่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง แม้จะไม่สามารถช่วยลูกสาวเอาไว้ได้ แต่ตอนนี้อย่างน้อยก็ยังช่วยหลานสาวเอาไว้ได้ทัน ต่อไปเธอจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีเพื่อชดเชยความผิดพลาดที่ตนเองไม่อาจช่วยลูกสาวได้ในตอนนั้น มือเรียวเล็กปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ก่อนจะยิ้มให้กับผู้เป็นยายจนตาหยี เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างจากผู้เป็นยายนักเมื่อคิดว่าชีวิตต่อจากนี้จะไม่ต้องอดทนอยู่ร่วมกับคนน่ารังเกียจเหล่านี้อีกต่อไป ฟางเหม่ยฉีได้รับอนุญาตให้เก็บของใช้ส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้นออกไปได้ แม้จะไม่ได้อยากได้ของเก่าพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อเห็นข้อดีของการหยิบของเหล่านี้ออกมา เธอย่อมไม่พลาดที่จะทำให้ทุกคนได้เห็น มือเรียวเลือกที่จะหยิบเสื้อผ้าเก่าขาดสองสามชุด และชุดพนักงานออกมาให้ป้าสะใภ้ช่วยถือเอาไว้ ทันทีที่ทุกคนได้เห็นว่าตลอดทั้งชีวิตของลูกสาวบ้านฟางนั้นมีสมบัติติดตัวเพียงเท่านี้ก็ได้แต่มองมาที่ฟางเหม่ยฉีด้วยแววตาเห็นใจ ต่างจากแววตาที่มองไปยังคนบ้านฟางอย่างสิ้นเชิง บางคนถึงกับหัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า ‘ลูกสาวแท้ ๆ ถูกปฎิบัติเยี่ยงสาวใช้ แต่กลับดูแลลูกติดภรรยาใหม่เป็นอย่างดีราวกับเป็นลูกในไส้ จะมีใครทำเช่นนี้ได้อีก…หากไม่ใช่คนสกุลฟาง’ สิ้นคำกล่าวนั้นฉับพลันก็เกิดเสียงดังเซ็งแซ่ไปในทิศทางเดียวกันเกิดขึ้นโดยทั่วหน้าบ้านสกุลฟาง ซึ่งคำต่อว่าด่าทอเหล่านี้หากไม่ใช่ความจริงแล้ว คนที่ถูกกล่าวถึงจะต้องโต้ตอบสิ่งใดออกมาบ้าง ทว่าทางคนบ้านฟางกลับเงียบปากแล้วมองหน้ากันไปมา เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าคำกล่าวของคุณยายท่านนี้ไม่เกินจริงเลย ฟางเหม่ยฉีจำได้ว่าคุณยายท่านนี้เป็นคุณยายที่อาศัยอยู่ตรงข้ามบ้านฟางนั่นเอง แม้จะอยากขอบคุณและปรบมือดัง ๆ ให้กับคุณยาย ทว่าเธอกลับทำได้เพียงเดินตามหลังคุณยายของร่างนี้ไปด้วยท่าทีสงบเท่านั้น พลันลอบจดจำใบหน้าของทุกคนที่ช่วยเหลือเธอให้หลุดบ้านในวันนี้ให้ดีเสียก่อนจะจากไป ในภายภาคหน้าหากเธอมีชีวิตที่ดีขึ้นจะไม่ลืมบุญคุณของพวกเขาเหล่านี้อย่างแน่นอน หลังจากตัวไร้ค่าจากไปสองสามีภรรย***านฟางไม่รอช้ารีบปลีกตัวหนีคำต่อว่าด่าทอเข้าไปในห้องนอนทันที เซี่ยซูเม่ยนำเงินเก็บที่มีมานับให้ถ้วนถี่ ก่อนจะจ้องมองไปที่สามีด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “เหลือเพียงแค่ร้อยยี่สิบหยวนเท่านั้น เราจะทำอย่างไรกันดี”เธอถามสามีด้วยน้ำเสียงร้อนรน อีกไม่นานก็ต้องเริ่มกักตุนเสบียงสำหรับฤดูหนาวแล้ว แน่นอนว่าผลผลิตในแปลงนาที่สามีดูแลย่อมไม่อาจคาดหวังได้ แต่เงินในบ้านเหลือเพียงเท่านี้ เธอแทบมองไม่เห็นทางรอดของครอบครัวเลยด้วยซ้ำว่าจะทำได้อย่างไร ทว่าคนเป็นสามีกลับตวัดมองภรรยาอย่างดุร้าย แม้จะรักเธอมากก็จริง ทว่าเรื่องราวในวันนี้ก็ทำให้เขารู้สึกโมโหไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยถูกรุมประณามโดยไร้คำตอบโต้เช่นนี้มาก่อน “ถามผมหรือ? ผมต้องถามคุณสองคนแม่ลูกมากกว่าว่าเอาเงินที่ได้ไปทำอะไรจนหมด” ฟางอี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างอย่างเหลืออด เขาไม่ใช่คนโง่งมที่ไม่รู้ว่าเงินที่เหม่ยฉีมอบให้แต่ละเดือนนั้นมันมากพอที่จะทำให้บ้านฟางมีเงินเก็บและเงินเก็บก็ควรจะต้องมีเท่าใด ทางเซี่ยซูเม่ยเองที่ได้ยินคำพูดของสามีก็รู้สึกโกรธเกรี้ยวไม่ต่างกันนัก “แล้วเหล้าที่คุณกินมันทุกวันไม่ต้องใช้เงินซื้ออย่างนั้นเหรอ?” หากจะโทษว่าเธอกับลูกใช้เงินมือเติบก็โทษไปเถอะ แต่เหล้าที่สามีซื้อมากินในแต่ละวันก็ใช้เงินไปไม่น้อยเลย เช่นนั้นจะมาโทษเธอฝ่ายเดียวได้อย่างไร หากจะผิดก็ต้องผิดกันทุกคนไม่ใช่เหรอ… ทว่าคำพูดให้ร้ายของภรรยาก็ทำเอาฟางอี้โกรธจนควันออกหู เขาปรี่เข้าไปบีบปลายคางของเธออย่างแรง จนเซี่ยซูเม่ยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดก่อนจะกล่าวเสียงรอดไรฟันออกมา “กล้าโทษผมหรือ ซูเม่ย! อย่าลืมว่าหากไม่มีผม คุณก็คงได้เป็นเมียของไอ้แก่โรคจิตท้ายหมู่บ้านไปแล้ว” ฝ่ามือหยาบกร้านสะบัดออกทันทีที่กล่าวจบจนใบหน้าของภรรยาหันไปตามแรง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนด้วยอารมณ์คุกรุ่นไม่หาย ซูเม่ยเพียงมองตามหลังสามีไปด้วยแววตาแค้นเคือง น้ำตาสายเล็กพลันไหลออกมาจากหางตา จริงอยู่ที่ฟางอี้จะกล่าวเช่นนั้น แต่เขาก็เต็มใจไม่ใช่หรือ ทั้งยังบอกว่าเธอเป็นรักแรกของเขา อย่างไรก็ต้องแต่งเธอเข้าบ้านในสักวันให้ได้ แล้วคำพูดเมื่อครู่นี่เล่า…ไม่ใช่ว่ากำลังทวงบุญคุณกันอยู่หรือ?
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม