ดวงตาคู่สวยมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนสูบบุหรี่ตรงริมระเบียง ควันสีขาวลอยคลุ้งอยู่รอบตัวเขา ร่างสูงดูนิ่งสงบเกินไป ทว่าความเงียบนี้กลับบีบให้หัวใจของเฌอลินเต้นแรงมากขึ้น เธอรู้สึกว่าอุณหภูมิภายในห้องลดลงกว่าตอนแรก ความเย็นคืบคลานเข้ามาจนถึงกระดูก
หลังกินข้าวเสร็จซันเซบบ์สั่งให้นั่งรออยู่ตรงนี้ ส่วนตัวเขาเดินออกไปสูบบุหรี่ เฌอลินไม่รู้ว่าผ่านมากี่นาทีแล้วเหมือนเขากำลังยื้อเวลาออกไปเรื่อย ๆ
ใบหน้าสวยค่อย ๆ ก้มลงมองมือของตัวเอง ขณะหลากหลายความคิดถาโถมเสียงเลื่อนประตูระเบียงเบา ๆ เรียกให้เฌอลินเงยขึ้น ก่อนจะเห็นร่างสูงก้าวเดินเข้ามาหาอย่างไม่รีบร้อน
“จะพูดเรื่องรายละเอียดได้หรือยังคะ” ไม่ปล่อยให้ความเงียบได้ทำงาน พอเขาเดินมาหยุดตรงหน้า เธอก็รีบท้วงถึงรายละเอียดทันที
“พี่ให้เฌอได้ทุกอย่างมากเท่าที่ต้องการ”
“ถ้าให้ได้ทุกอย่างพี่เซบบ์อย่าทำแบบนี้กับเฌอได้ไหม” ดวงตาคู่สวยแสดงความวิงวอนออกมา หวังเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ ว่าอีกฝ่ายจะมีความเป็นคนและเห็นใจเธอบ้าง
แต่มันไร้ประโยชน์
“เฌอรักพี่ได้ไหม”
คำถามนั้นที่สวนกลับมาทันควันทำให้ลมหายใจของร่างเล็กสะดุดไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถามและทุกครั้งเธอก็ตอบเหมือนเดิม
“เฌอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่เข้าใจกันบ้างคะ”
“เข้าใจ” เขาพยักหน้าช้า ๆ แต่ภายในดวงตาคมกลับมีแต่ความมืดมน “แต่พี่รักเฌอขนาดนี้แล้ว ทำยังไงดี?”
“รักก็เลยต้องทำร้ายกันแบบนี้ใช่ไหมคะ”
“บอกไปแล้วไงพี่ทำได้ทุกอย่าง”
นั่นไม่ใช่คำสารภาพรัก แต่เป็นคำประกาศกร้าวย้ำว่าคนอย่างซันเซบบ์ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ
“แม้แต่ทำร้ายเฌอน่ะเหรอคะ”
ความเงียบเข้ามาแทรกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนร่างสูงจะเอ่ยเสียงต่ำ “พี่จะทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ยังไง”
“นั่นสิคะ ทำได้ยังไง”
เฌอลินกำลังไม่เข้าใจ คำนั้นฟังดูเหมือนจะดีแต่มันก็แค่เหมือนเพราะความจริงแล้วตอนนี้คำตอบมันอยู่ที่การกระทำ เขาทำร้ายเธออยู่คำพูดสวยหรูที่พ่นออกมาจากปากของร่างสูงไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรเลย
“ทำตรงนี้ คงไม่สะดวก” ซันเซบบ์มองใบหน้าหวานที่ซีดลงหลังได้ยินประโยคที่เพิ่งเอ่ยเขาหยัดยิ้มก่อนจะออกคำสั่ง “ตามมาสิ”
ร่างสูงหมุนตัวเดินไปทางห้องหนึ่ง โดยไม่หันกลับมามอง เฌอลินนั่งนิ่ง ความลังเลล้นทะลักภายในอกแต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน และก้าวตามเขาไปโดยไม่ถามอะไรสักคำ
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องเฌอลินที่ก่อนหน้านี้ยังพอมีความกล้าก็เริ่มตัวสั่น เพราะทุกอย่างเหมือนถูกเตรียมพร้อมไว้รอเธอโดยเฉพาะ โทนห้องสีดำแดงชวนให้ขนลุกซู่ ดวงตาคู่กลมมองเสาข้างเตียงสี่มุมที่ด้านบนมีโซ่ขึงเอาไว้
ความลังเลและคำถามย้อนกลับมาว่าเธอจะยอมจริง ๆ ใช่ไหม หากผ่านวันนี้ไปแล้วเมื่อไรจะหลุดพ้นจากเขา เธอมองไม่เห็นหนทางเลย
เธอควรยอมให้อนาคตของตัวเองจบลงยังดีกว่าติดอยู่กับคน ๆ นี้ไปตลอดชีวิตหรือเปล่า
ในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่เริ่มโถมเข้ามาจนไม่ทันระวังตัว มีสติอีกทีก็ตอนถูกดึงข้อมือลากไปยังเตียงจังหวะนั้นความคิดในหัวกระเจิงหนีหายไปหมดถูกแทนที่ด้วยอัตราการเต้นของหัวใจที่ทวีคูณถี่เร็วขึ้น
ร่างเล็กถูกกดให้นั่งลงบนเตียงโดยมีคนตัวสูงยืนอยู่ตรงหน้า ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบเกือบนาทีก่อนซันเซบบ์จะเอ่ยออกมา
“อยากได้เท่าไร”
“แค่เฌอพูดก็จะได้ตามที่ต้องการเลยใช่ไหมคะ” เธอตั้งคำถามกลับ
“แน่นอนแลกกับอนาคตและทั้งชีวิตเฌอจะเอาทั้งหมดที่พี่มีเลยก็ยังได้”
“เฌอไม่ต้องการสถานะอะไรทั้งนั้น อย่าพยายามยัดเยียดมันให้เฌอ”
ซันเซบบ์กัดกรามแน่น พยายามข่มลมหายใจที่ปะทุเดือดพล่านในอก เขาไม่สนว่าดวงตาคู่นั้นจะมองมาอย่างเกลียดชังสักแค่ไหน เขาสนแค่ว่าตอนนี้ กำลังจะได้สิ่งที่ต้องการ
มือหนาจับชายเสื้อแล้วถอดมันออกจากตัว ขณะสายตาจับจ้องใบหน้าหวานตลอดเวลา เฌอลินที่เห็นอย่างนั้นก็รีบเบือนหน้าหนีแต่ไม่นานร่างสูงก็พ่นตวาดคำสั่งกร้าวออกมา
“หันหน้ามา”
เมื่อร่างเล็กไม่ยอมหันมาตามสำสั่งเขาจึงใช้มือจับปลายคางมนบังคับให้เธอหันมามองกันตรง ๆ พร้อมกดสายตาจ้องเขม็งแทนคำขู่ว่าอย่าขัดใจ
“นั่นอะไรคะ” เฌอลินถามทันทีที่เห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษถูกสลักเอาไว้บนข้อมือของอีกฝ่ายและคงไม่ตั้งคำถามหากสิ่งนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอโดยตรง “สักชื่อเฌอทำไมมันจะติดตัวพี่เซบบ์ไปตลอดชีวิตนะ”
เฌอลินตกใจเพราะไม่คาดคิดว่าซันเซบบ์จะบ้าบิ่นถึงขนาดสักชื่อของเธอลงบนผิวอย่างนั้น ที่ผ่านมาไม่ทันได้สังเกตเพราะแทบไม่ได้อยู่ใกล้ และเขาก็มักสวมแจ็กเก็ตคลุมทับไว้ตลอดเวลา
เขาทำให้เธอรู้สึกกลัวกับความไม่ปกติที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ความรู้สึกของซันเซบบ์มันมากซะจนล้นออกมา
ซันเซบบ์ก้มมองรอยสักนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนเงยขึ้นสบตาเธอ “นั่นคือสิ่งที่พี่ต้องการ…ให้เฌออยู่ตรงนี้ไปตลอดชีวิต”
“… เฌอไม่เข้าใจเลย” เป็นอีกครั้งที่เฌอลินไม่เข้าใจคนตรงหน้า ร่างสูงทำให้เธอสับสนกับคำพูดและการกระทำหลาย ๆ อย่าง เหมือนว่าสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ คือชีวิตของเธอมากกว่าความรักที่ปากเอาแต่พร่ำบอกครั้งแล้วครั้งเล่า
ร่างสูงหันหลังเดินเชื่องช้าไปเปิดลิ้นชักสิ่งที่เขาหยิบออกมาทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างลมหายใจสะดุดร่างกายสั่นเทาเมื่อเห็นโซ่ที่ใช้ล่าม ภาพนั้นทำให้ความกลัวพุ่งขึ้นมาจนใจเต้นระรัว ตอนนี้เฌอลินกำลังตั้งคำถาม ว่าเขาจะใช้มันทำอะไร
“จะ… จะทำอะไรคะ”
“เอามือมา”
“พะ... พี่เซบบ์” เสียงสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวหลุดออกจากริมฝีปากเล็ก “เฌอไม่ มะ... ไม่ทำแล้ว”
หลังปฏิเสธร่างเล็กก็รีบลุกขึ้นยืนแต่ไม่ได้เดินไปไหนก็ถูกฝ่ามือใหญ่จับบนไหล่แล้วกดให้นั่งลงที่เดิม ก่อนจะถูกโลหะเล็ก ๆ ล็อกเอาไว้บนข้อมือในตอนที่เธอไม่ทันได้ระวังตัว
“คิดว่าพี่จะปล่อยให้โอกาสที่จะได้ครอบครองเฌอหลุดมือไปหรือไง” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู เขากระตุกโซ่เบา ๆ ให้แขนเล็กยกขึ้นตามแรงฉุด ไม่ได้แยแสว่าสิ่งนี้คือความผิดหรือไม่ควรทำ แต่กลับเอ่ยย้ำชัดให้เธอจำขึ้นใจ “จำใส่หัวเอาไว้ซะ ว่าไม่มีทาง”