เช้าวันจันทร์
บรรยากาศภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของ เจริญเกียรติ ดูจะคึกคักและตึงเครียดกว่าปกติ
เมื่อมีกระแสข่าวแพร่สะพัดไปทั่วบริษัทว่า ทอฝันลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านประธานอาทิตย์ จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์อย่างเป็นทางการในวันนี้
พนักงานหลายคนต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพราะกิตติศัพท์ความเอาแต่ใจและวีรกรรมความไร้เหตุผลของทอฝันนั้น เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกหัวระแหง
“มาทำงานจริงหรือมาเดินแฟชั่นโชว์ประชดสามีกันแน่?”
พนักงานสาวในแผนกออกแบบกระซิบกระซาบพลางเบะปาก ทว่าบทสนทนาทุกอย่างก็ต้องมลายหายไปในพริบตา เมื่อประตูลิฟต์แก้วเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีผู้หนึ่งที่ทำให้ทั้งโถงทางเดินตกอยู่ในความเงียบ
กอหญ้าก้าวเท้าออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างดงามเกินบรรยาย ชุดสูทกางเกงสีขาวครีมเข้ารูปพอดิบพอดี ส่งเสริมให้รูปร่างที่สูงดูเพรียวระหงและมีอำนาจ
ผมยาวสลวยถูกรวบเป็นหางม้าสูงอย่างประณีต ใบหน้าสวยคมถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนเอิร์ธโทนที่เน้นดวงตาให้ดูโฉบเฉี่ยว
ดวงตาคู่สวยไม่ได้ฉายแววเกรี้ยวกราดอย่างที่ทุกคนคุ้นเคย แต่มันกลับนิ่งสงบ ลุ่มลึก และแฝงไปด้วยประกายแห่งความฉลาดเฉลียว
กวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรแต่กลับมีระยะห่างที่ชัดเจนจนไม่มีใครกล้าสบตาตรง ๆ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน หวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ นะคะ”
“...!!”
ภายในห้องประชุมใหญ่ยิ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุถึงขีดสุด อาทิตย์นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ขนาบข้างด้วยบรรดากรรมการบริหารและหัวหน้าดีไซเนอร์อาวุโส
หนึ่งในนั้นคือวิโรจน์หัวหน้าทีมออกแบบที่ทำงานกับบริษัทมานานกว่ายี่สิบปี เขานั่งกอดอก นัยน์ตาฉายแววดูแคลนอย่างเปิดเผยเมื่อเห็นทอฝันเดินเข้ามาในห้อง
“เชิญนั่งสิฝัน”
อาทิตย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวลลึก ๆ แม้จะเชื่อมั่นในความเปลี่ยนแปลงของลูกสาว แต่ก็รู้ดีว่าสังเวียนธุรกิจอัญมณีนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนการเดินช้อปปิ้ง
กอหญ้านั่งลงในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์อย่างเป็นทางการ เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องไปที่แบบร่างอัญมณีคอลเลกชันใหม่ ‘Ocean’s Heart’ ที่วางแผ่อยู่กลางโต๊ะ
“ผมขอพูดตรง ๆ นะครับท่านประธาน”
วิโรจน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระด้าง จ้องเขม็งไปที่หญิงสาวผู้ย่างกรายเข้ามาในพื้นที่บริษัทเป็นครั้งแรก
“งานออกแบบอัญมณีต้องการ ‘มืออาชีพ’ ที่เข้าใจถึงแก่นแท้ของหินและโลหะ ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ที่อยากจะหาอะไรทำแก้เซ็งเวลาทะเลาะกับสามี”
คำพูดที่จิกกัดอย่างรุนแรงทำให้อาทิตย์ถึงกับหน้านิ่ว ทว่ากอหญ้ากลับเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ประกายแววตาของเธอไม่ได้วาวโรจน์ด้วยความโกรธ แต่กลับพราวระยับด้วยความสนุกสนานราวกับกำลังมองเด็กน้อยที่กำลังโยเย
“ขอบคุณสำหรับความตรงไปตรงมาค่ะคุณวิโรจน์” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนคนฟังรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ “แต่คำว่ามืออาชีพของคุณ หมายถึงผลงานชิ้นนี้หรือเปล่าคะ?”
ดีไซเนอร์สาวหยิบแบบร่างสร้อยคอพลอยสีน้ำเงินที่ทีมงานเพิ่งนำเสนอขึ้นมาชู วิเคราะห์งานตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
“การจัดวางตำแหน่งของไพลินขนาด 5 กะรัตตรงนี้ดูเทอะทะเกินไป ลายเส้นของตัวเรือนทองคำขาวก็ดูโบราณเหมือนหลุดออกมาจากยุค 90 มันไม่มีความพลิ้วไหว ไม่มี ‘อารมณ์’ ของท้องทะเลเลยสักนิด นี่หรือคะคือผลงานของมืออาชีพที่คุณว่า?”
ห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ วิโรจน์หน้าแดงซ่านด้วยความอับอายและโกรธจัด
“คุณจะไปรู้อะไร! คุณมันก็แค่นักช้อปที่เอาแต่ชี้นิ้วสั่งซื้อของแพง ๆ เคยจับปากกาเขียนแบบจริง ๆ หรือเปล่า?”
กอหญ้าไม่ได้ตอบด้วยคำพูด หยิบปากกาเขียนแบบมาตรฐานสากลที่พกติดตัวมาด้วยขึ้นมา พร้อมกับดึงกระดาษเปล่าออกมาวางตรงหน้า
ท่ามกลางสายตาที่เคลือบแคลงของทุกคน เธอเริ่มตวัดปลายปากกาลงบนกระดาษด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
มือเรียวขยับอย่างคล่องแคล่ว ลายเส้นที่ลื่นไหลราวกับสายน้ำค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง จดจ่ออยู่กับงานจนดูเหมือนคนละคนกับทอฝันที่เอาแต่วีนเหวี่ยง
รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจผุดขึ้นที่มุมปากขณะที่ไล่เฉดเงาอย่างเชี่ยวชาญ
เพียงไม่ถึงสิบนาทีแบบร่างมงกุฎและชุดเครื่องประดับอัญมณีที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘ฟองคลื่นที่กระทบแสงจันทร์’ ก็ปรากฏสู่สายตาทุกคน
“นี่คือโจทย์ที่คุณทำไม่ได้ใช่ไหมคะ?” เลื่อนกระดาษแผ่นนั้นไปกลางโต๊ะ นัยน์ตาฉายแววท้าทาย “การใช้เทคนิค ‘Tremblant’ เพื่อให้ส่วนยอดของเครื่องประดับสั่นไหวได้ตามจังหวะการเคลื่อนไหว จะช่วยให้ไพลินเหล่านี้ดูมีชีวิตเหมือนหยดน้ำที่กำลังเต้นระบำ และการลดขนาดหนามเตยลงจะช่วยให้แสงส่องผ่านอัญมณีได้มากขึ้น... คุณวิโรจน์คิดว่ายังไงคะ?”
คุณวิโรจน์หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู นัยน์ตาของเขาเบิกกว้าง มือที่ถือกระดาษเริ่มสั่นนิด ๆ ลายเส้นระดับครูเช่นนี้ การมองเห็นมิติของอัญมณีที่ลึกซึ้งขนาดนี้ ไม่มีทางเป็นผลงานของคนที่ ‘ทำเล่น ๆ’ ได้เลย
“นี่มัน... เป็นไปไม่ได้!” เขาพึมพำ น้ำเสียงขาดช่วงไป
“ในโลกของศิลปะและการออกแบบ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ค่ะ มีแค่ ‘เก่งจริง’ กับ ‘เก่งแต่ปาก’”
กอหญ้าเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นยืน นัยน์ตาแสนสวยเย็นชาและทรงอำนาจเสียจนทุกคนในห้องต้องก้มหน้าหลบ
“ฉันหวังว่าต่อจากนี้ เราจะคุยกันด้วย ‘ผลงาน’ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของฉัน เข้าใจตรงกันนะคะ?”
คุณอาทิตย์มองลูกสาวด้วยความอัศจรรย์ใจ นัยน์ตาเอ่อล้นไปด้วยความภาคภูมิใจที่ปิดไม่มิด รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของผู้เป็นพ่อที่รอคอยวันนี้มาแสนนาน
ในขณะที่ทอฝันกำลังสยบบรรดากรรมการบริหารอยู่นั้น ที่หน้าตึกเจริญเกียรติ รถสปอร์ตสีดำสนิทของดีเซล ก็เคลื่อนเข้ามาจอด
ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย นัยน์ตาคมกริบจ้องมองขึ้นไปยังชั้นบนของอาคาร
ได้รับรายงานจากสายสืบส่วนตัว ที่แสร้งบอกตัวเองว่าแค่จับตาดูพฤติกรรมเมีย และทอฝันเข้ามาทำงานที่บริษัทจริง ๆ ดีเซลขบกรามแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดที่เธอ ‘ทำได้ดี’ โดยไม่มีเขาเริ่มสุมอยู่ในอก
ติ้ง!
ข้อความจากเบลล่าเด้งขึ้นมาในโทรศัพท์
“คุณดีเซลคะ วันนี้จะเข้ามาที่กาสิโนไหมคะ เบลล่าเตรียมเอกสารโปรโมชั่นใหม่ไว้ให้คุณดูแล้วค่ะ”
ดีเซลมองข้อความนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะกดลบทิ้งอย่างไม่ไยดี เวลานี้รู้สึกว่าเรื่องของเบลล่ามันช่างน่าเบื่อหน่ายเมื่อเทียบกับ ‘ปริศนา’ ที่ชื่อทอฝันในตอนนี้
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความหาภรรยา
‘เลิกงานแล้วผมจะไปรับ เตรียมตัวไว้ด้วย’
ส่งแล้วก็วางโทรศัพท์ลงพลางกระตุกยิ้มหยันที่มุมปาก นัยน์ตาฉายแววร้ายกาจ
“อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าถ้าผมไปปรากฏตัวที่บริษัท คุณจะยังทำหน้าเฉยชาแบบนั้นได้อยู่อีกไหม ทอฝัน”
เวลาเลิกงาน
กอหญ้าก้าวออกมาจากตัวอาคารด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นครั้งแรกในร่างนี้ แต่แล้วคิ้วสวยก็ต้องขมวดมุ่นเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของดีเซลยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูรออยู่ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของพนักงานที่เพิ่งเลิกงาน
ดีเซลในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมลงจนเห็นแผงอกรำไร ดูหล่อเหลาและทรงเสน่ห์เสียจนสาว ๆ แถวนั้นแทบจะหยุดหายใจ จ้องมองภรรยาที่เดินเข้ามาหา นัยน์ตาฉายแววสำรวจและชื่นชมในความงามที่ดูแพงขึ้นอย่างผิดหูผิดตาของเธอ
“บอกแล้วใช่ไหมคะ ว่าพื้นที่ทำงานของฉันคือพื้นที่ส่วนตัว” กอหญ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ดวงตาฉายแววไม่พอใจ
“ผมมารับเมียกลับบ้าน ไม่ได้มายุ่งกับงานของคุณ”
ดีเซลตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกวนประสาท เดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์อันเป็นเอกลักษณ์ล้อมรอบตัวเธอ
“เห็นว่าวันนี้สร้างวีรกรรมไว้เยอะนี่ ผมเลยอยากจะมาแสดงความยินดีด้วยตัวเอง”
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันกลับเองได้”
กอหญ้าเตรียมจะเดินเลี่ยงไป แต่ดีเซลกลับคว้าข้อมือเธอไว้ แววตาวาวโรจน์ฉายชัดอันเกิดมาจากความดื้อรั้น
“ทอฝัน... อย่าให้ผมต้องใช้กำลังต่อหน้าพนักงานของคุณ” โน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงแหบห้าว “ขึ้นรถ เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว”
กอหญ้าจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบ เธอเห็นทั้งความหึงหวงที่ซ่อนอยู่และความโหยหาที่เจ้าตัวคงไม่ยอมรับ รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นบนใบหน้าสวย
“ก็ได้ค่ะ ในเมื่อคุณอยากจะคุย ฉันก็จะให้เวลาคุณสักสิบนาที”
ร่างเพรียวระหงก้าวขึ้นรถ ทิ้งให้ดีเซลมองตามด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
‘สิบนาทีงั้นเหรอทอฝัน? คืนนี้ทั้งคืน ผมจะไม่ยอมให้คุณคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว’