บรรยากาศภายในรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังทะยานไปบนท้องถนนยามค่ำคืนเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แสนจะเปราะบาง
ดีเซลบังคับพวงมาลัยด้วยท่าทางเคร่งขรึม นัยน์ตาคมกริบเพียรเหลือบมองสตรีที่นั่งข้างกายเป็นระยะ
เธอในยามนี้ดูแปลกไปราวกับเป็นคนละคนกับภรรยาที่เขาเคยรู้จัก ไม่ได้นั่งกระแซะเบียดกายเข้าหา หรือพยายามหาเรื่องชวนคุยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนน่ารำคาญใจ
ทว่าเธอกลับนั่งหลังตรง ดวงตาคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ชมทัศนียภาพของแสงไฟเมืองหลวงด้วยแววตาที่สงบนิ่งและลุ่มลึก
“สิบนาทีที่คุณให้ผม มันกำลังจะหมดลงแล้วนะทอฝัน”
ดีเซลเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากังวานอยู่ในห้องโดยสารที่เงียบสงัด แฝงไปด้วยร่องรอยของความไม่สบอารมณ์ที่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร
กอหญ้าละสายตาจากกระจกข้างรถ ค่อย ๆ หันกลับมามองเจ้าของรถ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้ดีเซลรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกไล่ต้อน รอยยิ้มจาง ๆ ที่ประดับบนใบหน้าของเธอนั้นดูละมุนตาแต่กลับเย็นเยียบในความรู้สึก
“เวลาผ่านไปไวเสมอนะคะ เมื่อเราไม่ได้จดจ่ออยู่กับความทุกข์” เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สละสลวย “ในเมื่อครบกำหนดแล้ว คุณจะกรุณาจอดรถให้ฉันลงตรงสถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าไหมคะ? ฉันมีนัดตรวจเช็กแบบร่างอัญมณีเพิ่มเติมกับทีมงานผ่านทางออนไลน์ต่อที่บ้าน”
ดีเซลเหยียบเบรกกะทันหันจนรถชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว หักรถเข้าข้างทางก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเธออย่างเต็มตัว
ร่างสูงใหญ่แทบจะปกคลุมพื้นที่ฝั่งผู้โดยสาร นัยน์ตาคมเข้มดุจพยัคฆ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยา
“คุณคิดว่าผมเป็นคนขับรถรับจ้างหรือไง?” เค้นเสียงถาม จนรอยหยักระหว่างคิ้วขมวดมุ่น “และไอ้เรื่องงานที่คุณอ้างเนี่ย มันจะทำได้สักกี่น้ำกันเชียว ปกติแค่เห็นเพชรเห็นพลอยคุณก็ร้องจะเอามาประดับคอประดับหู ไม่เคยเห็นจะสนใจที่มาที่ไปของมันเลยสักครั้ง”
กอหญ้าหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่กังวานดุจเสียงกระดิ่งแก้ว แววขบขันแกมสมเพชระบายทั่วดวงตา
“คนเราเปลี่ยนกันได้ค่ะคุณดีเซล โดยเฉพาะเมื่อเราพบว่าการมีสมองไว้คิดงาน มันมีประโยชน์กว่าการมีสมองไว้คิดเรื่องริษยาผู้หญิงรอบตัวคุณ”
“ทอฝัน!” ดีเซลคำรามเสียงต่ำ นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยโทสะ “อย่ามาทำเป็นสั่งสอนผม”
“ฉันไม่ได้สอนค่ะ ฉันแค่จะพูดให้ทราบ”
เธอตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ท่าทีที่นิ่งสงบกำลังสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจของเขาอย่างรุนแรง
“ถ้าคุณจะกรุณา ช่วยเลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสักที สายตาที่เหมือนคุณกำลังมองตัวปัญหา เพราะตอนนี้ปัญหาเดียวที่คุณมี คือความไม่ชินที่ฉันไม่ได้วิ่งตามคุณแล้วต่างหาก”
ดีเซลนิ่งอึ้งไป คำพูดของเธอเหมือนลูกศรที่อาบยาพิษแต่มันกลับแทงทะลุใจกลางความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธ เขาไม่ชินจริง ๆ
ไม่ชินที่ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่ชินที่ไม่มีกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกมาเคลียคลอ และไม่ชินที่สุดคือสายตาที่ว่างเปล่าราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศในชีวิตเธอ
ขณะที่ทั้งสองกำลังประชันสายตากันอยู่นั้น โทรศัพท์ของกอหญ้าก็สั่นแจ้งเตือน เธอหยิบขึ้นมาดูพบว่ารูปภาพแบบร่างอัญมณีที่ตนเองวาดในห้องประชุมวันนี้ ถูกพนักงานคนหนึ่งแอบถ่ายแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน
หัวข้อข่าวคือ ‘การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของทายาทอัครไพศาลโชติ พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ใต้เงาความเอาแต่ใจ’
ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มพึงพอใจ แววตาคู่สวยฉายประกายแห่งผู้ชนะ
“ดูเหมือนโลกจะเริ่มจำชื่อทอฝัน’ในรูปแบบใหม่แล้วนะคะคุณดีเซล”
ผู้เป็นเจ้าของชื่อชะโงกหน้ามาดูหน้าจอโทรศัพท์ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองคอมเมนต์มากมายที่ชื่นชมในฝีมือการเขียนแบบของเธอ
บางคอมเมนต์ถึงขั้นบอกว่านี่คือระดับดีไซเนอร์ชั้นนำ ความรู้สึกหวงก้างที่เขาพยายามกดเอาไว้เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“คุณจงใจสร้างภาพงั้นเหรอ?” ดีเซลถามออกไป น้ำเสียงแฝงไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับ
“ภาพลักษณ์ที่ดี ต้องสร้างด้วยความสามารถค่ะ ไม่ใช่การทำตัวให้น่าสงสาร”
เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วหันมาสบตาเขาอีกครั้ง
“ในเมื่อคุณไม่ยอมจอดรถส่งฉัน งั้นก็ช่วยขับไปส่งฉันที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ ฉันไม่อยากเสียเวลากับการโต้เถียงที่ไร้สาระนี้อีก”
ดีเซลขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาของเขาจ้องมองใบหน้าสวยนิ่งนาน ราวกับอยากจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงดวงวิญญาณข้างในว่าใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เขาแต่งงานด้วยจริงหรือไม่
“ได้! ผมจะไปส่งคุณ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่ฟังกดดันอย่างประหลาด “แต่ไม่ใช่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของคุณ เราจะไปที่กาสิโนของผม คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ และในฐานะภรรยา คุณต้องไปทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์”
เรียวคิ้วสวยยกขึ้นฉายแววท้าทาย
“หน้าที่ภรรยาในนามที่ต้องออกงานสังคมเพื่อให้คุณดูดี? หรือหน้าที่ไม้กันหมาให้คุณกันแน่คะ?”
ดีเซลกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก นัยน์ตาของเขาพราวระยับด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“จะหน้าที่ไหนคุณก็ต้องทำ หรือว่าคุณกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับแสงไฟและสายตาผู้คนในฐานะภรรยาที่ผมไม่ค่อยพาออกงานล่ะ?”
กอหญ้าหัวเราะอย่างนึกขบขัน จ้องอีกฝ่ายกลับด้วยความเด็ดเดี่ยว
“กลัวเหรอคะ? คำนั้นไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของฉันหรอกค่ะ ไปสิคะ ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสนามรบของคุณ มันจะน่าตื่นเต้นสักแค่ไหน”
‘หึ! สุดท้ายก็ใจอ่อนให้ผมอยู่ดีสินะ’
เมื่อรถสปอร์ตคันหรูมาถึงกาสิโนอันดับหนึ่งของเมืองไทย แสงไฟนีออนที่ระยิบระยับและบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอำนาจและเงินตราต้อนรับพวกเขาอย่างยิ่งใหญ่
ดีเซลเดินลงจากรถแล้วอ้อมมาเปิดประตูให้ภรรยา ท่วงท่าของเขาดูเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว ทว่ากลับจ้องมองเธอด้วยความต้องการที่จะคุมเกม
กอหญ้าก้าวเท้าลงจากรถ ทันทีที่รองเท้าส้นสูงราคาแพงสัมผัสพื้น สายตาทุกคู่ที่อยู่หน้ากาสิโนต่างหันมามองเป็นจุดเดียว
เธอไม่ได้หลบตาใคร แต่กลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าสวยคมดูเป็นธรรมชาติและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา
“นั่นคุณทอฝันจริง ๆ เหรอ? ทำไมดูสวยและสง่าขนาดนั้น” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นรอบตัว
ดีเซลกระชับวงแขนที่โอบเอวบางไว้แน่นขึ้นอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ กวาดมองผู้ชายทุกคนที่จ้องมองภรรยาของเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร
ภายในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยกลุ่มมหาเศรษฐีและนักลงทุน
เบลล่าในชุดราตรีสีทองอร่ามยืนรออยู่ด้วยสีหน้ามั่นใจ เธอเตรียมแผนการที่จะทำให้ทอฝันขายหน้าต่อหน้าแขกเหรื่อ ทว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเคียงคู่มากับดีเซลด้วยมาดราชินีผู้สง่างาม รอยยิ้มของเบลล่าก็ค่อย ๆ เจือจางลง
“คุณดีเซลคะ มาช้าจังเลยค่ะ แขกผู้ใหญ่ถามหาคุณกันใหญ่เลย”
เบลล่ารีบเดินเข้ามาช้อนแขนดีเซลอีกข้าง ส่งสายตาจิกกัดภรรยาเจ้านายอย่างเปิดเผย
“อ้าว... คุณทอฝันก็มาด้วยเหรอคะ? นึกว่ายังนอนพักฟื้นจากการเรียกร้องความสนใจเสียอีก”
เป็นถ้อยคำที่คาดไว้อยู่แล้ว กอหญ้าก็เลยแค่ระบายรอยยิ้มที่ดูมีระดับกว่าชุดที่เบลล่าสวมใส่หลายเท่านัก
“ต้องมาสิคะคุณเบลล่า ในฐานะนายหญิงของที่นี่ ถ้าฉันไม่มาคอยดูแลสามี ปล่อยให้ ‘พนักงาน’ บางคนทำเกินหน้าที่ แขกผู้ใหญ่จะมองได้ว่าฉันบกพร่อง”
กอหญ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึก นัยน์ตาคู่งามจ้องมองเบลล่าอย่างพิจารณา
“อ้อ... ชุดสวยดีนะคะ เสียดายที่สีทองมันดูเกินไปนิดสำหรับบุคลิกของคุณ”
เบลล่าหน้าถอดสี รังสีวาวโรจน์เคลือบทั้งดวงตาด้วยความแค้น
“นี่คุณ!”
“เบลล่า ไปดูแลแขกตรงโน้นไป”
ดีเซลเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น นัยน์ตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของภรรยาไม่วางตา เริ่มรู้สึกสนุกที่เห็นภรรยาของตนเชือดเฉือนด้วยวาจาที่คมกริบแทนการใช้กำลัง
เมื่อเบลล่าเดินสะบัดก้นออกไปด้วยความหงุดหงิด กอหญ้าก็หันมาหาดีเซล
“หมดหน้าที่ของฉันหรือยังคะ? ถ้าหมดแล้ว ฉันขอตัวไปหาเครื่องดื่มเย็น ๆ สักหน่อย”
“ยัง!” รีบคว้าข้อมือเธอไว้ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเล็กน้อย “คืนนี้คุณต้องอยู่ข้างผมจนกว่างานจะเลิก สายตาคนพวกนั้นที่มองคุณ มันทำให้ผมรู้สึกอยากจะ ‘ซ่อน’ คุณไว้ในห้องที่ไม่มีใครเห็น... รู้บ้างไหม”
ผู้ถูกกล่าวเช่นนั้นเผยรอยยิ้มท้าทายขึ้นที่มุมปาก
“ทำไมล่ะคะ? กลัวคนอื่นจะรู้เหรอคะว่าคุณมีเมียที่ทั้งสวยและฉลาดกว่าที่คุณคิด?”
ดีเซลไม่ตอบแต่กลับโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากชนกับหน้าผากของเธอ นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เขาเริ่มจะหลงใหลอย่างไม่รู้ตัว
“ผมไม่ได้กลัว ผมแค่กำลังเริ่ม ‘หิว’ ในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะแตะต้องต่างหาก”
ลมหายใจร้อน ๆ ที่รดใบหน้าทำให้กอหญ้ารู้สึกใจสั่นชั่วครู่ แต่จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ทำให้เธอเรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เธอผลักอกเขาเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเย้ายวนใจ
“ระวังนะคะคุณดีเซล อาหารที่คุณไม่เคยแตะต้อง บางทีมันอาจจะมีพิษที่ทำให้คุณต้องทุรนทุรายไปตลอดชีวิตก็ได้”
เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ดีเซลยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน
ในยามนี้ไม่มีความเฉยชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงเปลวไฟแห่งความโหยหาที่กำลังลุกโชนขึ้นมาอย่างช้า ๆ