บทที่ 6 จับตามอง

1808 คำ
บรรยากาศภายในรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังทะยานไปบนท้องถนนยามค่ำคืนเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แสนจะเปราะบาง ดีเซลบังคับพวงมาลัยด้วยท่าทางเคร่งขรึม นัยน์ตาคมกริบเพียรเหลือบมองสตรีที่นั่งข้างกายเป็นระยะ เธอในยามนี้ดูแปลกไปราวกับเป็นคนละคนกับภรรยาที่เขาเคยรู้จัก ไม่ได้นั่งกระแซะเบียดกายเข้าหา หรือพยายามหาเรื่องชวนคุยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนน่ารำคาญใจ ทว่าเธอกลับนั่งหลังตรง ดวงตาคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ชมทัศนียภาพของแสงไฟเมืองหลวงด้วยแววตาที่สงบนิ่งและลุ่มลึก “สิบนาทีที่คุณให้ผม มันกำลังจะหมดลงแล้วนะทอฝัน” ดีเซลเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากังวานอยู่ในห้องโดยสารที่เงียบสงัด แฝงไปด้วยร่องรอยของความไม่สบอารมณ์ที่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร กอหญ้าละสายตาจากกระจกข้างรถ ค่อย ๆ หันกลับมามองเจ้าของรถ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้ดีเซลรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกไล่ต้อน รอยยิ้มจาง ๆ ที่ประดับบนใบหน้าของเธอนั้นดูละมุนตาแต่กลับเย็นเยียบในความรู้สึก “เวลาผ่านไปไวเสมอนะคะ เมื่อเราไม่ได้จดจ่ออยู่กับความทุกข์” เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สละสลวย “ในเมื่อครบกำหนดแล้ว คุณจะกรุณาจอดรถให้ฉันลงตรงสถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าไหมคะ? ฉันมีนัดตรวจเช็กแบบร่างอัญมณีเพิ่มเติมกับทีมงานผ่านทางออนไลน์ต่อที่บ้าน” ดีเซลเหยียบเบรกกะทันหันจนรถชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว หักรถเข้าข้างทางก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเธออย่างเต็มตัว ร่างสูงใหญ่แทบจะปกคลุมพื้นที่ฝั่งผู้โดยสาร นัยน์ตาคมเข้มดุจพยัคฆ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยา “คุณคิดว่าผมเป็นคนขับรถรับจ้างหรือไง?” เค้นเสียงถาม จนรอยหยักระหว่างคิ้วขมวดมุ่น “และไอ้เรื่องงานที่คุณอ้างเนี่ย มันจะทำได้สักกี่น้ำกันเชียว ปกติแค่เห็นเพชรเห็นพลอยคุณก็ร้องจะเอามาประดับคอประดับหู ไม่เคยเห็นจะสนใจที่มาที่ไปของมันเลยสักครั้ง” กอหญ้าหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่กังวานดุจเสียงกระดิ่งแก้ว แววขบขันแกมสมเพชระบายทั่วดวงตา “คนเราเปลี่ยนกันได้ค่ะคุณดีเซล โดยเฉพาะเมื่อเราพบว่าการมีสมองไว้คิดงาน มันมีประโยชน์กว่าการมีสมองไว้คิดเรื่องริษยาผู้หญิงรอบตัวคุณ” “ทอฝัน!” ดีเซลคำรามเสียงต่ำ นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยโทสะ “อย่ามาทำเป็นสั่งสอนผม” “ฉันไม่ได้สอนค่ะ ฉันแค่จะพูดให้ทราบ” เธอตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ท่าทีที่นิ่งสงบกำลังสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจของเขาอย่างรุนแรง “ถ้าคุณจะกรุณา ช่วยเลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสักที สายตาที่เหมือนคุณกำลังมองตัวปัญหา เพราะตอนนี้ปัญหาเดียวที่คุณมี คือความไม่ชินที่ฉันไม่ได้วิ่งตามคุณแล้วต่างหาก” ดีเซลนิ่งอึ้งไป คำพูดของเธอเหมือนลูกศรที่อาบยาพิษแต่มันกลับแทงทะลุใจกลางความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธ เขาไม่ชินจริง ๆ ไม่ชินที่ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่ชินที่ไม่มีกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกมาเคลียคลอ และไม่ชินที่สุดคือสายตาที่ว่างเปล่าราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศในชีวิตเธอ ขณะที่ทั้งสองกำลังประชันสายตากันอยู่นั้น โทรศัพท์ของกอหญ้าก็สั่นแจ้งเตือน เธอหยิบขึ้นมาดูพบว่ารูปภาพแบบร่างอัญมณีที่ตนเองวาดในห้องประชุมวันนี้ ถูกพนักงานคนหนึ่งแอบถ่ายแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน หัวข้อข่าวคือ ‘การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของทายาทอัครไพศาลโชติ พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ใต้เงาความเอาแต่ใจ’ ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มพึงพอใจ แววตาคู่สวยฉายประกายแห่งผู้ชนะ “ดูเหมือนโลกจะเริ่มจำชื่อทอฝัน’ในรูปแบบใหม่แล้วนะคะคุณดีเซล” ผู้เป็นเจ้าของชื่อชะโงกหน้ามาดูหน้าจอโทรศัพท์ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองคอมเมนต์มากมายที่ชื่นชมในฝีมือการเขียนแบบของเธอ บางคอมเมนต์ถึงขั้นบอกว่านี่คือระดับดีไซเนอร์ชั้นนำ ความรู้สึกหวงก้างที่เขาพยายามกดเอาไว้เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “คุณจงใจสร้างภาพงั้นเหรอ?” ดีเซลถามออกไป น้ำเสียงแฝงไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับ “ภาพลักษณ์ที่ดี ต้องสร้างด้วยความสามารถค่ะ ไม่ใช่การทำตัวให้น่าสงสาร” เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วหันมาสบตาเขาอีกครั้ง “ในเมื่อคุณไม่ยอมจอดรถส่งฉัน งั้นก็ช่วยขับไปส่งฉันที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ ฉันไม่อยากเสียเวลากับการโต้เถียงที่ไร้สาระนี้อีก” ดีเซลขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาของเขาจ้องมองใบหน้าสวยนิ่งนาน ราวกับอยากจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงดวงวิญญาณข้างในว่าใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เขาแต่งงานด้วยจริงหรือไม่ “ได้! ผมจะไปส่งคุณ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่ฟังกดดันอย่างประหลาด “แต่ไม่ใช่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของคุณ เราจะไปที่กาสิโนของผม คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ และในฐานะภรรยา คุณต้องไปทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์” เรียวคิ้วสวยยกขึ้นฉายแววท้าทาย “หน้าที่ภรรยาในนามที่ต้องออกงานสังคมเพื่อให้คุณดูดี? หรือหน้าที่ไม้กันหมาให้คุณกันแน่คะ?” ดีเซลกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก นัยน์ตาของเขาพราวระยับด้วยเล่ห์เหลี่ยม “จะหน้าที่ไหนคุณก็ต้องทำ หรือว่าคุณกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับแสงไฟและสายตาผู้คนในฐานะภรรยาที่ผมไม่ค่อยพาออกงานล่ะ?” กอหญ้าหัวเราะอย่างนึกขบขัน จ้องอีกฝ่ายกลับด้วยความเด็ดเดี่ยว “กลัวเหรอคะ? คำนั้นไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของฉันหรอกค่ะ ไปสิคะ ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสนามรบของคุณ มันจะน่าตื่นเต้นสักแค่ไหน” ‘หึ! สุดท้ายก็ใจอ่อนให้ผมอยู่ดีสินะ’ เมื่อรถสปอร์ตคันหรูมาถึงกาสิโนอันดับหนึ่งของเมืองไทย แสงไฟนีออนที่ระยิบระยับและบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอำนาจและเงินตราต้อนรับพวกเขาอย่างยิ่งใหญ่ ดีเซลเดินลงจากรถแล้วอ้อมมาเปิดประตูให้ภรรยา ท่วงท่าของเขาดูเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว ทว่ากลับจ้องมองเธอด้วยความต้องการที่จะคุมเกม กอหญ้าก้าวเท้าลงจากรถ ทันทีที่รองเท้าส้นสูงราคาแพงสัมผัสพื้น สายตาทุกคู่ที่อยู่หน้ากาสิโนต่างหันมามองเป็นจุดเดียว เธอไม่ได้หลบตาใคร แต่กลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าสวยคมดูเป็นธรรมชาติและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา “นั่นคุณทอฝันจริง ๆ เหรอ? ทำไมดูสวยและสง่าขนาดนั้น” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นรอบตัว ดีเซลกระชับวงแขนที่โอบเอวบางไว้แน่นขึ้นอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ กวาดมองผู้ชายทุกคนที่จ้องมองภรรยาของเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ภายในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยกลุ่มมหาเศรษฐีและนักลงทุน เบลล่าในชุดราตรีสีทองอร่ามยืนรออยู่ด้วยสีหน้ามั่นใจ เธอเตรียมแผนการที่จะทำให้ทอฝันขายหน้าต่อหน้าแขกเหรื่อ ทว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเคียงคู่มากับดีเซลด้วยมาดราชินีผู้สง่างาม รอยยิ้มของเบลล่าก็ค่อย ๆ เจือจางลง “คุณดีเซลคะ มาช้าจังเลยค่ะ แขกผู้ใหญ่ถามหาคุณกันใหญ่เลย” เบลล่ารีบเดินเข้ามาช้อนแขนดีเซลอีกข้าง ส่งสายตาจิกกัดภรรยาเจ้านายอย่างเปิดเผย “อ้าว... คุณทอฝันก็มาด้วยเหรอคะ? นึกว่ายังนอนพักฟื้นจากการเรียกร้องความสนใจเสียอีก” เป็นถ้อยคำที่คาดไว้อยู่แล้ว กอหญ้าก็เลยแค่ระบายรอยยิ้มที่ดูมีระดับกว่าชุดที่เบลล่าสวมใส่หลายเท่านัก “ต้องมาสิคะคุณเบลล่า ในฐานะนายหญิงของที่นี่ ถ้าฉันไม่มาคอยดูแลสามี ปล่อยให้ ‘พนักงาน’ บางคนทำเกินหน้าที่ แขกผู้ใหญ่จะมองได้ว่าฉันบกพร่อง” กอหญ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึก นัยน์ตาคู่งามจ้องมองเบลล่าอย่างพิจารณา “อ้อ... ชุดสวยดีนะคะ เสียดายที่สีทองมันดูเกินไปนิดสำหรับบุคลิกของคุณ” เบลล่าหน้าถอดสี รังสีวาวโรจน์เคลือบทั้งดวงตาด้วยความแค้น “นี่คุณ!” “เบลล่า ไปดูแลแขกตรงโน้นไป” ดีเซลเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น นัยน์ตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของภรรยาไม่วางตา เริ่มรู้สึกสนุกที่เห็นภรรยาของตนเชือดเฉือนด้วยวาจาที่คมกริบแทนการใช้กำลัง เมื่อเบลล่าเดินสะบัดก้นออกไปด้วยความหงุดหงิด กอหญ้าก็หันมาหาดีเซล “หมดหน้าที่ของฉันหรือยังคะ? ถ้าหมดแล้ว ฉันขอตัวไปหาเครื่องดื่มเย็น ๆ สักหน่อย” “ยัง!” รีบคว้าข้อมือเธอไว้ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเล็กน้อย “คืนนี้คุณต้องอยู่ข้างผมจนกว่างานจะเลิก สายตาคนพวกนั้นที่มองคุณ มันทำให้ผมรู้สึกอยากจะ ‘ซ่อน’ คุณไว้ในห้องที่ไม่มีใครเห็น... รู้บ้างไหม” ผู้ถูกกล่าวเช่นนั้นเผยรอยยิ้มท้าทายขึ้นที่มุมปาก “ทำไมล่ะคะ? กลัวคนอื่นจะรู้เหรอคะว่าคุณมีเมียที่ทั้งสวยและฉลาดกว่าที่คุณคิด?” ดีเซลไม่ตอบแต่กลับโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากชนกับหน้าผากของเธอ นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เขาเริ่มจะหลงใหลอย่างไม่รู้ตัว “ผมไม่ได้กลัว ผมแค่กำลังเริ่ม ‘หิว’ ในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะแตะต้องต่างหาก” ลมหายใจร้อน ๆ ที่รดใบหน้าทำให้กอหญ้ารู้สึกใจสั่นชั่วครู่ แต่จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ทำให้เธอเรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เธอผลักอกเขาเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเย้ายวนใจ “ระวังนะคะคุณดีเซล อาหารที่คุณไม่เคยแตะต้อง บางทีมันอาจจะมีพิษที่ทำให้คุณต้องทุรนทุรายไปตลอดชีวิตก็ได้” เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ดีเซลยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน ในยามนี้ไม่มีความเฉยชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงเปลวไฟแห่งความโหยหาที่กำลังลุกโชนขึ้นมาอย่างช้า ๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม