เฌอลินไม่สามารถมีสมาธิกับงานได้เลย ในหัวของเธอเอาแต่นึกถึงข้อตกลงในกระดาษแผ่นนั้น วันที่เขายื่นข้อเสนอให้ดื่มแลกกับเงินแปลว่า
ทุกอย่างคือแผนที่ถูกวางเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้น
เขาจงใจ
เธอไม่ระวังตัวเลยเพราะไม่คาดคิดว่าซันเซบบ์จะทำได้ถึงขนาดนี้
“ร้อนจนหน้าซีดเลยไหวไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะรับขวดน้ำจากเธอทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาขอผ้าเย็นเช็ดหน้า แต่เฌอลิน
กลับยื่นขวดน้ำมาให้แทนทำเอาเจ้าตัวอดอมยิ้มเอ็นดูไม่ได้
“วะ ไหวค่ะ”
“ไปพักก่อนก็ได้เดี๋ยวพี่จะลงแข่งแล้ว”
เฌอลินมองคนตรงหน้า ทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่เขากลับใจดีกับเธอมากกว่าคนที่เคยเห็นหน้ากันมาตั้งแต่เด็กด้วยซ้ำ
“รู้จักพี่ซันเซบบ์หรือเปล่าคะ” มือเล็กกำเข้าหากันเบา ๆ หลังตัดสินใจถามออกไป นักแข่งตัวสูงพยักหน้า แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“ใครบ้างจะไม่รู้จักทายาทตระกูลใหญ่อย่างทรัพย์หิรัญสกุล”
“วันนี้… เขามาไหมคะ”
“มานะ พี่เห็น”
“เขาอยู่ที่ไหนคะ”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ พี่แค่เห็นผ่าน ๆ”
ร่างเล็กก้มหน้าลงต่ำความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกเริ่มปริ่มใกล้ปะทุ เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วไม่สามารถจดจ่อกับงานได้เลย หากไม่ได้คุยกับเขาตอนนี้ ทุกอย่างจะยิ่งค้างคาและทำให้ร้อนใจยิ่งขึ้น ที่แย่กว่านั้นคือ ซันเซบบ์ดูเหมือนจะจงใจเมินเฉยต่อข้อความของเธอและนั่นยิ่งทำให้ใจร้อนรุ่ม
เมื่อนักแข่งที่ดูแลลงสนามไปแล้ว เฌอลินตัดสินใจเดินตามหาซันเซบบ์ เพื่อคุยกับเขาเรื่องเอกสารบ้า ๆ แผ่นนั้น แต่วันนี้ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน
ทำให้ยากที่จะหาเขาเจอ
เธอเดินไปเรื่อย ๆ นานพอสมควร ลัดเลาะไปตามมุมต่าง ๆ ดวงตาคู่กลมกวาดมองสำรวจไปรอบ ๆ จนกระทั่งสายตาหยุดนิ่งเมื่อพบกับร่างสูงของคนที่กำลังตามหา
ซันเซบบ์เอนตัวพิงฝากระโปรงรถใบหน้าหล่อถูกบดบังด้วยหมวกและแว่นตาสีเข้ม เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยยกมวนบุหรี่ขึ้นคาบไว้ที่ริมฝีปาก ก่อนจะจุดไฟทำราวกับมองไม่เห็นว่ามีคนที่ร้อนใจตามหาเขากำลังจ้องมองอยู่
ไม่รอช้า ขาเล็กก้าวฉับ ๆ ตรงไปหาอีกฝ่ายทันที ไม่สนใจสายตาของหญิงสาวน้อยใหญ่ที่จับจ้องมายังเธอเป็นจุดเดียว ผู้หญิงเหล่านั้นอาจมองว่าเธอคือหนึ่งในคนที่คลั่งไคล้ซันเซบบ์ถึงได้พรวดเข้าไปหาเขาอย่างนี้
แต่ความจริงมันสวนทาง เธอไม่ได้เดินไปหาเขาเพราะความคลั่งไคล้ แต่เพราะต้องการคำตอบ
สายตาคมกริบตวัดมองไปยังร่างเล็กที่กำลังตรงเข้ามา ซันเซบบ์นั่งลงบนฝากระโปรงรถอย่างสบายใจราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว มือหนึ่งล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้ออีกมือยกบุหรี่ขึ้นสูบ พ่นควันขาวลอยฟุ้งปกคลุมรอบตัว ก่อนจะฅลดมือลงอย่างเชื่องช้ามุมปากหยักยกยิ้มจาง ๆ มองดูเธอที่กำลังร้อนใจ
เหมือนซันเซบบ์กำลังเล่นเกมโดยถือไพ่เหนือกว่าและสนุกกับการได้เห็นเธอถูกบีบทุกทาง จากคนที่เคยวิ่งตามอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้กลับกลายเป็น
เฌอลินเองที่ต้องเป็นฝ่ายตามเขา
“เฌอมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ”
“อย่าใจร้อนนักสิ เฌอควรไปทำงานก่อนนะรู้ไหม” เสียงเย็นเอ่ยบอกช้า ๆ อย่างไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่ตัวเองทำ ทั้งที่เขาผิดแต่คนที่ต้องอ้อนวอนกลับเป็นเธอ
เรียวขาชะงักนิ่งกำปั้นเล็กบีบเข้าหากันแน่นสั่นเทาไปทั้งตัวด้วยความโกรธ โกรธที่เห็นอีกฝ่ายยิ้มพอใจในความทุกข์ของเธอ
“เฌอต้องการคุยตอนนี้” เธอยืนกรานเสียงดัง
“แต่พี่ยังไม่อยากคุย”
“พี่เซบบ์”
ร่างสูงผละตัวยืนขึ้นจากฝากระโปรงรถ ก้าวเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดยืนตรงหน้าของร่างเล็ก เขาค่อย ๆ โน้มลงมาใกล้ ไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้างที่กำลังให้ความสนใจ
สายตาของซันเซบบ์มองเพียงแค่ผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังจ้องเขาราวกับเกลียดชัง
“ไม่ว่าต้องการอะไรพี่เซบบ์ไม่มีทางได้มัน” แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะแผ่วเบาแต่มันคือความจริงที่เธออยากยืนยันให้เขารู้
แต่เสียงนั้นคงเป็นเหมือนลมที่พัดผ่านมันไม่ได้ลดทอนความมั่นใจของคนตัวสูงเลยสักนิด
“แต่พี่มั่นใจ… ว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ”
ทั้งสองคนต่างจ้องหน้าสายตาประสานกันโดยไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมาอีก มีเพียงเสียงรอบตัวที่ยังกึกก้องทั้งเสียงจากผู้คนบนอัฒจันทร์ เสียงจากไมค์ที่กำลังประกาศรายชื่อนักแข่ง และเสียงกระซิบกระซาบจากคนที่จ้องมองเธอและเขา