บทที่ 7: เส้นทางสู่การเป็นผู้ลี้ภัย

1757 คำ
ทันทีที่พวกเขาพ้นจากอุโมงค์ใต้ดิน เอเดนและคลีโอก็พบว่าตนเองยืนอยู่บนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยหญ้าแห้ง ห่างไกลจากหอคอยสภาจันทราที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวงราวกับเงาที่น่ากลัว อากาศยามเช้าที่นี่เย็นจัดและมีกลิ่นดินป่า พวกเขาได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากเมืองหลวง ซึ่งบ่งบอกว่าการหนีของพวกเขาถูกรับรู้แล้ว "เราต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด" คลีโอกล่าว พลางจัดเก็บม้วนหนังโบราณไว้ในกระเป๋าผ้าที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดของนาง "ทางเหนือ... เจ้าว่ามันไกลเพียงใด?" เอเดนถาม เขาพยายามเรียกเวทมนตร์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่รู้สึกได้เพียงความเหนื่อยล้า เวทมนตร์ที่ใช้หนีจากยามและเปิดประตูเหล็กกล้าได้สูบพลังของเขาไปจนเกือบหมด "มันเป็นระยะทางที่ต้องใช้ม้าเดินทางหลายวัน" คลีโอตอบ พลางมองหาแนวป่าที่อยู่ห่างออกไป "แต่เราไม่มีเวลาหาพาหนะที่เหมาะสม ตอนนี้มีเพียงทางเดียวที่รวดเร็วที่สุด" คลีโอพานำเอเดนไปยังแนวป่าทึบ นางหยุดลงที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมีเถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่น นางร่ายคาถาสั้นๆ เวทมนตร์แห่งการฟื้นฟูของนางไม่ได้ฟื้นฟูวัตถุ แต่ฟื้นฟู พลังงานที่เชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิต "นี่คือวิถีแห่งพฤกษา" คลีโออธิบาย "เป็นเวทมนตร์โบราณที่เชื่อมโยงเรากับธรรมชาติที่ยังคงบริสุทธิ์ ข้าสามารถขอให้เถาวัลย์นำทางเราไปยังพื้นที่ใกล้กับเส้นทางการค้าได้" นางยื่นมือแตะลำต้นของเถาวัลย์อย่างอ่อนโยน หลับตาลง แล้วร่ายคาถาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เถาวัลย์เส้นหนึ่งที่หนาเท่าแขนก็เริ่มคลายตัวออกอย่างช้าๆ มันทอดตัวลงบนพื้นดินราวกับสายพานที่มีชีวิต "มันจะพาเราเดินทางไปใต้พื้นดินในระดับความเร็วที่รวดเร็วแต่ไม่สบายนัก" คลีโอเงยหน้ามองเอเดน "และเราต้องรีบแล้ว" เอเดนพยักหน้าก่อนจะรู้สึกถึงเสียงของไซรัสที่ดังอยู่ในความคิดของเขา 'ดีมากเอเดน ใช้โอกาสนี้พักผ่อนและทำความเข้าใจพลังของเจ้า' ไซรัสกล่าว 'ความกลัวที่เจ้าใช้เปิดประตูนั้น... มันคือจุดเริ่มต้นของการควบคุมที่แท้จริง' พวกเขาตามเถาวัลย์ลงไปในโพรงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของมันอย่างทุลักทุเล ทันทีที่พวกเขาอยู่ในอุโมงค์ชั่วคราวใต้ดินที่สร้างจากเถาวัลย์ การเดินทางที่เร่งรีบก็เริ่มต้นขึ้น พวกเขาถูกห่อหุ้มด้วยความมืดและเสียงดินที่เสียดสี เอเดนพยายามทำสมาธิ เขาเพ่งมองไปที่รอยเงาสะท้อนบนแขนซ้ายของตนเอง ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงสัญลักษณ์สีดำนิ่งๆ "ไซรัส" เอเดนกระซิบในความคิด "พลังนี้... ไม่มีทางที่จะทำให้มันสร้างสิ่งที่ไม่ใช่ความกลัวได้เลยหรือ?" 'ยากยิ่งนัก เอเดน' ภูตจันทราตอบ 'พลังนี้เกิดจากแก่นแท้ของจิตใจที่อ่อนแอและบิดเบี้ยว แม้แต่ข้าก็ไม่แน่ใจว่ามันสามารถสร้างแสงสว่างได้หรือไม่ แต่... เสียงของไซรัสหยุดไปชั่วครู่ ราวกับกำลังใช้พลังวิเคราะห์ 'แต่มีสิ่งหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าความกลัวของผู้อื่น และเจ้าได้สัมผัสมันแล้ว' "อะไรหรือ?" 'ความกลัวที่เจ้าสามารถเผชิญหน้าและยอมรับได้ด้วยตัวเจ้าเอง' ไซรัสเน้นย้ำ 'ความกลัวนั้นจะกลายเป็น อาวุธ ที่เจ้าควบคุมได้โดยสมบูรณ์และไม่สามารถถูกบงการโดยผู้อื่น... แต่การหาความกลัวที่แท้จริงของตนเอง... นั่นคือการเดินทางที่ยากยิ่งกว่าการข้ามทวีปเสียอีก' เอเดนพยักหน้ารับคำสอน เขารู้ว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตรายทางกายและทางจิตใจ การควบคุมพลังนี้หมายถึงการต้องดำดิ่งลงไปในส่วนที่มืดมิดที่สุดของตัวเอง ขณะนั้นเอง เถาวัลย์นำทางก็ชะลอความเร็วลง ก่อนจะพาพวกเขาโผล่ออกมาที่โคนต้นไม้ใหญ่ริม ถนนการค้าสายหลัก ที่เต็มไปด้วยพ่อค้าและนักเดินทาง "เรามาถึงแล้ว" คลีโอกล่าว พลางปัดฝุ่นจากชุดของนาง เบื้องหน้าพวกเขาคือถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนหลากเชื้อชาติหลายเผ่าพันธุ์ นี่คือเส้นทางแห่งการแลกเปลี่ยนที่เชื่อมต่อเมืองหลวงกับเมืองอิสระทางเหนือ "เราต้องรีบปลอมตัว" คลีโอเอ่ยต่อ "ถ้าเราถูกพบในชุดนี้ ความหวาดระแวงจะนำพาองครักษ์มาหาเราอย่างรวดเร็ว... จงทำตัวให้เหมือนคนธรรมดาที่สุด เอเดน" เอเดนมองตัวเองในชุดคลุมนักเรียนผู้อัญเชิญที่เปรอะเปื้อน เขารู้สึกเหมือนเป็นแกะดำในฝูงชน แต่เขาก็จำต้องเดินต่อไป พวกเขาเดินปะปนไปกับกลุ่มพ่อค้าที่มุ่งหน้าไปทางเหนือสู่เมืองแห่งการค้าอิสระ โดยไม่รู้เลยว่าบนหอคอยสภาจันทรานั้น หัวหน้าเซโนฟัสกำลังเรียกประชุมจอมเวทย์ระดับสูง ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด และเตรียมการ ตามล่าครั้งใหญ่ที่ใช้พลังของสภาฯ ทั้งหมดเพื่อตามจับ "บุตรแห่งความว่างเปล่า" และ "ผู้ทรยศแห่งหอจดหมายเหตุ" การเดินทางบนถนนการค้าสายหลักเป็นไปด้วยความตึงเครียด เอเดนและคลีโอพยายามกลมกลืนไปกับฝูงชน แต่ชุดคลุมนักเรียนผู้อัญเชิญที่เก่าและสกปรกของเอเดน กับชุดเจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุของคลีโอยังคงเป็นจุดสังเกตที่ง่ายเกินไป พวกเขามาถึงตลาดเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมทาง เพื่อหาเสื้อผ้าใหม่และเสบียง คลีโอนำเงินเหรียญทองแดงที่ซ่อนไว้ในรองเท้าออกมาอย่างระมัดระวัง นางต้องใช้เวทมนตร์เล็กน้อยในการบิดเบือนการมองเห็นของพ่อค้าเพื่อแลกชุดคลุมสีเข้มที่ดูธรรมดามาให้เอเดน ส่วนนางเองก็ได้ผ้าคลุมสีเทาที่ปกปิดใบหน้าเกือบทั้งหมด ขณะที่เอเดนกำลังเปลี่ยนชุดอยู่หลังแผงลอยเก่า ๆ เขาได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นเคยในความคิด 'เจ้าเริ่มเข้าใจแล้วเอเดน การใช้พลังเพื่อปกปิดแทนที่จะใช้เพื่อโจมตี... นั่นคือการควบคุม' ไซรัสกล่าวอย่างชื่นชม "มันเหนื่อยมาก ไซรัส" เอเดนตอบในใจ "และข้าต้องพยายามอย่างหนักไม่ให้มันเปลี่ยนเป็นสิ่งที่น่ากลัว" 'ความกลัวเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ จงยอมรับมัน... แต่จงควบคุมทิศทางของมัน' ทันใดนั้นคลีโอก็เข้ามากระซิบข้างหูเอเดน "รีบเถิดเอเดนข้าเห็นองครักษ์" เอเดนเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่มองครักษ์เวทมนตร์ในชุดเกราะสีเงินวาววับกำลังขี่ม้าเวทมนตร์เข้ามาในตลาด พวกเขาไม่ได้มองหาพวกเขาโดยตรง แต่กำลังประกาศบางสิ่งบางอย่างอย่างเป็นทางการ จ่าองครักษ์ผู้หนึ่งขี่ม้าขึ้นไปบนกองลังไม้ และกางม้วนกระดาษขนาดใหญ่ออก "ฟังทางนี้! ประชาชนแห่งอัลคาริส!" เสียงประกาศก้องดึงดูดความสนใจของทุกคนในตลาด "บุคคลในภาพนี้คือ อาชญากรชั้นสูง ที่ถูกกล่าวหาว่าทรยศต่อสภาจันทรา! เอเดน และ คลีโอ!" ม้วนกระดาษถูกคลี่ออก เผยให้เห็นภาพวาดที่เหมือนจริงของเอเดนและคลีโอ "ใครก็ตามที่ให้ที่พักพิงหรือซ่อนเร้นบุคคลเหล่านี้ จะถูกลงโทษในข้อหากบฏ และถูกผนึกเวทมนตร์ไปตลอดชีวิต! ค่าหัวของทั้งสองนั้นสูงถึงเหรียญทองคำสามร้อยเหรียญ!" เสียงฮือฮาดังไปทั่วตลาด ผู้คนเริ่มมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง และบางคนก็เริ่มมองมาทางพวกเขา เอเดนและคลีโอพยายามซ่อนตัวอยู่หลังฝูงชน คลีโอกำแน่นที่ม้วนหนังโบราณในกระเป๋าของนาง "เซโนฟัสไม่ได้เสียเวลาเลย" คลีโอพูดเสียงต่ำ "เขาใช้ ความโลภของผู้คนเป็นเครื่องมือในการตามล่าเรา" "เราต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้" เอเดนพยักหน้า ขณะที่พวกเขาพยายามเดินฝ่าฝูงชนอย่างเงียบๆ จู่ๆ เอเดนก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศ 'ระวังตัว เอเดน! มีผู้ใช้เวทมนตร์อยู่ใกล้ๆ และเขา... ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของสภาฯ!' ไซรัสเตือน เอเดนเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมขาดรุ่งริ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้เขา ชายผู้นั้นมีหนวดเคราสีเทาและดวงตาที่ฉายแววบ้าคลั่ง เขามองตรงมาที่เอเดน "เงา... เงาแห่งความกลัว..." ชายคนนั้นพึมพำเสียงแผ่ว แต่สายตาของเขามุ่งตรงไปที่แขนซ้ายของเอเดน "เจ้า หนีไม่พ้นหรอก! ความกลัวจะตามเจ้าไปทุกหนทุกแห่ง!" ชายผู้นั้นร่ายเวทมนตร์อย่างกะทันหัน เวทมนตร์ของเขาไม่ใช่เวทมนตร์อัญเชิญ แต่เป็นเวทมนตร์ธาตุลมที่รุนแรง พายุหมุนเล็กๆ พุ่งเข้าใส่เอเดนทันที "หลบเถิด!" คลีโอผลักเอเดนให้หลบหลังแผงลอย แต่พายุนั้นพุ่งทะลุแผงลอยไปอย่างง่ายดาย เอเดนถูกบีบให้ต้องตอบโต้ เขาต้องใช้พลังโดยเร็วที่สุด ก่อนที่องครักษ์ที่กำลังประกาศอยู่จะรู้ตัว เขาตั้งสมาธิไปที่ความกลัวที่อยู่ภายในใจของตนเองอีกครั้งและอัญเชิญหมอกดำขึ้นมาเพื่อปกคลุมตนเองและคลีโอไว้ แต่ในเสี้ยววินาทีที่พลังเงาสะท้อนทำงาน มันได้สัมผัสเข้ากับความกลัวที่บ้าคลั่งของชายแก่ผู้ใช้เวทมนตร์ลม เงาดำที่ควรจะปกปิดกลับแปรสภาพเป็นร่างเงาของพายุทอร์นาโดขนาดใหญ่ที่บิดเบี้ยวและน่ากลัว มันไม่ได้โจมตีแต่ปรากฏขึ้นชั่วขณะอยู่กลางตลาด ความกลัวได้แพร่กระจายอีกครั้ง! ผู้คนเริ่มกรีดร้อง พ่อค้าล้มแผงลอยหนีเอาชีวิตรอด! 'แย่แล้ว เอเดน! เจ้ารวมความกลัวของเจ้ากับของผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ!' ไซรัสเตือน เอเดนใช้โอกาสที่ตลาดกำลังโกลาหล ดึงคลีโอเข้าสู่ซอกทางเดินแคบๆ แล้ววิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาทิ้งร่องรอยแห่งความหวาดกลัวไว้เบื้องหลัง ซึ่งเป็นสัญญาณที่เซโนฟัสจะตามมาได้อย่างง่ายดาย "เราต้องไปจากถนนการค้าสายนี้!" คลีโอเร่งเร้า "ทางเดียวคือมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าแห่งเงาที่นั่นมีเส้นทางที่ผู้คนไม่ กล้าใช้!" เอเดนพยักหน้ารับโดยไม่มีทางเลือกอื่น เขาวิ่งตามคลีโอเข้าไปในความมืดครึ้มของป่าทึบ ทิ้งไว้เบื้องหลังคือเสียงกรีดร้องของผู้คนและเสียงประกาศตามล่าของสภาจันทราที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม