บทที่ 7 กระวนกระวาย

1735 คำ
วันต่อมา ภายใต้ความเงียบสงัดของคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับแสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีทองเหลืองที่ส่องสว่างอยู่ในมุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่ กอหญ้านั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม มือเรียวสวยพลิ้วไหวไปตามแผ่นกระดาษร่างแบบอัญมณีด้วยสมาธิที่แน่วแน่ ท่วงท่าที่โน้มตัวลงเพื่อไล่เฉดเงาของเพชรเม็ดงามในจินตนาการนั้น ดูสง่างามราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ที่กำลังรังสรรค์งานศิลปะชิ้นเอก ทว่า... อีกด้านหนึ่งของห้อง ร่างสูงกำยำกลับกำลังยืนกอดอกพิงขอบประตู นัยน์ตาคมกริบสีนิลจับจ้องไปยังภรรยาสาวไม่วางตา เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักจาง ๆ ที่ลามขึ้นมาถึงลำคอ ความสูงทำให้เขาสามารถมองเห็นทุกอิริยาบถของเธอได้อย่างชัดเจน เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นมาเกือบสามสิบนาทีแล้ว ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบที่เขาไม่เคยได้รับจากทอฝันเลยแม้แต่ครั้งเดียว “นี่คุณจะนั่งวาดไอ้รูปพวกนั้นไปจนถึงเช้าเลยหรือไง?” ดีเซลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด นัยน์ตาฉายแววขุ่นมัวเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งหรือตกใจกับการปรากฏตัวของเขาแม้แต่น้อย กอหญ้าเพียงแค่หยุดมือชั่วครู่ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่กลับระบายรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนการทอดถอนใจมากกว่าความยินดี “งานที่ดีต้องใช้เวลาค่ะคุณดีเซล และตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในช่วงภาวะลื่นไหลทางความคิด ถ้าคุณไม่มีธุระด่วนอะไร กรุณาอย่าส่งเสียงดังทำลายสมาธิฉันเลยนะคะ” น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมนั้นทำให้ดีเซลถึงกับขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทั้งประหลาดใจแกมโมโห ปกติแล้วขอเพียงเขาเดินเข้ามาในรัศมีห้าเมตร ทอฝันจะต้องละทิ้งทุกอย่างเพื่อวิ่งเข้ามากอดแขนและถามไถ่เขาด้วยน้ำเสียงออเซาะ แต่ตอนนี้เธอกลับบอกว่าเขาคือเสียงดังที่ทำลายสมาธิ “ทอฝัน!” ดีเซลสาวเท้าเข้ามาใกล้จนเงาพาดทับร่างบางบนโซฟา “ผมเป็นสามีคุณนะ ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่คุณจะมองข้ามไปมาได้ตามใจชอบ” คราวนี้กอหญ้าวางปากกาลงช้า ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรง ๆ ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความริษยาบัดนี้กลับใสกระจ่างและเยือกเย็นราวกับผิวน้ำในฤดูหนาว เธอประสานมือวางบนเข่าแล้วมองอีกคนด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ “คุณต้องการอะไรคะคุณดีเซล?” ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น “ปกติคุณก็ไม่ชอบให้ฉันเซ้าซี้ไม่ใช่เหรอคะ? ตอนนี้ฉันก็นั่งอยู่เงียบ ๆ ในพื้นที่ของฉัน ทำงานของฉัน และไม่ได้เข้าไปยุ่งกับคุณเบลล่าหรือธุรกิจของคุณแม้แต่นิดเดียวแบบนี้มันไม่ดีต่อคุณหรอกเหรอคะ?” คำถามที่ย้อนกลับมานิ่ม ๆ ทำให้ดีเซลน้ำท่วมปาก อารามสั่นไหวเข้าเกาะกุมความคิด ใช่... ควรจะชอบที่เธอสงบเสงี่ยมแบบนี้ แต่น่าแปลกที่ความสงบของเธอกลับทำให้เขารู้สึก ‘กระวนกระวาย’ อย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนมีแรงดันบางอย่างสุมอยู่ในอกเมื่อเห็นว่าสายตาของเธอไม่ได้จับจ้องที่เขาเป็นอันดับหนึ่งอีกต่อไป “มันดี... แต่มันแปลก” ดีเซลเค้นเสียงพูดพลางโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างยันพนักโซฟาคร่อมร่างเธอไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ “คุณกำลังเล่นสงครามประสาทกับผมอยู่ใช่ไหมทอฝัน? ทำเป็นเย็นชา ทำเป็นเก่งเรื่องงาน เพื่อให้ผมตายใจ แล้วคุณจะกลับมาเรียกร้องอะไรที่มันหนักกว่าเดิมใช่ไหม?” กอหญ้าหัวเราะออกมาเบา ๆ แววตาพราวระยับด้วยความขบขัน รสชาติของเสียงหัวเราะนั้นดูถูกคนฟังเสียจนดีเซลรู้สึกหน้าร้อนผ่าว “คุณนี่มโนเก่งจังเลยนะคะคุณดีเซล ฉันไม่ได้เล่นสงครามอะไรทั้งนั้นค่ะ ฉันแค่ค้นพบว่าอัญมณีมันสวยงามและซื่อสัตย์กว่าคนตั้งเยอะ” เธอเอื้อมมือไปแตะอกกว้างเบา ๆ แล้วผลักออกด้วยกิริยาที่แสนสุภาพ “ถอยออกไปนิดเถอะค่ะ กลิ่นน้ำหอมของคุณมันเข้มเกินไป ฉันเริ่มจะมึนหัวแล้ว” ดีเซลสตั๊นไปสามวินาที กลิ่นน้ำหอมที่ผู้หญิงทั้งเมืองต่างหลงใหลและอยากจะซุกตัวเข้าหา บัดนี้กลับถูกภรรยาตัวเองบอกว่า ‘เข้มเกินไปจนมึนหัว’ เขาถอยฉากออกมาตามแรงผลัก สันกรามขึ้นรูปด้วยความโกรธจัดปนเปไปกับความน้อยใจลึก ๆ ที่เขาเองก็ยังไม่ยอมรับ “ได้! ในเมื่อคุณอยากอยู่เงียบ ๆ นัก ผมก็จะปล่อยให้คุณอยู่” ดีเซลสะบัดหน้าหนุนตัวก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว แต่เท้าของเขากลับหยุดชะงักที่หน้าบันไดเมื่อได้ยินเสียงหวานใสเรียกตามหลังมา “คุณดีเซลคะ” ชายหนุ่มรีบหันกลับมาทันที นัยน์ตาฉายแววคาดหวังเล็ก ๆ ว่าเธอจะเปลี่ยนใจและร้องขอให้อยู่ต่อ หรืออย่างน้อยก็ถามว่าเขาหิวไหม “อืม?” เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ แต่หูผึ่งรอฟัง “พรุ่งนี้เช้าไม่ต้องให้คนรถไปส่งนะคะ ฉันจะขับรถไปทำงานเอง และอาจจะกลับดึกหน่อยเพราะมีนัดคุยกับซัพพลายเออร์ที่ต่างจังหวัด ฝากบอกคุณป้าแม่บ้านด้วยนะคะว่าไม่ต้องเตรียมมื้อเย็นให้ฉัน” พูดจบก็ก้มหน้าลงทำงานต่อโดยไม่รอคำตอบจากสามี จดจ่ออยู่ที่แผ่นกระดาษราวกับชายร่างยักษ์ตรงหน้าไม่มีตัวตนอีกต่อไป ดีเซลยืนนิ่งค้างอยู่ตรงบันได เพลิงโทสะสุมเต็มอกระคนไปด้วยความว้าวุ่นใจ อยากจะเดินกลับไปกระชากกระดาษพวกนั้นทิ้งแล้วอุ้มเธอขึ้นห้องนอนเสียเดี๋ยวนี้ แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ จึงทำได้เพียงกระแทกเท้าขึ้นบันไดไปอย่างรุนแรงจนเสียงดังสนั่นไปทั้งบ้าน ภายในห้องนอนใหญ่ที่กว้างขวาง ดีเซลล้มตัวลงนอนบนเตียงคิงไซซ์ ทว่าความง่วงกลับไม่มาเยือน จ้องมองเพดานห้องด้วยความสับสน ความเงียบสงบที่ถวิลหาในยามที่ทอฝันอาละวาด บัดนี้มันกลับดูอ้างว้างและน่าอึดอัดจนเขาแทบคลั่ง นึกถึงสายตาของทอฝันในวันนี้ สายตาที่มองเขาเหมือนมองคนรู้จักธรรมดา ๆ ไม่มีความรัก ไม่มีความชิงชัง มีเพียงความ ‘ห่างเหิน’ ที่น่าใจหาย “เป็นบ้าอะไรของมึงวะไอ้ดีเซล” เขาสบถกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นไหว “เธอไม่ยุ่งน่ะดีแล้วไม่ใช่เหรอ? มึงจะได้ไปทำงานที่กาสิโนสบายใจ จะทำอะไรเมื่อไหร่ก็ได้” แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้หญิงคนอื่น จู่ ๆ เขากลับรู้สึกเอียนขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ภาพใบหน้าสวยที่นั่งทำงานเงียบ ๆ ของทอฝันกลับลอยเข้ามาแทนที่ รอยยิ้มบางที่ดูเข้าถึงยากนั่นกลับเป็นปริศนาที่เขายากจะคลี่คลาย ติ้ง! เสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น เขาคว้ามาดูด้วยความหวังว่าจะเป็นเธอ เบลล่า: “คุณดีเซลคะ คืนนี้เบลเหงาจังเลยค่ะ คุณไม่แวะมาที่คลับหน่อยเหรอคะ?” ดีเซลจ้องข้อความนั้นครู่เดียว ก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนหมอนอย่างไม่ไยดี นัยน์ตามีแต่ความว่างเปล่า เขาไม่ได้รู้สึกอยากไปหาเบลล่า หรืออยากไปไหนทั้งนั้น สิ่งเดียวที่ต้องการในตอนนี้ คือการได้ยินเสียงทอฝันเรียกชื่อเขาด้วยความโหยหาเหมือนเดิม นึกว่าการว่านล้อมให้เธอมาค้างที่บ้านหลังเดียวกันได้แล้ว เธอจะดีใจจนเนื้อเต้น แต่ผลที่ได้กลับไม่แตกต่างจากช่วงหลายวันที่ผ่านมาเลยสักนิด หรือว่าเป็นเขาเสียเองที่เริ่มจะขาด ‘ยาพิษ’ ที่ชื่อทอฝันไม่ได้แล้วจริงๆ? เช้าวันรุ่งขึ้น ดีเซลจงใจตื่นแต่เช้าและสวมชุดสูทเต็มยศลงมาที่ห้องอาหาร หวังว่าจะได้พบภรรยาที่โต๊ะอาหารและลองหยั่งเชิงดูอีกครั้ง ทว่าเมื่อถึงกลับพบเพียงความว่างเปล่าและจานอาหารที่ถูกใช้ไปแล้ว “คุณหญิงทอฝันไปไหน?” ดีเซลถามแม่บ้านด้วยน้ำเสียงเข้ม นัยน์ตาฉายแววดุดันจนแม่บ้านสะดุ้ง “คุณทอฝันออกไปตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วค่ะคุณดีเซล เห็นว่ารีบไปดูโรงงานอัญมณีที่กาญจนบุรีค่ะ” แม่บ้านตอบด้วยเสียงสั่น ๆ ดีเซลขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน นัยน์ตาของเขาสั่นระริกด้วยความกระวนกระวายที่ทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว เธอไปต่างจังหวัดคนเดียว โดยไม่บอกรายละเอียดอะไรเขาเลยงั้นเหรอ? “ใครอนุญาต!” เขาคำรามเสียงต่ำ “เอ่อ... คุณทอฝันบอกว่าแจ้งคุณดีเซลไว้เมื่อคืนแล้วนี่คะ” แม่บ้านตอบอ้อมแอ้ม ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดของเธอเมื่อคืน ใช่! เธอแจ้งไว้แล้ว แต่เขาไม่คิดว่าเธอจะทำจริงและไปเร็วขนาดนี้ ดีเซลคว้ากุญแจรถสปอร์ตคันโปรดแล้วเดินออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายเดียวคือการตามไปหาเมียที่กาญจนบุรี ในขณะที่ขับรถไป นัยน์ตาคมกริบของดีเซลก็ยังคงจ้องเขม็งไปที่ถนนข้างหน้า มือหนากำพวงมาลัยแน่น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏที่มุมปาก “ทอฝัน คุณคิดจะลองดีกับผมใช่ไหม?” พึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโหยหาที่เริ่มจะเผยออกมาอย่างไม่รู้ตัว “ในเมื่อคุณอยากทำงานนัก ผมก็จะตามไปดูว่างานของคุณมันสำคัญกว่าผัวคนนี้ขนาดไหน!” ความเงียบสงบที่เธอสร้างขึ้น บัดนี้ได้กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่กำลังพัดถล่มหัวใจของมาเฟียเจ้าของกาสิโนให้พังพินาศ และเขาก็ไม่พร้อมจะยอมแพ้ในเกมที่เธอเป็นคนคุมจังหวะเสียด้วย!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม