ขนมหน้าโรงเรียน

1336 คำ
ต่อมาฌานโรจน์มาขอพบพิชชาเพื่อขอเอกสารที่ใช้สำหรับการดำเนินการขอใส่ชื่อบิดาในใบเกิดของพิชนันท์และณพิชย์ หญิงสาวให้ไปตามที่ถูกร้องขอ ก่อนขอตัวกลับผู้ช่วยของธาดาแจ้งเธอว่าธาดาติดงานยุ่งหลายวันเพื่อที่จะทำให้ตนเองว่างพาเด็กๆ ไปกางเต็นท์ “อ้อ..ค่ะ ขอบคุณนะคะเรื่องเอกสาร” “เดี๋ยวคุณใหญ่คงโทรหาคุณพราวเอง ผมขอตัวก่อนนะครับ” ฌานออกไปไม่นาน เธอได้รับโทรศัพท์จากธาดา “สวัสดีค่ะ” “เมื่อคืนลูกบอกว่าอยากให้ผมไปรับที่โรงเรียน คุณจะว่าอะไรรึเปล่าถ้าวันนี้ผมจะไปรับลูกด้วย” ตั้งแต่วันที่ไปตรวจดีเอ็นเอธาดายังไม่ได้มาที่บ้านอีก แต่เขาใช้วิธีโทรคุยหรือวิดีโอคอลคุยกับลูกทั้งสองแทนทุกวัน “คะ วันนี้เหรอ” หญิงสาวนึกได้ว่าได้ยินณพิชย์บอกเขาทางโทรศัพท์เมื่อคืนว่าอยากให้พ่อมารับที่โรงเรียนตอนเลิกเรียน แต่เธอไม่คิดว่าธาดาจะมารับจริงๆ “ใช่สิ วันนี้วันศุกร์แล้วพรุ่งนี้เราจะไปเขาใหญ่กันแล้วไง คุณเตรียมตัวหรือยัง” “เตรียมตัว แล้วต้องเตรียมอะไรไปบ้างคะ ฉันไม่เคยไปเที่ยวแบบนั้น” พิชชายอมรับตามตรงว่าเธอไม่เคยไปเที่ยวเขาใหญ่แบบกางเต๊นท์ “เตรียมของใช้ส่วนตัวคุณกับลูกก็พอ พวกอุปกรณ์เดินป่ากางเต็นท์ผมเตรียมเอง เห็นว่าพี่สาวพี่เขยคุณจะไปด้วยใช่ไหมเดี๋ยวผมเอาเต๊นท์ไปเผื่อ” “ขอบคุณค่ะ งั้นฉันพาลูกไปซื้อเสื้อผ้าใหม่สำหรับไปนอนเต๊นท์ดีกว่า” นอนเต๊นท์อากาศน่าจะหนาว เธอจึงอยากไปหาซื้อชุดนอนผ้าหนาๆ ให้คู่แฝด บ่ายสามวันนั้นธาดามารับเธอที่สำนักงานและออกไปรับเด็กๆ ด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพังในรถยนต์เพราะวันนี้ชายหนุ่มขับรถเอง “คุณฌานไม่มาเหรอคะ” “ฌานไปทำธุระเรื่องเอกสารผมเลยขับรถเอง” ธาดาตอบ เธอพยักหน้ารับรู้และบอกทางไปโรงเรียน “พ่อเรามาแล้ว” ณพิชย์เดินออกมาอย่างร่าเริง ส่วนพิชนันท์เดินมากับเพื่อนผู้หญิงอีกคนเพราะผู้ปกครองมารับพร้อมกัน “ครับว่าไงเหนื่อยไหม” ธาดาทักทายลูกชายและลูกสาว เด็กชายยิ้มร่าเริง “สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ พุทไม่เหนื่อยเพราะพุทเป็นยอดมนุษย์” “สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” พิชนันท์ยกมือไหว้ทั้งสอง พิชชารู้สึกแปลกๆ เมื่อวันนี้เธอรู้สึกว่าหลายคนมองพวกเธอมากกว่าปกติ “สวัสดีค่ะคุณแม่พุทแพรว” หญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นผู้ปกครองของนักเรียนร่วมชั้นกับลูกของเธอเข้ามาทักทาย “สวัสดีค่ะ” พิชชาทักทายกลับ เธองงนิดหน่อยเพราะปกติอีกฝ่ายมักจะทำท่าไม่เห็นหัวเธอบ่อยๆ “วันนี้เห็นน้องพุทบอกว่าคุณพ่อจะมารับ ไม่นึกว่าจะมีคุณพ่อมาจริงๆ ไม่ทราบว่าเป็นแฟนใหม่คุณแม่เหรอคะ” แม่ของเพื่อนลูกถามพิชชาอย่างไม่มีมารยาท ธาดามองฝ่ายนั้นอย่างตำหนิ “สวัสดีครับ ผมเป็นพ่อของพุทแพรว พ่อที่ทำให้เกิดเลยชัดเจนไหมครับว่าไม่ใช่แฟนใหม่” “เอ่อ... ค่ะ ดิฉันก็ไม่ได้ว่าน้องพุทน้องแพรวไม่มีพ่อนะคะแค่ไม่เคยเห็นคุณพ่อมารับ ยังไงขอตัวก่อนค่ะ” เธอคนนั้นหน้าเสียพูดแก้ตัวและขอตัวไปทันที “หนูอยากกินไอ้นั่น ขอไปซื้อนะคะ” พิชนันท์ชี้ไปที่ร้านขายน้ำหวานที่แช่จนเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่เด็กๆ เรียกว่าตัวดูด มีน้องชายฝาแฝดเดินตามไป ธาดาขมวดคิ้วเมื่อเห็นลูกทานอาหารแบบนี้ “จะดีหรือพราวให้ลูกกินขนมพวกนี้” เขาถามในขณะที่เดินตามลูกไปยังรถเข็นคันเล็กขายไอติมน้ำหวาน “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ได้กินทุกวัน” พิชชาเลิกสนใจผู้ปกครองคนนั้น เธอเดินตามไปจ่ายเงินให้ลูกไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกเพราะตอนเธอเป็นเด็กก็ชอบเหมือนกัน แต่ธาดาผู้ที่ไม่เคยทานของพวกนี้ถึงกับทำสีหน้ายุ่งยากใจ “เอาแพนเค้กด้วยนะฮะแม่” ณพิชย์หันมาบอกมารดาที่พยักหน้ารับทันที เด็กชายจึงหันไปสั่ง “แพนเค้กรูปไดโนเสาร์ห้าอันฮะ เอ้ย..เอาสิบอันดีกว่า” ธาดาได้ยินลูกสั่งขนมมากไปจึงเข้าไปคุยด้วย “เดี๋ยวพ่อจะพาไปกินข้าว พุทซื้อนิดหน่อยก็พอนะครับลูก” เขายอมรับว่าไม่สนิทใจหากจะให้ลูกทานอาหารที่ขายกันริมถนนแบบนี้ แต่ถ้าขัดไม่ได้ก็จะให้ทานเพียงแค่ให้หายอยาก “งั้นเอาห้าอันพอครับลุง” เด็กชายเปลี่ยนใหม่เมื่อรู้ว่าพ่อจะพาไปกินข้าว “แล้วแพรวล่ะคุณไปไหนแล้ว” ธาดาหันมาถามหญิงสาวเมื่อเขาไม่เห็นลูกสาว “โน่นค่ะ ไปซื้อขนมครกไข่นกกระทา” พิชชาชี้ไปที่อีกร้านหนึ่งขายขนมครกไข่นกกระทาที่เด็กๆ ชอบมากจนทำไม่ทัน “คอเรสเตอรอลสูงมาก ทำไมคุณยอมให้ลูกกิน” ธาดาบ่นอย่างไม่ชอบใจ “ก็ไม่ได้กินเยอะแยะนี่คะ เด็กๆ วิ่งเล่นแป็บเดียวก็เผาผลาญหมดแล้ว” พิชชาอมยิ้ม เธอชี้ไปที่อีกร้านที่อยู่ห่างออกไป “โน่นค่ะ ของโปรดอีกอย่าง น้ำตาลปั้นตาพุทชอบมาก” เธอชี้ไปที่ร้านค้าที่มีน้ำตาลหลากสีขาวเขียวแดง ถูกปั้นเป็นรูปต่างๆ เช่น ไก่ หัวใจ นกแก้วเสียบไม้ไว้รอขาย มีเด็กหลายคนรุมล้อมส่งเสียงเซ็งแซ่ “ผมว่าเราหาโรงเรียนใหม่ให้ลูกดีไหม” การจะห้ามเด็กไม่ให้ซื้อขนมหน้าโรงเรียนอาจจะยากไป สู้ย้ายโรงเรียนไปเรียนที่ไม่อนุญาตให้มีร้านค้ามาขายของแบบนี้ง่ายกว่า พิชชาส่ายหน้าเหมือนเขาพูดอะไรไร้สาระ “แค่นี้เองค่ะความสุขของเด็ก คติของฉันคือเลี้ยงลูกให้มีความสุขและมีภูมิคุ้มกัน ไม่สำอางเกินไปไม่อนามัยเกินไป ถามจริงตอนคุณเป็นเด็กคุณไม่เคยกินเหรอ” ธาดาส่ายหน้าปฏิเสธ ตาเขายังมองเด็กๆ ที่กินขนมอย่างหมายมาดว่าจะทำให้ลูกกินขนมไม่มีประโยชน์น้อยลงให้ได้ “ไม่เคยกินหรือไม่เคยเป็นเด็กค่ะ ฉันว่าคนแบบคุณนี่น่าจะเกิดแล้วแก่เลยแน่ๆ” ธาดาจ้องหน้าคนพูดแต่เขาไม่ว่าอะไร รอจนเด็กๆ ซื้อขนมเสร็จจึงพาขึ้นรถออกจากบริเวณหน้าโรงเรียน คู่แฝดตื่นเต้นที่เห็นพ่อขับรถเอง “โห..พ่อขับรถเอง” ณพิชย์พูดตามองมือแข็งแรงจับพวงมาลัยอย่างสนใจ เด็กชายปีนขึ้นมาเกาะพนักเบาะที่นั่งคนขับ “พุทนั่งลงดีๆ ค่ะอย่าปีน ไม่งั้นแม่จะให้นั่งคาร์ซีทนะ” พิชชาดุลูกชาย “ครับ วันนี้ลุงฌานไม่มาพ่อเลยขับรถเอง พุทนั่งลงดีๆ เดี๋ยวล้มแล้วจะไม่หล่อนะ” “แล้วเราจะไปไหนกันคะแม่” พิชนันท์ถามมารดา “จะไปซื้อเสื้อผ้าที่จะไปเที่ยวพรุ่งนี้ไงคะ” “จะไปกินข้าวด้วยฮะแม่ พ่อบอก” ณพิชย์หันมาทางมารดาทำท่าจะปีนข้ามมาเบาะหน้า “นั่งดีๆ ลูกจะถึงแล้วถ้าดื้อพรุ่งนี้เราจะไม่ไปไหนกันนะคะ” พิชชาปรามลูกชาย เย็นวันนั้นธาดาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ แม้ว่าพิชชาจะบอกว่าเธอไม่อยากได้เงินของเขา “ให้ผมจ่ายเถอะทริปนี้ผมเป็นคนจะพาลูกไป เอาไว้คุณจะพาลูกไปเที่ยวที่ไหนคุณค่อยจ่ายเอง”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม