เดอะไนต์กู๊ด ผับดังที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพของบริการในด้านต่างๆ ว่าทุกอย่างต้องดีเลิศเท่านั้น วันนี้ธิติมาที่นี่พร้อมกับเพื่อนสนิทนอกกลุ่มเด็กเทพคือทิม ธนนท์
“วันนี้มึงสั่งเปิดห้องที่ชั้นห้าเหรอวะ” ชั้นห้าที่ธนนท์ถามถึงคือส่วนของห้องพักระดับหกดาวของบรรดาลูกค้าระดับวีวีไอพีหรือซูเปอร์วีไอพี ขนาดห้องกว้างขวางพร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ถ้าต้องการของเล่นสำหรับเพิ่มความสนุกก็มีให้บริการมากมาย ทั้งหมดจะเป็นแบบใหม่แกะกล่องเท่านั้น
“อืม...” ธิติรับคำเพียงสั้นๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม วันนี้เขามีนัดกับดาราวัยรุ่นสาวสวยที่เพิ่งรับเข้าสังกัดของสตาร์โมเดลลิ่ง ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มาดูเมื่อมีแสงสว่างวาบที่หน้าจอ
‘แพมมาถึงแล้วนะคะ รออยู่บนห้องแล้วค่ะ’ ข้อความจากไลน์บอกว่าดาราสาววัยขบเผาะมาถึงแล้ว แถมเจ้าตัวยังส่งภาพตัวเองที่กำลังเปลือยเปล่าในอ่างอาบน้ำมาให้เป็นออร์เดิฟวร์อีกด้วย
ชายหนุ่มลุกขึ้นทันที เวลาที่มาที่นี่ทั้งเขาและเพื่อนต่างรู้กันว่าต่างคนต่างมา ต่างคนต่างกลับ ไม่ต้องรอกัน
“กูไปล่ะ มึงจะเอาไงไอ้ทิม”
“กูว่าจะหาเด็กเอาแถวๆ นี้ หิ้วไปกินข้างนอก มึงไปได้เลย” ธนนท์ตอบ เขาไม่ได้เดือดร้อนที่ธิติจะปลีกตัวไปเพราะตนเองก็กำลังเล็งสาวสวยที่นั่งโต๊ะถัดไปเช่นกัน
“เค ไว้เจอกันที่มหาลัย” ธิติปรายตามองโต๊ะข้างๆ เห็นหญิงสาวท่าทางเหมือนเพิ่งเคยมาท่าทางเรียบร้อยขัดกับสถานที่ สวมชุดขาวทั้งตัวราวกับแม่ชีที่เพื่อนนั่งมองมาสักพักแล้วก็เข้าใจ
‘มันชอบของแปลก’ แต่ไหนแต่ไร เขาจึงก้าวยาวๆ ลุกไปทางลิฟต์ที่อยู่ด้านนอกเพื่อขึ้นไปชั้นห้าทันที
ใช้เวลาไม่นานชายหนุ่มก็ขึ้นมาถึงห้องพัก เมื่อลิฟต์เปิดออกพนักงานประจำชั้นโค้งจนสุดก่อนจะเดินนำเขาไปที่ห้องพักที่จองไว้ เพราะว่าลูกค้าที่มาบนชั้นนี้ได้ล้วนแต่เป็นลูกค้าประจำกระเป๋าหนักทั้งสิ้น พนักงานจึงจำหน้าได้ทุกคน
“ไฮค่ะที่รัก แพมอยู่ในห้องน้ำนะคะ”
เสียงของหญิงสาวดังขึ้นทันทีที่เธอรู้ว่าเขาเข้ามาในห้องแล้ว ธิติยิ้มนิดๆ ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงทีละเม็ดอย่างไม่รีบร้อน สาวเท้าไปตามเสียงนั้นช้าๆ
“คุณยังอาบน้ำไม่เสร็จเหรอคนสวย”
เขานั่งลงหมิ่นๆ บนขอบอ่าง ตามองหญิงสาวที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนในอ่างจากุชชี่ ช่วงตัวครึ่งบนที่โผล่พ้นน้ำมองเห็นเนินอกรำไรภายใต้ครีมฟองละเอียด
“อาบน้ำเสร็จแล้วค่ะ แต่อย่างอื่นยังไม่เสร็จรอที่รักมาทำให้เสร็จอยู่” เธอพูดแล้วตามเสียงหัวเราะอย่างเซ็กซี่ปนขี้เล่น ธิติยิ้มถูกใจเขาลุกขึ้นกระชากเสื้อผ้าออกจากตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวลงไปในอ่าง
“ได้ตามที่ขอเลยครับ”
เวลาเดียวกันปราณชนกอยู่ที่ห้องของตนเอง มีเพื่อนสาวสองคนอยู่ด้วยคือพัชชาและกนธิชา ห้องพักของพวกเธออยู่ในตึกเดียวกันแต่คนละชั้น ปราณชนกอยู่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ส่วนอีกสองสาวอยู่ห้องดูเพล็กซ์ชั้นถัดมาแต่ทั้งสองห้องก็หรูหราพอๆ กัน
“วันนี้เธอทำไอ้นี่เหรอปราง อร่อยจัง” กนธิชาตักเค้กไข่ญี่ปุ่นเข้าปากพลางชมไปด้วย ความที่เป็นเค้กไม่มีครีมทำให้เธอไม่ระวังเรื่องน้ำหนักมากนัก
“พายกินสิ ไม่มีครีมไม่ต้องกลัวอ้วน” เธอเลื่อนจานขนมส่งให้พัชชา ฝ่ายนั้นอดใจไม่ไหวกับกลิ่นหอมจึงตักเข้าปากแล้วต้องทำตาโตเพราะความอร่อยที่คาดไม่ถึง
“อื้อหือ อร่อยจริงด้วยปราง หัดทำมาจากไหน” พัชชาหลับตาด้วยความฟินจากความหอมของนมฮอกไกโดแท้ที่ถูกเลือกมาเป็นวัตถุดิบ
“ที่บ้านน่ะ คุณย่าเราทำขนมเก่งมากแต่ไม่ได้ทำขายนะ แค่ทำกินกันในบ้าน บ้านเราคนเยอะ” ปราณชนกหน้าบานที่เพื่อนชม อันที่จริงไม่ว่าใครถ้าได้ชิมขนมที่เธอทำก็ชมกันทั้งนั้น
“แล้วที่ว่าจะไปเป็นผู้ช่วยเชฟในรายการแข่งขัน นี่เชฟคนไหนเหรอ ดังไหม” กนธิชาถามต่อ ครอบครัวเธอก็อยู่ในแวดวงธุรกิจอาหาร พอจะรู้จักผู้คนในวงการอยู่บ้าง
“ยังไม่รู้เลย อาจารย์ยังไม่ได้บอกแต่น่าจะเป็นคนในช่องเก้าหกนี่ล่ะ” รายการเกี่ยวกับอาหารของช่องเก้าหกมีอยู่สองสามรายการ ปราณชนกจึงคิดว่าคนที่ตนจะต้องไปเป็นผู้ช่วยน่าจะเป็นเชฟจากบรรดารายการเหล่านั้น
“เนอะ น่าจะเป็นมืออาชีพแหละ อาไจ๋ซื้อรายการนี้มาตั้งหลายตังค์ แกคงตั้งใจมากคงไม่เอาพวกมือใหม่มาเข้าแข่งอยู่แล้ว” กนธิชาออกความเห็น พัชชาเองก็พลอยพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน
แต่แล้วความตั้งใจของปราณชนกก็หายไปเกือบครึ่งเมื่อเธอได้เข้าประชุมทีมในการแข่งขัน และได้รู้ในวันนั้นว่าใครคือคนที่เธอจะต้องไปเป็นผู้ช่วย
"พี่แบงค์เองเหรอคะ คือเชฟคนที่ว่าจะเข้าแข่งในรายการนี้” เธอทำสีหน้าไม่เชื่อถือแบบไม่ปิดบังความรู้สึก ธิตินึกมันเขี้ยวในใจแต่ก็ต้องกัดฟันยิ้มและตอบไป
“ครับพี่เอง บ้านพี่ทำร้านอาหารไงน้องปรางน่าจะรู้”
“ค่ะ ทราบ” เธอตอบสั้นๆ
“รู้จักกันแล้วก็ดี เออใช่พวกเธอเรียนภาควิชาเดียวกันนี่ อาจารย์ก็ลืมไป งั้นปรางอาจารย์ฝากให้เราช่วยเป็นคนกลางประสานงานกับธิติเขาด้วยนะลูก” อาจารย์สุนีย์กล่าวอย่างโล่งอกที่ในที่สุดก็หาคนทำงานที่ดูว่าอยากทำงานจริงๆ มาได้เสียที
“ได้ครับอาจารย์ ปรางเขาเป็นรุ่นน้องสนิทกับพวกผมอยู่แล้ว อยู่กลุ่มสายรหัสกลุ่มเดียวกันครับ” ธิติตอบแทนสีหน้าระรื่น
จากวันนั้นหลังจากที่ได้ตารางในการแข่งขันแต่ละรอบมาแล้ว ปราณชนกต้องเป็นคนช่วยวางแผนการฝึกซ้อมให้กับธิติ คิดเมนูตามธีมของแต่ละรอบไว้เตรียมให้ชายหนุ่มลงมือทำ
“อ้าว มึงไม่ไปซ้อมทำขนมเหรอวะ พี่แบงค์” กรวิชญ์ถามธิติ ในเย็นวันหนึ่ง หลังจากที่เขาเปิดประตูเข้ามาในห้องของอาทิตย์ แล้วเจอว่าธิติกำลังนั่งเล่นเกมอยู่กับเจ้าของห้อง
“ไม่ล่ะ ขี้เกียจ” ธิติตอบสายตาก็จ้องเกมในจอ “มึงแพ้แล้วไอ้ทิตย์ คืนนี้มึงจ่าย” เขาพูดถึงเรื่องออกไปเที่ยวในคืนนี้ซึ่งใช้การเล่นเกมเป็นตัวตัดสินว่าใครจะเป็นเจ้ามือ
“เออ กูจ่ายก็ได้”
“ได้ยินว่าปรางเป็นผู้ช่วยมึงแข่งเหรอแบงค์” อาชวินถามขึ้นบ้างหลังจากที่เป็นผู้ฟังมานาน
“อือ ใช่เพิ่งรู้ว่าน้องเขาทำขนมเก่งก็วันที่ไปประชุมน่ะ” ธิติวางมือจากเกมหลังจากที่ตัวเองชนะ “ถามทำไม”
“เปล่า แค่จะบอกให้มึงทำตัวดีๆ กับน้องเขา เก็บหางเอ้ยเก็บมือให้เรียบร้อย อย่าไปเต๊าะเขาเล่นๆ เหมือนสาวคนอื่น” อาชวินเตือนเพื่อนตามที่แฟนสาวฝากมา เหตุเพราะว่าอัยย์คนรักของเขา เป็นเพื่อนเก่ากับปราณชนกตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมด้วยกันมา เมื่ออัยย์ทราบว่าปราณชนกต้องมาเป็นผู้ช่วยของธิติจึงค่อนข้างห่วง เพราะเธอเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของชายหนุ่มผ่านทางแฟนตัวเองบ่อยๆ
“นี่เห็นกูเป็นคนยังไง รู้หรอกน่า” ธิติเลิกคิ้ว ปกติอาชวินแทบไม่เคยมาพูดอะไรทำนองนี้ ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปล้างมือในห้องน้ำ เตรียมตัวออกไปท่องราตรีกัน
“คืนนั้นเป็นไงครับไอ้เฮียแบงค์ ที่ว่านัดนางแบบไปเย้เย” กรวิชญ์ถาม
“มึงจะถามเพื่อ...” ธิติย้อนถาม
“มันเป็นห่วงมึงมันเลยถาม ปกติไม่เคยเห็นมึงนัดเด็กในสังกัดไปอย่างว่านี่หว่า” อคินออกตัวแทนน้องเล็กของกลุ่ม
“คนนี้น่าสงสาร กูก็แค่ช่วยผลักดันเรื่องงานกับให้ค่าขนมไปนิดหน่อย” ธิติบอกคร่าวๆ เป็นที่พอเข้าใจแต่ไม่ลงรายละเอียดถึงความสัมพันธ์ของเขากับนางแบบสาวในคืนก่อน
“จริงจัง?” อาทิตย์ถามเสียงสูง
“เปล่า...ทีเดียวจบ อย่างที่บอกว่ากูไม่กินเด็กในสังกัด แค่ช่วยให้เข้าวงการได้เรื่องนั้นก็จบไป” ธิติถือว่าตนตอบแทนให้นางแบบสาวไปมากพอสมควร มันคือเรื่องของการดีลทางธุรกิจเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรมากกว่านั้น
“กูจะรอดูว่ามึงจบจริงรึเปล่า จะไปก็ไปกันสักทีกูไปได้ แป๊บเดียวนะเว้ย” อาชวินเปรย เขามองเห็นความยุ่งยากอยู่รำไรในอนาคต แต่ก็ไม่อยากสนใจมากเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง เตือนได้เท่านี้ก็ถือว่ามากไปแล้ว