ผลการตรวจ

1982 คำ
“เอ่อ... ก็ได้ค่ะ บ้านคุณป้าอยู่ไกลไหมคะรบกวนให้คุณธาดาไปส่งหนูกับลูกที่บ้าน แล้วหนูขับรถไปเองดีกว่าค่ะ” พิชชาทำเป็นไม่ได้ยินว่ามารดาของธาดาแทนตัวเองว่าแม่ ณ เวลานี้เธอไม่พร้อมจะมีญาติผู้ใหญ่เพิ่ม “ไปด้วยกันดีกว่าเดี๋ยวผมไปส่งคุณกับลูกแล้วจะเลยไปทำงาน ขากลับให้รถที่บ้านไปส่งก็ได้หรือว่ารอผมกลับก่อน” ธาดาตัดบทจะให้เขาไปส่งเธอที่บ้านแล้วย้อนไปย้อนมาทำไม ชายหนุ่มอุ้มณพิชย์แล้วออกเดินนำไม่รอฟังคำตอบจากเธอ คุณเกตุวดีจูงพิชนันท์เดินตามไปคู่กับสามี “ไปจ้ะหนู มีชื่อสั้นๆ ไหมลูก” ท่านหันมาคุยกับพิชชา “เรียกหนูว่าพราวก็ได้ค่ะคุณป้า” พิชชาปรับสีหน้าให้เป็นปกติ มองพิชนันท์ที่จับมือคุณปู่คุณย่าเดินแล้วสะท้อนใจ ตั้งแต่เกิดลูกของเธอทั้งสองคนมีญาติผู้ใหญ่ก็แค่พิมาลาเท่านั้น เพิ่งมีอัทธกานต์เข้ามาในช่วงสองปีหลังส่วนคนอื่นในครอบครัวล้วนแล้วไม่มีใครอยากคบพวกเธอสองพี่น้อง แต่เธอเองก็ใช่อยากจะนับญาติกับคนพวกนั้น เมื่อถึงลานจอดรถคุณปู่คุณย่าแยกไปรถยนต์อีกคัน ส่วนพิชชาและลูกไปกับธาดา “คุณพ่อคุณแม่คุณแค่มาเจอหลานเหรอคะ” เธอกระซิบถามธาดาในตอนที่ส่งท่านขึ้นรถไปแล้ว “เปล่าหรอก คุณแม่มีตรวจเลือดตอนเช้าด้วยที่โรงพยาบาลใกล้ๆ นี่เสร็จแล้วท่านเลยแวะมาหาเพราะกลัวคุณไม่ยอมไปกินข้าวเที่ยงที่บ้านผม” ธาดาเฉลยตามจริงทำให้พิชชาถอนใจโล่งอก เธอคงรู้สึกผิดหากทำให้ชายหญิงสูงวัยออกจากบ้านมาพบพวกเธอและลูกแค่ไม่กี่นาที “พ่อจะพาพวกเราไปกางเต็นท์จริงไหมฮะ” ระหว่างเดินทางไปบ้านเสขสุรักษ์ ณพิชย์ลงทุนเรียกคุณลุงว่าพ่อเผื่อจะได้ไปเที่ยวแบบที่คู่แฝดบอก นั่นทำให้พิชชามองหน้าลูกชายว่าเธอพลาดอะไรไป เขาไปเรียกกันเป็นพ่อลูกตั้งแต่ตอนไหน “พุทกับแพรวอยากไปไหมล่ะครับ ถ้าอยากไปพ่อก็จะพาไปวันหยุดนี้เลย” ธาดาเปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเองว่าพ่อได้อย่างไม่เคอะเขินเช่นกัน เมื่อมาถึงบ้านเสขสุรักษ์ ชายหนุ่มรู้สึกว่าเธอนิ่งเงียบไปจนเขาไม่สบายใจ ธาดาพาเด็กๆ ลงจากรถแล้วเดินไปเปิดประตูรถฝั่งของพิชชา “คุณโอเครึเปล่าที่พ่อแม่ผมมาวันนี้ ท่านแค่อยากมาเจอหลานไม่ได้จะมาแย่งเด็กๆ ไปจากคุณ” “ฉันไม่ได้กังวลเรื่องนั้นค่ะ” พิชชาตอบ สิทธิ์ของแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีอย่างไรเธอรู้ดี และต่อให้ธาดามีอิทธิพลแค่ไหนเขาก็แย่งลูกไปจากเธอไม่ได้ แต่ความที่เธอเคยเป็นที่หนึ่งของลูกทำให้หญิงสาวหวั่นไหวรุนแรงเมื่อลูกๆ เริ่มมีคนอื่นเข้ามาในชีวิต “เดี๋ยวพุทกับแพรวเข้าไปกินข้าวเที่ยงกับปู่ย่านะลูก พ่อจะไปทำงานต่อ” ธาดาอุ้มเด็กสองคนที่มองตึกใหญ่ตรงหน้าอย่างแปลกตา เขาพยักหน้าให้พิชชา “เชิญครับ ทำตัวตามสบายได้เลยบ้านนี้มีแค่ผมกับพ่อแม่ คุณปู่เพิ่งเสียไปเมื่อปีที่แล้ว” ธาดาพูดถึงสมาชิกในบ้านคร่าวๆ “แล้วไม่มีญาติคนอื่นเหรอคะ” เธอสงสัยว่าบ้านเขาใหญ่ขนาดนี้จะอยู่กันแค่สามคนได้หรือ “ก็อย่างที่บอกว่าตระกูลผมมีลูกรุ่นละคนมาตั้งแต่รุ่นทวด ผมเองก็ไม่ได้แต่งงาน จริงๆ ต้องพูดว่าไม่คิดจะแต่งด้วย” ธาดาพูดต่อเขาวางณพิชย์กับพิชนันท์ลงกับพื้นเมื่อก้าวผ่านบันไดหน้าตึก “อย่าบอกนะว่าคุณเป็นเกย์” พิชชาถามเมื่อนึกอะไรออก “แล้วคุณล่ะเป็นทอมรึเปล่า” ชายหนุ่มย้อน “มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ แหม..ทำเป็นเลี่ยงคำตอบ ต้องใช่แน่ๆ” พิชชาสรุปเอง เธอหัวเราะอารมณ์ดีเดินตามลูกเข้าไปในห้องรับรองที่ปู่ย่าของเด็กๆ รออยู่ ธาดาอึ้งเมื่อถูกสรุปว่าเป็นเกย์ ฌานที่เดินมาหัวเราะในคอเขาทันได้ยินคำพูดของพิชชาแน่นอน “ก็ดีนะครับนายให้เธอเข้าใจแบบนี้ เธอจะได้มองนายเป็นเพื่อนสาวคนนึง” “ใช่ ก็ดี” ชายหนุ่มเห็นด้วย “เตรียมทริปไปเขาใหญ่ได้เลยฉันจะพาลูกไปกางเต๊นท์” ธาดาขอตัวไปทำงานโดยที่ไม่ได้อยู่ร่วมโต๊ะด้วย พิชชาจึงทำตัวตามสบายได้มากขึ้น หญิงสาวสนทนากับบิดามารดาของเขาได้อย่างสนิทใจ “ตอนนี้พราวทำงานอะไรอยู่เหรอลูก” นางเกตุวดีถาม “พราวทำฟาร์มผักไฮโดรค่ะคุณป้า ทำกับพี่สาว” “น่าสนใจดีแล้วตอนนี้กิจการเป็นไงบ้างหนูพราว” คุณเธียรถามขึ้นบ้าง “ตอนนี้อยู่ตัวแล้วค่ะ แต่ใหม่ๆ ที่มาทำก็ปรับตัวกันเยอะพอสมควร” เธอต้องปรับระบบการทำงานเก่าๆ แบบที่บิดามารดาเคยทำ ต้องสู้กับความคิดแบบเก่าๆ ที่ใช้เวลาพิสูจน์กว่าที่ลูกน้องจะยอมรับเธอกับพิมาลาใช้เวลาหลายปีทีเดียว “เด็กๆ กินได้ทุกอย่างไหม แพ้อะไรไหมลูก” คุณเกตุวดีคุยกับเด็กๆ ที่ทำหน้างงว่าแพ้คืออะไร “ไม่เคยแพ้เลยครับ พุทชนะทุกอย่าง” ณพิชย์ออกแอคชั่นเหมือนซุปเปอร์ฮีโร่ที่ดูบ่อยๆ จนทุกคนหัวเราะ อาหารมื้อเที่ยงผ่านไปด้วยดีจนมาถึงของหวาน “ไอติมน้อยหน่าเคยกินไหมลูก” คุณย่าเลื่อนถ้วยไอติมน้อยหน่าทำแบบโบราณแท้ ส่วนผสมเน้นเนื้อน้อยหน่าและมีกะทิสด น้ำตาล เกลือเพียงแค่นั้นแช่จนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง “อร่อยมากฮะ” ณพิชย์ที่ชอบของหวานอยู่แล้วถูกใจมาก คุณย่ายิ้มแก้มปริที่หลานชายกินจนหมดเกลี้ยง “แล้วน้องแพรวชอบไหมลูก เงียบเลย” เด็กหญิงเงยหน้ามองคุณปู่ “อร่อยค่ะ แต่แม่บอกว่าเวลากินอย่าคุย” พิชนันท์ตอบทำให้คู่แฝดค้อนขวับ “โอ๋น้องพุท พี่เขาไม่ได้ว่าเราหรอกลูก” คุณย่ารีบปลอบ ############### บ่ายแก่เจ้าของบ้านให้คนขับรถมาส่งสามแม่ลูกที่บ้าน ณพิชย์และพิชนันท์มาถึงบ้านก็หลับทันที พิชชาลงมาคุยกับพิมาลาที่รอน้องสาวอยู่แล้ว “เป็นไงบ้าง ทำไมไปทั้งวันเลยล่ะพราว” “ปู่ย่าของคู่แฝดเขาชวนไปกินข้าวที่บ้านเลยช้า แล้วทางนี้มีอะไรไหมพิม” พิชชาตอบ “ทางนี้ไม่มีหรอก ก็ห่วงแค่ทางเราที่ไปตรวจแล้วผลจะรู้เมื่อไหร่” “เห็นว่าคืนนี้ไม่เกินสามทุ่มผลออก พิมเราไม่ค่อยสบายใจเลย” พิชชาเล่าความรู้สึกตนเองให้พี่สาวฟัง “ถ้าพุทแพรวเป็นลูกเขาจริงๆ เราจะทำไง” พิมาลานิ่งใช้ความคิด “แล้วพราวคิดว่าจะเอาไง ทางนั้นอย่างน้อยที่สุดก็คงขอให้ใส่ชื่อบิดาในเอกสารของเด็กๆ หรือขอส่งเสียเลี้ยงดูหรือมากกว่านั้นก็คงอยากได้พุทแพรวไปอยู่ด้วย” “แล้วถ้าเราไม่โอเคล่ะ” พิชชากลัวที่สุดคือการที่ฝ่ายธาดาจะอยากได้ลูกของเธอไปเลี้ยงดูเอง “ไม่โอเคในขั้นไหนล่ะ ถ้าแค่ทำเอกสารให้ถูกต้องก็ดีอย่างน้อยพุทแพรวก็มีหลักประกันว่าชีวิตจะไม่ลำบากในฐานะเป็นลูกคุณใหญ่ หรือถ้าเขาอยากได้ลูกไปอยู่ด้วยเราก็มีสิทธิ์ค้านอยู่แล้ว” คำว่าลูกจะมีหลักประกันว่าชีวิตจะไม่ลำบากทำให้พิชชาถอนใจยาว เธอไม่ควรไปขวางอนาคตของเด็กๆ สินะ “พิมว่าถ้าเราไม่ยอมคือการตัดอนาคตลูกเหรอ เราก็เลี้ยงได้นะ” “เราไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่พิมคิดว่าเราไม่ควรไปตัดในสิ่งที่ลูกมีสิทธิ์ได้รับ อย่างน้อยก็ควรให้เด็กๆ ได้ตัดสินใจเองว่าเขาต้องการพ่อไหม” “ถ้าถามว่าต้องการไหม ก็คงอยากได้แน่ๆ ดูจากวันนี้นะพุทแพรวเข้ากับบ้านเขาดีมาก มากจนเรากลัว” พิชชาพูดตรงๆ “พราวอย่าคิดว่าเขามาแย่งลูกไปจากเราสิ ทำไมเราไม่คิดว่าลูกเรามีคนรักเพิ่มอีกตั้งหลายคนไม่ดีตรงไหน” ################## แม้ว่าธาดาจะมั่นใจมากอยู่แล้วว่าพิชนันท์และณพิชย์เป็นลูกของตนเอง แต่เขาก็ยังรู้สึกดีใจเมื่อทางเจ้าหน้าที่ศูนย์โทรมาแจ้งผลตรวจดีเอ็นเอ “แม่ครับผลออกแล้ว” เขาบอกบิดามารดาที่กำลังคุยกันที่ห้องส่วนตัว “ใช่..ใช่ไหมลูก” คุณเกตุวดีระงับความตื่นเต้นไม่ได้ ความหวังที่จะมีหลานทำให้ท่านรอจิตใจจดจ่อ “ใช่ครับ พุทแพรวเป็นลูกผมจริงๆ เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ “คนกันเองให้ไปเลยสองร้อยเปอร์เซ็นต์” คุณเธียรพูดอย่างอารมณ์ดี “โทรบอกหนูพราวหรือยังลูก แล้วจะตกลงกันยังไงได้คุยกันบ้างไหม” คุณย่าคนใหม่ยังตื่นเต้นไม่หาย “คงจะขอแม่เขายื่นเอกสารทำให้ถูกต้องครับเรื่องใบเกิดแล้วก็รับรองบุตร ในส่วนมากกว่านั้นคงต้องคุยกับพิชชาอีกที” “จดทะเบียนรับรองบุตรเหรอ” คุณเกตุวดีทวนคำช้าๆ คำพูดต่อมาของเธอทำให้บุตรชายถึงกับสำลัก “ถ้าจดทะเบียนสมรสได้ก็ดีน่ะสิ” ################ เสียงไอของน้องสาวทำให้พิมาลามองเป็นห่วง “เป็นอะไรไปพราว อยู่ดีๆ ก็ไอจนหน้าดำหน้าแดง” “ไม่รู้สิ อยู่ๆ ก็สำลักกาแฟเฉย” พิชชาที่จิบกาแฟในระหว่างทำงานเอกสารเกิดสำลักขึ้นมาจนตนเองก็ตกใจ “สงสัยมีใครพูดถึง เออ..ตอนนี้ผลตรวจออกแล้วมั้ง สามทุ่มสิบห้าแล้วนี่” พิมาลาคาดเดา ทั้งสองมองหน้ากันเมื่อเสียงแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นไลน์ดังขึ้น พิชชารีบหยิบมาดูทันทีและเป็นตามที่พี่สาวว่า ธาดาส่งข้อความมาบอกว่าผลตรวจออกแล้วและส่งภาพเอกสารยืนยันว่าพิชนันท์และณพิชย์เป็นลูกของเขาจริง 'ผมขออนุญาตคุณส่งเรื่องให้ทนายยื่นคำร้องขอใส่ชื่อบิดาในใบเกิดของลูกกับจดทะเบียนรับรองบุตร ถ้าคุณติดขัดตรงไหนแจ้งผมได้เลย' หญิงสาวส่งโทรศัพท์ให้พี่สาวอ่าน พิมาลาออกความเห็นไปในทางเดียวกับพ่อของหลาน “เราว่าก็ดีนะ ทำให้ถูกเผื่อวันข้างหน้าตาพุทอยากเป็นทหาร อยากสอบนายร้อยจะได้ไม่มีปัญหายุ่งยาก” “ก็คงจะต้องเป็นแบบนั้น” เรื่องเอกสารพิชชาไม่มีปัญหา เธอเห็นด้วยว่ามันดีกับลูก “แล้วเรื่องไปกางเต็นท์นี่ยังไงเห็นพุทพูดทั้งเย็นว่าพ่อจะพาไปเที่ยว” พิมาลาถามถึงเรื่องที่ณพิชย์อวดทุกคนว่าพ่อจะพาไปกางเต็นท์ “ก็ไม่รู้เหมือนกันอยู่ๆ วันนี้น้องแพรวก็พูดว่าเพื่อนที่โรงเรียนบอกว่าพ่อพาไปเที่ยว ไปกางเต็นท์ ไปดูช้าง แล้วพุทก็เออออไปด้วย คุณใหญ่เขามาจากไหนไม่รู้มาบอกว่าจะพาไปวันหยุดนี้ ตั้งแต่นั้นตาพุทก็พูดเรื่องนี้ไม่หยุดเลย” “อ้อ...ก็ดีนะ ว่าแต่เราจะไปด้วยรึเปล่า” พิมาลาถามน้องสาว “ถ้าเขาจะพาลูกไปจริงๆ ก็ต้องไปสิ พิมจะให้เราปล่อยเขาพาลูกไปกันเองเหรอ” เธอยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด เธอไม่เปิดโอกาสให้ธาดาทำคะแนนกับลูกได้สะดวกขนาดนั้นแน่
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม