เวลาผ่านมาจนถึงวันเสาร์
เฌอลินเดินทางไปสนามแข่งที่รับงานเอาไว้ด้วยรถแกรปคาร์ ค่ารถจากห้องกว่าจะไปถึงค่อนข้างแพงพอสมควรแต่จะให้นั่งรถประจำทางก็ไม่ได้ เพราะเข้าไม่ถึงสนาม
เงินสิบล้านในบัญชีเฌอลินไม่ได้แตะต้องเลยเก็บเอาไว้นานเกือบอาทิตย์ โดยที่ซันเซบบ์เงียบหายไม่เข้ามาวุ่นวายกับเธอเหมือนเคย
แทนที่จะรู้สึกสบายใจที่เขาเว้นระยะห่างแต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้น เธอกังวลมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องเงินที่ยังค้างอยู่ในบัญชี หลายครั้งที่ส่งข้อความไปถามแต่เขาไม่เปิดอ่านเลย
ทุกอย่างดูผิดปกติไปหมด
บางทีการมา ๆ หาย ๆ อย่างน้อยก็ยังแสดงออกว่าเขายังอยู่ยังจับตามอง แต่ครั้งนี้ความเงียบของซันเซบบ์มันน่ากลัวจนเธอเริ่มคิดมาก
“เฮ้อ!!” เสียงถอนหายใจหลุดออกมาเฮือกใหญ่ใบหน้าหวานส่ายไปมาช้า ๆ ขับไล่เรื่องราวที่ทำให้คิดมากมาตลอดหลายวันออกไป
ช่วงนี้เธอเรียนหนักงานที่มหาวิทยาลัยก็ถาโถมไม่หยุด ยังต้องแบ่งเวลามารับงานเสริมเพราะต่อให้พยายามหางานด้วยตัวเองแค่ไหนก็ไม่มีใครรับเลยสักที่ทุกอย่างเหมือนรุมเร้าเข้ามาพร้อมกัน
เมื่อมาถึงสนามเฌอลินก็ถูกพาไปยังห้องแต่งตัว วันนี้ชุดที่ใส่ค่อนข้างวาบหวิวกว่าครั้งก่อนแต่เธอไม่ได้รู้สึกเขินอายเพราะเคยแต่งตัวแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง
“เฌอแต่งตัวไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่มา” อิ้งบอกเพราะต้องรีบออกไปเช็กที่หน้างาน
“ค่ะ”
ผ่านไปเกือบสิบนาทีหลังแต่งตัวเสร็จแล้วเฌอลินหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า เธอตั้งใจจะตอบแชตของเพื่อนคาดเดาได้ว่ากระต่ายต้องส่งข้อความมาถามไถ่อย่างแน่นอนเพราะรายนั้นติดธุระต้องไปต่างจังหวัดกับพี่ชายทำให้มาด้วยไม่ได้
แชต: กระต่าย
กระต่าย: เสียดายจัง ไม่ได้ไปสองรอบเลยอยากเห็นสนามแข่ง
เฌอลิน: เอาไว้ครั้งหน้า ต่ายมาทำด้วยกันสิงานสบายนะ
กระต่าย: พี่เต้ตีแน่ ๆ รายนั้นดุอย่างกับอะไร
ร่างเล็กหัวเราะเบา ๆ ไม่ผิดจากที่กระต่ายว่า เท่าที่เธอรู้จักกับเพื่อนคนนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนมอปลาย เต้เป็นพี่ชายที่หวงน้องสาวมาก ๆ ผู้ชายเข้ามาจีบไม่ได้เลย
ติ้ง~ แชตหนึ่งเด้งซ้อนบนหน้าจอ พอเห็นชื่อเฌอลินถึงกับชะงักรอยยิ้มพลันเลือนหาย ใจกระตุกวาบเพราะมันคือข้อความจากคนที่หายไปเกือบอาทิตย์
แชต: ซันเซบบ์
ซันเซบบ์: -ส่งภาพ-
เฌอลิน: คืออะไรคะส่งมาให้เฌอทำไม
เธอตั้งคำถามกลับไปทั้งที่ยังไม่ทันได้แตะดูภาพนั้นเลยด้วยซ้ำ คิดว่าเขาอาจจะส่งผิดเพราะมันเป็นกระดาษสีขาวคล้ายเอกสารสำคัญ เฌอลินจึงไม่เปิดอ่านตามมารยาท
ซันเซบบ์: ถ้ามองภาพดี ๆ เฌอจะไม่ถามพี่แบบนี้นะ
ทว่าข้อความที่อีกฝ่ายตอบกลับมายืนยันว่าเขาไม่ได้ส่งผิด นิ้วเรียวแตะเข้าไปในภาพนั้นด้วยความอยากรู้ว่ามันเกี่ยวอะไรกับเธอ เขาหายไปพักหนึ่งแล้วกลับมาพร้อมส่งกระดาษแผ่นนั้นให้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำให้แปลกใจจนต้องรีบอ่าน
หลังได้อ่านเอกสารในช่องแชตและเริ่มเข้าใจเนื้อหา จังหวะการเต้นของหัวใจก็ถี่เร็วขึ้นฉับพลัน ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวไล่จากใบหน้าค่อย ๆ ลามไปทั้งตัว มือที่ถือโทรศัพท์อยู่เย็นเฉียบ
สายตาหยุดนิ่งตรงลายนิ้วมือที่ถูกประทับใกล้ ๆ ลายเซ็น ซึ่งเฌอลินจำได้แม่นว่านั่นคือลายมือของตัวเอง ไม่มีทางผิดแน่ มันคือลายเซ็นของเธอจริง ๆ
แต่สิ่งที่จำไม่ได้เลยคือเธอเซ็นมันเมื่อไร
เอกสารแผ่นนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดของสัญญาที่เธอไม่เคยรู้เรื่อง ไม่เคยเห็น ทุกตัวอักษรที่ได้อ่านกำลังบีบรัดหัวใจดวงน้อยช้า ๆ เพราะมันคือหลักฐานการกู้ยืมเงินหลักสิบล้าน
เธอเริ่มทบทวนปะติดปะต่อเรื่องราว พยายามนึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไล่เรียงทุกเหตุการณ์จนในที่สุดความทรงจำก็หวนกลับไปนึกถึงคืนนั้น คืนเดียวกับที่เงินสิบล้านถูกโอนเข้าบัญชี
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
นั่นคือเสียงที่ดังก้องในหัว นิ้วสั่นเทาค้างเติ่งบนหน้าจอมือถือ แต่ก็ยังพยายามประคองสติพิมพ์คำถามส่งกลับไปหาอีกคน
เฌอลิน: เฌอไม่เคยเซ็นพี่เซบบ์ไปเอามาจากไหน
ซันเซบบ์: จะไม่เคยได้ยังไงในเมื่อเฌอจับปากกาเซ็นด้วยตัวเอง
เฌอลิน: ไม่เล่นแบบนี้ได้ไหมคะ
เธอพยายามพิมพ์ตอบกลับอย่างใจเย็น ด้วยประโยคขอร้องทั้งที่ร่างกายสั่นไหวจากความหวาดหวั่นภายในใจ แต่เลือกจะคุยกับเขาดี ๆ
ซันเซบบ์: พี่ไม่ได้เล่น
ถึงอย่างนั้นข้อความของซันเซบบ์ที่ตอบกลับมามันทำให้ร่างเล็กรู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับสิ่งที่นำมาบีบคั้นเธอเลย
เฌอลิน: ก็แค่กระดาษแผ่นเดียวอีกอย่างเฌอไม่รู้เรื่อง
ซันเซบบ์: ครับก็แค่กระดาษแผ่นเดียว
ซันเซบบ์: แต่รู้ไหม กระดาษแผ่นนี้มันทำให้เฌอหมดอนาคตได้เลยนะ
ราวกับถูกดึงกระชากลงจากที่สูงอย่างแรง หัวใจหยุดเต้นทันที หลังอ่านประโยคนั้นไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกับเอกสารฉบับนี้แต่มันคงไม่ใช่
เรื่องเล็ก ๆ แน่นอนหากจงใจให้เธอหมดอนาคตตามคำข่มขู่
เฌอลินกำลังพยายามค้นหาคำตอบว่าซันเซบบ์ต้องการอะไร ทั้งที่มันมีสิ่งหนึ่งที่เธอรู้ดีว่าทั้งหมดที่เขาทำตอนนี้หวังอะไรเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
เฌอลิน: ทำไมถึงทำกับเฌอแบบนี้ เฌอไปทำอะไรให้พี่เซบบ์เหรอคะ
ซันเซบบ์: พี่รอเฌอมากี่ปีจำได้ไหม
เฌอลิน: เฌอไม่เคยขอให้พี่เซบบ์รอ
ซันเซบบ์: ทั้งที่พี่จำมาถึงทุกวันนี้แล้วทำไมเฌอถึงลืม
ร่างเล็กนิ่งไปหลังอ่านคำถามมีแต่ความไม่เข้าใจเต็มอยู่ในหัวราวกับกำลังคุยกันคนละเรื่องเพราะเธอไม่รู้เลยว่าซันเซบบ์กำลังพูดถึงอะไรอยู่
เฌอลิน: พูดเรื่องอะไรคะ เฌอไม่เข้าใจ
ซันเซบบ์: เอกสารนั่น เซ็นยินยอมแล้ว ทำยังไงดีล่ะ?
เฌอลิน: อยากให้เฌอเกลียดใช่ไหมถึงทำกันแบบนี้
Read
ไม่มีข้อความตอบกลับจากเจ้าของช่องแชตแม้แต่ประโยคเดียว ไม่อธิบายอะไรที่ทำให้สงสัย แม้เฌอลินอยากจะร้องไห้กับสิ่งที่เพิ่งรับรู้แต่เธอก็พยายามเข้มแข็งเพราะใกล้ถึงเวลาเริ่มงานแล้วจะร้องไห้ไม่ได้
เธอยังคงปลอบใจตัวเอง คิดเข้าข้างตัวเองว่าบางทีอาจคุยกับเขาได้ บางทีเขาก็แค่แกล้งให้กลัวเหมือนที่ผ่านมา
ทั้งที่รู้เต็มอกว่าครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งแต่เพราะความจริงมันโหดร้ายเกินรับไหวจึงต้องสร้างคำโกหกขึ้นมาปลอบตัวเอง